วิศวะสายซึน ป่วนหัวใจยัยตัวโก๊ะ•ตอนที่ 26

ความรู้สึกที่อัดอั้น

ผลงานโดย ชาพีชหวานน้อย
“พี่ทัพคะ... รอหวานก่อนสิ!” เสียงตะโกนของน้ำหวานดังก้องไปทั่วโถงทางเดินหน้าคณะวิศวะ แต่มันกลับได้รับเพียงความเงียบงันตอบกลับมา แผ่นหลังกว้างของคนที่เธอเฝ้าตามตื๊อมาตลอดหลายเดือนเดินห่างออกไปเรื่อยๆ โดยไม่มีแม้แต่จังหวะฝีเท้าที่จะชะลอลงเหมือนทุกครั้ง ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างเริ่มก่อตัวขึ้นในอกของหญิงสาว มันไม่ใช่ความเหนื่อยหอบจากการวิ่ง แต่มันคือความใจหายที่เหมือนโลกทั้งใบกำลังจะหมุนช้าลงผิดปกติ น้ำหวานตัดสินใจเร่งฝีเท้าขึ้นอีกนิดจนไปดึงแขนเสื้อของชายหนุ่มไว้ได้ทัน แต่ทว่า... ทัพไม่ได้หยุดเดินด้วยความเต็มใจ เขาหยุดเพียงเพราะแรงดึงของเธอ ก่อนจะค่อยๆ หันกลับมามองด้วยแววตาที่ว่างเปล่าจนน่ากลัว ดวงตาคมคู่นั้นที่เคยฉายแววดุแต่แฝงความห่วงใยเสมอมา บัดนี้กลับเหลือเพียงความเย็นชาที่กัดกินไปถึงขั้วหัวใจ “มีอะไรหรือเปล่าครับ?” ทัพถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบจนน้ำหวานเผลอปล่อยมือที่จับแขนเสื้อเขาออกโดยอัตโนมัติ คำแทนตัวว่า ‘ครับ’ ที่ดูสุภาพเกินไปนั่นแหละที่ทำให้น้ำหวานรู้สึกเหมือนถูกผลักให้ตกลงไปในเหว “พี่ทัพเป็นอะไรคะ? โกรธที่หวานไปกินข้าวกับพี่วินเหรอ? หวานอธิบายได้นะ คือวันนั้นมินนี่เขาบอกว่า...” “ไม่ต้องอธิบายหรอกน้ำหวาน” ทัพตัดบทสั้นๆ มุมปากของเขาหยักยิ้มขึ้นเล็กน้อย แต่มันไม่ใช่ยิ้มที่ทำให้คนมองใจฟูเหมือนเคย “พี่ไม่ได้โกรธ... และจริงๆ แล้วมันก็ไม่มีอะไรต้องโกรธด้วย เพราะพี่กับเรา... เราไม่ได้เป็นอะไรกัน” คำพูดนั้นเหมือนเข็มพันเล่มที่ทิ่มแทงลงมากลางใจ น้ำหวานชะงักไปครู่ใหญ่ พยายามเค้นเสียงออกมาแต่ลำคอกลับตีบตัน “พี่ทัพหมายความว่ายังไงคะ?” “หมายความว่า พี่คงเลิกยุ่งกับชีวิตหวานสักที” เขาพูดพลางเบนสายตาไปมองทางอื่น เหมือนกับว่าการสบตาเธอในตอนนี้มันคือความทรมานอย่างหนึ่ง “ช่วงที่ผ่านมาพี่รบกวนเรามามากพอแล้ว ต่อจากนี้หวานก็ไปใช้ชีวิตของหวานเถอะนะ อยากจะไปกับใคร อยากจะคุยกับใคร ก็ทำได้เต็มที่ พี่จะไม่... ขัดขวางแล้ว” ทัพเดินเลี่ยงออกไปทันทีโดยไม่เปิดโอกาสให้หญิงสาวได้เอ่ยปากรั้งไว้ ทิ้งให้น้ำหวานยืนเคว้งอยู่กลางโถงทางเดินที่พลุกพล่านไปด้วยผู้คน เสียงหัวใจของเธอดังสะท้อนอยู่ในหู ความรู้สึกที่เคยอัดอั้นอยู่ข้างในมันไม่ได้จางหายไปไหน แต่มันกลับยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นจนน้ำตาหยดหนึ่งไหลรินออกมาโดยไม่รู้ตัว ... สองวันต่อมา บรรยากาศในโรงอาหารคณะนิเทศฯ ดูเงียบเหงากว่าที่เคย แม้แต่ขนมปังรสโปรดที่มินนี่ซื้อมาให้ น้ำหวานก็แทบจะกลืนไม่ลง เธอเอาแต่นั่งเขี่ยอาหารในจานไปมา สายตาเหม่อมองไปยังที่นั่งประจำมุมหนึ่งของโรงอาหารที่ว่างเปล่า “แก... เลิกทำหน้าเหมือนคนอกหักสักทีได้ไหม น้ำหวาน มันน่าสมเพชนะเว้ย!” มินนี่ตบโต๊ะเบาๆ เพื่อเรียกสติเพื่อนรัก “ทัพมันก็แค่ซึน เดี๋ยวพอเห็นแกไปกับพี่วินมากๆ เข้า มันก็ทนไม่ได้แล้วพุ่งเข้ามาหาเองนั่นแหละ” “มันไม่เหมือนเดิมแล้วมินนี่” น้ำหวานพึมพำเสียงแผ่ว “ตอนที่เขาพูดกับฉันวันนั้น... สายตาเขาไม่มีความอาลัยอาวรณ์เลยสักนิด เหมือนเขาตัดสินใจมาดีแล้วจริงๆ ว่าเขาจะตัดฉันออกจากชีวิต” “จะบ้าเหรอ! คนที่คอยส่งข้อความมาถามตลอดว่าถึงหอหรือยัง