“นี่คือความจริงที่เธอควรเห็นตั้งนานแล้ว... น้ำหวาน”
เสียงราบเรียบของคนตรงหน้าสั่นประสาทจนน้ำหวานรู้สึกเหมือนเลือดในกายเย็นเฉียบ ข้อความบนหน้าจอโทรศัพท์เครื่องนั้นมันไม่ใช่แค่การแอบถ่าย แต่มันคือภาพของทัพที่กำลังยืนอยู่กับใครบางคนในมุมลับสายตา—ผู้หญิงคนนั้นดูสนิทสนมเกินกว่าคำว่าเพื่อน และในมือของทัพ... เขากำลังถือสร้อยข้อมือเส้นที่น้ำหวานเคยทำหายไปเมื่อสัปดาห์ก่อน
น้ำหวานไม่ได้ฟังเสียงของคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าอีกต่อไป เธอหันขวับออกตัววิ่งด้วยสัญชาตญาณ ทั้งที่สมองยังประมวลผลอะไรไม่ถูก ความโกรธ ความน้อยใจ และความสับสนตีรวนกันจนจุกอก เธอตรงดิ่งไปยังโรงจอดรถคณะวิศวะที่รู้ดีว่าทัพต้องอยู่ที่นั่น
ภาพที่เห็นคือทัพกำลังยืนเช็กอุปกรณ์อยู่ในความเงียบ เขายังคงดูดีและเยือกเย็นเหมือนเดิม ไม่ว่าโลกจะหมุนไปทางไหน แต่สำหรับน้ำหวานตอนนี้... ความนิ่งเฉยนั้นกลายเป็นมีดโกนที่กรีดลึกลงมาบนความรู้สึกของเธอ
“ทัพ!”
เสียงตะโกนของน้ำหวานทำให้ชายหนุ่มชะงัก เขาค่อยๆ หันมามองช้าๆ คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันเล็กน้อยเมื่อเห็นสภาพที่หอบเหนื่อยและดวงตาที่แดงก่ำของหญิงสาว
“วิ่งมาทำไม น้ำหวาน? หอบซะ...”
“ไม่ต้องมาทำเป็นห่วง!” น้ำหวานตวาดเสียงสั่น เธอคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วกดเปิดภาพที่ได้รับมาเมื่อครู่นี้ ก่อนจะชูมันขึ้นตรงหน้าเขา “นี่มันคืออะไร? สร้อยของฉัน... ทำไมมันไปอยู่ในมือคนอื่น? แล้วผู้หญิงคนนั้น... เราเป็นอะไรกันแน่ทัพ?”
ทัพนิ่งไป สายตาของเขาเปลี่ยนจากความสงสัยเป็นความเย็นชาในทันที เขาไม่ได้ปฏิเสธ ไม่ได้อธิบาย แต่เขากลับถอนหายใจยาวๆ ออกมาหนึ่งครั้ง ซึ่งนั่นคือท่าทางที่น้ำหวานเกลียดที่สุด
“เรื่องแค่นี้เองเหรอ?”
คำถามนั้นเหมือนน้ำมันที่ราดลงบนกองไฟ น้ำหวานรู้สึกเหมือนเส้นด้ายในใจขาดผึง “เรื่องแค่นี้เหรอ? นายมองว่าความรู้สึกของฉันมันเป็นเรื่องแค่นี้เหรอที่ผ่านมานายคอยดูแลฉัน คอยเอาใจใส่ แต่พอลับหลังนายก็ทำแบบนี้... นายสนุกมากไหมที่เห็นฉันวิ่งตามนายเหมือนคนโง่คนหนึ่ง?”
“ฉันไม่เคยบอกให้เธอวิ่งตาม” ทัพสวนกลับทันควัน เสียงของเขาเย็นเยียบจนน่าใจหาย “ที่ฉันทำไป... มันก็แค่ความรับผิดชอบ ไม่ใช่สิ่งที่เธอคิดไปเอง”
“ความรับผิดชอบงั้นเหรอ!” น้ำหวานแค่นหัวเราะทั้งน้ำตา เธอพุ่งเข้าไปผลักอกกว้างของเขาแรงๆ “นายมันใจร้าย! ใจร้ายที่สุด! นายเก่งนักใช่ไหมที่ทำให้คนอื่นมีความหวังแล้วก็เหยียบมันทิ้ง นายมันก็แค่ผู้ชายขี้เก๊กที่เห็นความรู้สึกคนอื่นเป็นแค่ของเล่น!”
