มัณฑนากรไร้เงากับเศษเสี้ยวความทรงจำที่แตกสลาย•ตอนที่ 11

ความเย็นชาที่ตอบโต้

ผลงานโดย บันทึกคนจร
กลิ่นอายของกาแฟคั่วเข้มราคาแพงลอยวนอยู่บนโต๊ะทำงานไม้สักทองในห้องรับรองของบริษัทออกแบบชื่อดัง ทว่ามันกลับไม่สามารถขับไล่ความหนาแน่นและเย็นเยียบที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวตนของหญิงสาวผู้ นั่งอยู่เบื้องหลังโต๊ะตัวนั้นได้เลยแม้แต่น้อย นาราไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองแขกผู้ไม่ได้รับเชิญทันที ปลายพู่กันในมือของเธอยังคงลากเส้นแปลนสถาปัตยกรรมด้วยความมั่นคงและเฉียบคม ทุกตวัดเส้นสายเปรียบเสมือนการขีดคั่นอาณาเขตระหว่างเธอกับโลกภายนอก โดยเฉพาะกับผู้ชายที่กำลังยืนนิ่งค้างอยู่หน้าโต๊ะของเธอในเวลานี้ ศิลาสูดลมหายใจเข้าลึกอย่างพยายามควบคุมความสั่นไหวในอก ในมือของชายหนุ่มมีกล่องขนมร้านโปรดที่เขาเคยซื้อให้เธอนับครั้งไม่ถ้วนในอดีต—อดีตที่บัดนี้กลายเป็นเพียงซากปรักหักพังที่เขาเป็นคนจุดไฟเผาด้วยมือของตัวเอง "ผมผ่านไปแถวร้านนั้น... นารา คุณยังชอบกินทาร์ตวานิลลาของที่นั่นอยู่ใช่ไหมครับ" น้ำเสียงของศิลาแหบพร่าและเจือความเว้าวอนอย่างน่าสมเพช ซึ่งเป็นสิ่งที่คนอย่างเขาไม่เคยแสดงออกมาก่อนในยามที่ยังถือครองความสำเร็จและความเย่อหยิ่งท่วมหัว นารายังคงนิ่งเงียบ เสียงปลายพู่กันกระทบกระดาษไขดังแผ่วเบาในความเงียบงันที่กดดัน เสี้ยวหน้าที่เคยอ่อนหวานและยอมจำนนต่อเขาในอيامวาน บัดนี้กลับเรียบเฉยราวน้ำแข็งขั้วโลก เธอวางพู่กันลงช้าๆ เงยหน้าขึ้นสบตาเขาด้วยแววตาที่ว่างเปล่าจนน่ากลัว "คุณศิลาน่าจะจำสลับคนแล้วนะครับ" นาราเอ่ยขึ้น น้ำเสียงเรียบเรื่อยไร้คลื่นอารมณ์ "ภรรยาเก่าของคุณที่ชอบทาร์ตวานิลลาคนนั้น ได้ตายไปตั้งแต่วันที่คุณเซ็นใบหย่าและผลักไสเธอกลางสายฝนแล้วครับ คนที่นั่งอยู่ตรงนี้คือนารา มัณฑนากรที่คุณกำลังว่าจ้างให้รีโนเวทอาคารพาณิชย์... และเรากำลังคุยกันแค่เรื่องงานเท่านั้น" คำพูดนั้นคมกริบยิ่งกว่าใบมีด มันกรีดลึกลงไปในความทรงจำที่แตกสลายของศิลาจนเขาต้องก้าวถอยหลังไปครึ่งก้าว หัวใจของอดีตนักธุรกิจผู้ยิ่งใหญ่กระตุกวูบ ความเจ็บปวดจากการถูกปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใยตีรวนขึ้นมาจุกที่ลำคอ "ผมแค่อยาก... อยากชดเชย..." ศิลาพยายามอธิบาย มือที่ถือกล่องขนมสั่นเทาเล็กน้อย "ผมรู้ว่าสิ่งที่ผมเคยทำมันเลวร้ายแค่ไหน นารา... ขอโอกาสให้ผมได้..." "การชดใช้ไม่ได้มีไว้เพื่อความสบายใจของคุณฝ่ายเดียวนะครับ, คุณศิลา" นาราตัดบทด้วยรอยยิ้มเยียบเย็นที่มุมปาก เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างเพรียวในชุดสูทเข้ารูปสีเทาเข้มสะท้อนถึงอำนาจและความเด็ดขาดที่เธอสร้างขึ้นจากน้ำตาในอดีต "ความปรารถนาดีของคุณในตอนนี้ มันมีค่าเท่ากับขยะเปียกสำหรับฉัน... ไร้ราคา และน่ารังเกียจ" เธอมองกล่องขนมในมือเขาด้วยสายตารังเกียจอย่างไม่ปิดบัง ก่อนจะเบนสายตาออกไปนอกหน้าต่างราวกับว่าเขาเป็นเพียงอากาศธาตุที่ไม่สมควรแม้แต่จะเสียเวลาหายใจร่วมกัน ศิลากลืนก้อนสะอื้นลงคอ ความสำนึกผิดที่สายเกินไปกัดกินขั้วหัวใจจนแทบแหลกสลาย เขาเข้าใจแล้วว่า การถูกมองข้ามและไม่เหลือใครมันทรมานเพียงใด นรกที่เขาสร้างขึ้นเพื่อกักขังเธอนั้น บัดนี้มันได้ย้อนกลับมากลืนกินตัวเขาเองจนไม่เหลือชิ้นดีแล้ว ในจังหวะที่บรรยากาศภายในห้องกำลังตึงเครียดจนแทบขาดผึ่ง เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะ ประตูห้องทำงานถูกเปิดออกโดยผู้ช่วยสาว พร้อมกับร่างเล็กๆ ของเด็กชายวัยราวหวบเศษในชุดเอี๊ยมยีนส์น่ารัก ที่วิ่งเตาะแตะเข้ามาในห้องพร้อมกับเสียงหัวเราะใส "คุณแม่ครับ! น้องกรณ์หิวน้ำ..." เสียงใสๆ นั้นหยุดชะงักลง ศิลาหันขวับไปมองตามเสียง และในวินาทีนั้นเอง โลกทั้งใบของเขาก็คล้ายจะหยุดหมุน เด็กชายตัวน้อยมีดวงตากลมโต จมูกรั้น และโครงหน้าที่ถอดแบบมาจากเขาราวกับส่องกระจกเงาในวัยเด็ก ยิ่งไปกว่านั้น สร้อยข้อมือเงินรูปกางเขนเล็กๆ ที่ข้อมือเด็กน้อย... คือเส้นเดียวกับที่เขาเคยทำหายไปในคืนวันที่เขาขับไล่นาราออกจากบ้านเมื่อสองปีก่อน นารายืนนิ่งค้าง สีหน้าที่เคยเยือกเย็นและมั่นคงมาตลอดพังทลายลงในเสี้ยววินาที ความตื่นตระหนกฉายชัดขึ้นในแววตาคู่สวยที่กำลังจ้องมองไปยังศิลา ซึ่งบัดนี้ใบหน้าซีดเผือดราวกับคนใกล้ตาย ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงเมื่อความจริงอันน่าสะพรึงกลัวกำลังเปิดฉากขึ้นตรงหน้า ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินหน้าเข้าสู่ห้วงลึกแห่งการชดใช้กรรมนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (บันทึกคนจร)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มัณฑนากรไร้เงากับเศษเสี้ยวความทรงจำที่แตกสลาย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%