คนที่คอยเอาขนมมาวางไว้ให้ที่โต๊ะเรียนเนี่ยนะ จะตัดใจได้ง่ายๆ?” น้ำหวานถอนหายใจยาว “คนเราน่ะมินนี่... ถ้ามันถึงขีดจำกัดจริงๆ ต่อให้รักแค่ไหน เขาก็เลือกที่จะเดินออกมาได้นะ” ขณะที่ทั้งสองกำลังคุยกัน วินก็เดินถือแก้วกาแฟเข้ามาสมทบ เขายิ้มกว้างตามสไตล์หนุ่มสถาปัตย์ผู้ร่าเริง แต่เมื่อเห็นสภาพของหญิงสาวตรงหน้า รอยยิ้มนั้นก็จางลงเหลือเพียงความเป็นห่วง “น้ำหวาน เป็นอะไรหรือเปล่า ดูไม่สดใสเลยนะวันนี้” น้ำหวานฝืนยิ้ม “นิดหน่อยน่ะค่ะพี่วิน หวานแค่... นอนไม่ค่อยหลับ” “งั้นวันนี้ไปเดินเล่นที่สวนหลังมหาลัยกันไหม? เดี๋ยวพี่พาไปหาอะไรอร่อยๆ กินแก้เครียด ดีกว่ามานั่งเศร้าอยู่แบบนี้” วินเอ่ยชวนพร้อมกับสายตาที่เต็มไปด้วยความจริงใจ แต่น้ำหวานกลับรู้สึกว่าความใจดีของพี่วินในตอนนี้ กลับยิ่งทำให้ช่องว่างในใจของเธอกับทัพมันกว้างออกไปอีก ในจังหวะที่เธอกำลังจะตอบตกลง สายตาก็เหลือบไปเห็นเงาร่างสูงโปร้นที่คุ้นตาผ่านหน้าโรงอาหารไปพอดี หัวใจของน้ำหวานกระตุกวูบ เธอรีบลุกขึ้นยืนทันที “น้ำหวาน! จะไปไหน!” มินนี่ร้องเรียก แต่หญิงสาวไม่สนอะไรอีกต่อไป เธอวิ่งออกไปจากโรงอาหารสุดชีวิต “พี่ทัพ!” ทัพหยุดเดิน แต่คราวนี้เขาไม่ได้หันกลับมา เขายืนนิ่งอยู่อย่างนั้น น้ำหวานวิ่งไปจนถึงตัวเขา เธอหอบหายใจรุนแรง กลิ่นน้ำหอมจางๆ ของเขาที่เธอหลงใหลยังคงอบอวลอยู่รอบตัว “พี่ทัพ... ตอบหวานมาคำเดียว พี่เกลียดหวานเหรอ?” ทัพค่อยๆ หันกลับมา แต่สิ่งที่ทำให้น้ำหวานต้องใจสลายยิ่งกว่าเดิม คือข้างกายของเขาในตอนนี้ มีหญิงสาวคณะบริหารคนหนึ่งยืนยิ้มหวานรออยู่ เธอคนนั้นคือดาวคณะที่เคยมีข่าวว่าแอบชอบทัพมานาน “หวาน...” ทัพเรียกชื่อเธอด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าวันนั้นนิดหน่อย แต่แววตาของเขากลับนิ่งสนิท “อย่ามาหาพี่แบบนี้อีกเลย มันไม่เหมาะ... และที่สำคัญ พี่ไม่อยากให้ใครเข้าใจเราผิด โดยเฉพาะคนข้างๆ พี่ตอนนี้” ทัพหันไปส่งยิ้มบางๆ ให้กับสาวสวยข้างกาย ก่อนจะก้าวเดินต่อไป ทิ้งให้น้ำหวานยืนนิ่งเป็นหิน มือของเธอสั่นเทา ความรู้สึกอัดอั้นที่เคยคิดว่ามันหนักหนาแล้ว ตอนนี้มันกลับกลายเป็นความว่างเปล่าที่เย็นเฉียบ ทว่า... ในวินาทีที่ทัพเดินผ่านเธอไป แรงดึงเบาๆ ที่แขนเสื้อของเธอทำให้เธอต้องชะงัก ทัพไม่ได้หยุดเดิน แต่เขากระซิบเบาๆ ผ่านไหล่ของเธอมาด้วยประโยคที่ทำให้น้ำหวานต้องเบิกตากว้าง “ถ้าอยากรู้ว่าทำไมพี่ถึงต้องทำแบบนี้... คืนนี้ที่ห้องชมรมดนตรี... อย่าไปกับใครทั้งนั้น ถ้ายังอยากรู้ความจริง” เงาร่างของเขาลับตาไป ทิ้งให้หญิงสาวหัวใจเต้นรัวด้วยความสับสนและความหวังที่จุดประกายขึ้นมาอีกครั้ง ใครคนหนึ่งที่แอบมองเหตุการณ์นี้จากมุมมืดของตึกเดินตรงเข้ามาหาน้ำหวานด้วยท่าทีที่ดูผิดปกติ เมื่อคนๆ นั้นหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแสดงข้อความบางอย่างให้เธอเห็น น้ำหวานก็ถึงกับหน้าถอดสีจนก้าวขาไม่ออก! ชาพีชหวานน้อยหวังว่าตอนนี้น่าจะทำให้รี้ดเดอร์ทุกท่านตื่นเต้นไปกับความสัมพันธ์ที่กำลังสั่นคลอนของน้ำหวานและพี่ทัพนะคะ!
สารจากนักเขียน (ชาพีชหวานน้อย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะสายซึน ป่วนหัวใจยัยตัวโก๊ะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%