ทัพคว้าข้อมือเธอไว้แน่น แรงบีบนั้นไม่ได้รุนแรงแต่หนักแน่นพอที่จะตรึงเธอไว้ “แล้วเธอต้องการอะไร? อยากให้ฉันพูดว่าอะไร? บอกว่าหึง? บอกว่าหวง? หรือบอกว่าสร้อยนั่นฉันเก็บได้และตั้งใจจะคืนให้ในเวลาที่เหมาะสม... หรือเธออยากให้ฉันพูดว่าผู้หญิงคนนั้นไม่มีความหมายอะไรเลย เพราะในใจฉันมันไม่มีที่ว่างให้ใครตั้งแต่แรกแล้ว?”
คำพูดของทัพทิ้งจังหวะให้เงียบงัน น้ำหวานชะงักไป ดวงตาคู่สวยสั่นไหวด้วยความไม่เข้าใจ
“ถ้าไม่มีที่ว่างให้ใคร... แล้วทำไมต้องเย็นชาใส่กันแบบนี้? ทำไมต้องทำให้ฉันรู้สึกว่าตัวเองเป็นแค่ส่วนเกินในชีวิตนาย?”
ทัพมองลึกลงไปในดวงตาของเธอ แววตาของเขามีร่องรอยของความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ลึกๆ เขาปล่อยมือจากข้อมือเธอแล้วหันหลังให้ “เธอก็เป็นแค่น้ำหวาน... เด็กโก๊ะที่ชอบทำเรื่องยุ่งๆ ให้ฉันต้องตามแก้ ถ้าฉันไม่เย็นชาใส่ แล้วเธอจะจำไหมว่าชีวิตมันไม่ได้มีแค่ความสดใสของเธอเพียงอย่างเดียว?”
“งั้นเราเลิกยุ่งกันเถอะ” น้ำหวานพูดออกมาด้วยเสียงที่เบาหวิว แต่หนักแน่นที่สุดเท่าที่เคยพูดมา “ถ้าฉันเป็นแค่ภาระ ถ้าความรู้สึกของฉันมันน่ารำคาญนัก ต่อไปนี้ฉันจะไม่ทำให้พี่ต้องลำบากใจอีกแล้ว”
เธอกำลังจะหันหลังเดินจากไป แต่ในจังหวะนั้นเอง วินที่ยืนแอบมองเหตุการณ์อยู่ไม่ไกลก็ก้าวเข้ามาขวางไว้ เขาเดินตรงมาหาน้ำหวานแล้วคว้าไหล่เธอไปไว้ข้างหลังตัวเอง พร้อมกับส่งสายตาท้าทายไปให้ทัพที่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่ตรงนั้น
“พอเถอะน้ำหวาน ถ้าคนอย่างมันไม่รู้จักรักษาหัวใจของเธอ ก็อย่าไปเสียเวลากับมันเลย” วินพูดเสียงเรียบแต่หนักแน่น “ไปกับฉันดีกว่า... ตรงนี้มันไม่มีอะไรน่าอยู่ตั้งนานแล้ว”
ทัพกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดที่มือปูดโปน เขาสบตาเข้ากับวินด้วยแววตาที่พร้อมจะระเบิดอารมณ์ได้ทุกเมื่อ แต่น้ำหวานกลับไม่หันไปมองทัพอีก เธอเพียงแต่ก้มหน้าเดินตามวินไปโดยไม่หันกลับมามองแม้แต่นิดเดียว
ในความเงียบงันของโรงจอดรถที่ดูเหมือนจะหยุดนิ่งไปชั่วขณะ ทัพยืนอยู่ตรงนั้นเพียงลำพัง ก่อนที่เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ของเขาจะดังขึ้น... เขาหยิบมันขึ้นมาดูแล้วหน้าถอดสีไปในทันที เพราะข้อความบนหน้าจอนั้นคือรูปของวินที่กำลังโอบกอดน้ำหวานไว้อย่างแนบแน่นจากมุมที่ไม่มีใครมองเห็น พร้อมกับข้อความสั้นๆ ว่า *“แผนการดำเนินไปได้สวย เดี๋ยวทุกอย่างจะจบลงในคืนนี้... เตรียมตัวเสียใจได้เลยทัพ”*
ความรู้สึกหนาวเหน็บแล่นปราดไปทั่วร่าง ทัพตระหนักได้ทันทีว่าเขากำลังถูกใครบางคนปั่นหัว และน้ำหวานกำลังตกอยู่ในอันตรายที่เขาเป็นคนผลักไสเธอไปหาเองด้วยมือของเขา!
หวังว่าตอนนี้นักอ่านทุกคนจะยังไม่โกรธชาพีชจนเกินไปนะคะ เพราะตอนหน้าความจริงกำลังจะถูกเปิดเผยแล้วค่ะ... รอติดตามกันด้วยนะคะ!
วิศวะสายซึน ป่วนหัวใจยัยตัวโก๊ะ•ตอนที่ 27
ทะเลาะกันใหญ่โต
ผลงานโดย ชาพีชหวานน้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาพีชหวานน้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะสายซึน ป่วนหัวใจยัยตัวโก๊ะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!