วิศวะสายซึน ป่วนหัวใจยัยตัวโก๊ะ•ตอนที่ 28

ต่างคนต่างถอย

ผลงานโดย ชาพีชหวานน้อย
"ถ้าคุณทัพจะใจร้ายขนาดนี้ ก็ไม่ต้องมาทำดีให้ความหวังกันหรอกค่ะ!" ประโยคนั้นของน้ำหวานยังคงดังก้องอยู่ในหัวของทัพราวกับเสียงระฆังที่ถูกตีซ้ำแล้วซ้ำเล่าท่ามกลางความเงียบงันของห้องสมุดคณะวิศวะฯ ที่เขาใช้เป็นที่กบดานมาตลอดสามชั่วโมงเต็ม ชายหนุ่มนั่งมองหน้าจอแท็บเล็ตที่มีแบบแปลนโปรเจกต์กองโตอยู่ตรงหน้า แต่ตัวอักษรเหล่านั้นกลับพร่าเลือนจนอ่านไม่เป็นคำ ความรู้สึกหนาวเหน็บที่แล่นปราดไปทั่วร่างเมื่อตอนที่เขารู้ตัวว่า 'วิน' กำลังเล่นเกมปั่นหัวเขาโดยใช้ความใสซื่อของน้ำหวานเป็นเดิมพันนั้น มันไม่ได้มาจากความโกรธแค้น แต่มันมาจากความขลาดเขลาของตัวเขาเองต่างหาก ทัพยกมือขึ้นกุมขมับ พลางถอนหายใจออกมาอย่างหงุดหงิด เขาเป็นคนผลักไสเธอไปอยู่ในที่ที่อันตราย เพียงเพราะทิฐิที่ว่าเขาอยากให้เธอไปเจอคนที่ดีกว่า... แต่พอเห็นเธอเริ่มห่างออกไปจริงๆ หัวใจของเขากลับเหมือนถูกบีบด้วยคีมเหล็ก ในขณะเดียวกัน ทางฝั่งหอพักหญิง น้ำหวานนั่งกอดเข่าอยู่บนเตียงนุ่มๆ มองดูหน้าจอสมาร์ทโฟนที่เงียบสนิทมาตลอดสองวัน เธอไม่ใช่คนโง่ ถึงจะดูโก๊ะๆ ซุ่มซ่ามไปบ้าง แต่เธอก็พอจะเดาออกว่าเหตุการณ์เมื่อวันก่อนนั้นมันมีอะไรแปลกๆ สายตาที่เขามองเธอมันไม่ใช่ความเกลียดชัง แต่มันคือความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ใต้หน้ากากเย็นชา "น้ำหวาน แกจะรอให้เขาทักมาจริงๆ เหรอ?" มินนี่ที่นั่งอ่านนิตยสารอยู่บนเตียงฝั่งตรงข้ามเงยหน้าขึ้นถามเสียงเรียบ "มินนี่... ถ้าเขาไม่ได้รู้สึกอะไรเลยจริงๆ สิ่งที่เขาทำก่อนหน้านี้มันคืออะไรเหรอ? การที่คอยรับส่ง การที่คอยซื้อยามาวางให้เวลาที่ฉันไม่สบาย หรือแม้แต่การที่เขาเดินตามหลังฉันเงียบๆ เวลาไปเดินตลาดนัด มันแปลว่าอะไร?" น้ำหวานถามกลับด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ดวงตากลมโตเริ่มมีหยดน้ำใสๆ คลอเบ้า "มันแปลว่าเขาเป็น 'คนซึน' ระดับตัวพ่อไงล่ะยัยบ๊อง!" มินนี่ถอนหายใจแล้วโยนหนังสือทิ้งลงบนเตียง "แต่ประเด็นคือ ตอนนี้พวกแกต่างคนต่างถอย แกถอยเพราะน้อยใจ ส่วนเขาก็ถอยเพราะขี้ขลาด ถ้าไม่กล้าก้าวข้ามเส้นบางๆ นี้ไป บางทีตอนจบของพวกแกอาจจะเป็นแค่ 'คนรู้จัก' ที่เคยสนิทกันก็ได้นะ" ความเงียบปกคลุมไปทั่วห้องอีกครั้ง คำพูดของมินนี่แทงใจดำน้ำหวานเข้าอย่างจัง เธอรักเขา... รักจนไม่รู้จะเอาความรู้สึกนี้ไปไว้ที่ไหน แต่ถ้าคนหนึ่งพยายามดึงเข้าหา อีกคนกลับผลักออกซ้ำๆ ความสัมพันธ์นี้มันก็เหมือนการเข็นครกขึ้นภูเขาที่ท้ายที่สุดแล้วมันก็ต้องร่วงลงมาแตกละเอียดอยู่ดี ตกเย็น ทัพตัดสินใจก้าวเท้าออกไปนอกห้องพัก เป้าหมายของเขาคือร้านคาเฟ่เล็กๆ ใต้ตึกนิเทศฯ ที่เขารู้ว่าน้ำหวานมักจะมานั่งวาดรูปหลังจากเลิกเรียน เขาสวมฮู้ดสีดำสนิท ดึงหมวกขึ้นมาปิดบังใบหน้าครึ่งหนึ่ง เขาไม่ได้ต้องการจะไปปรากฏตัวเพื่อเรียกร้องความสนใจ แต่เขาแค่อยากเห็น... แค่ได้เห็นว่าเธอยังยิ้มได้ หรืออย่างน้อยที่สุด ก็แค่ได้ดูอยู่ห่างๆ ว่าเธอไม่ได้ถูกใครรังแก ทัพหยุดยืนอยู่ที่มุมตึก สายตาของเขาจับจ้องไปที่โต๊ะไม้ตัวเดิมใต้ต้นจามจุรี น้ำหวานนั่งอยู่ตรงนั้นกับวิน ชายหนุ่มสถาปัตย์ที่ดูท่าทางจะร่าเริงเกินเหตุ ในมือของวินถือแก้วโกโก้ที่เขารู้ดีว่าเป็นของโปรดของน้ำหวาน ทั้งคู่หัวเราะให้กันอย่างมีความสุข บรรยากาศรอบตัวพวกเขาดูสดใสจนทัพรู้สึกว่าตัวเองเป็นเพียงเศษเสี้ยวความมืดที่ไร้ตัวตน "หัวเราะเข้าไปเถอะ... ยิ่งแกมีความสุขมากเท่าไหร่ มันก็แปลว่าฉันตัดสินใจถูกแล้วไม่ใช่เหรอ?" ทัพพึมพำกับตัวเอง เสียงของเขาแหบพร่าและเต็มไปด้วยความปวดร้าว ทว่า ในวินาทีที่ทัพกำลังจะหันหลังเดินจากไป น้ำหวานก็ลุกขึ้นยืนกะทันหัน เธอหันมามองทางมุมตึกที่ทัพยืนอยู่พอดี แม้ระยะห่างจะไกลจนมองไม่เห็นแววตา แต่เขาสัมผัสได้ถึงความรู้สึกบางอย่างที่ส่งผ่านสายตาคู่นั้นมา ราวกับว่าเธอรู้... ว่าเขากำลังยืนมองอยู่ตรงนี้ น้ำหวานขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะหันไปพูดอะไรบางอย่างกับวิน แล้วเธอก็ตัดสินใจเดินแยกออกมา มุ่งหน้าตรงมายังจุดที่ทัพซ่อนตัวอยู่ ทัพตกใจจนทำอะไรไม่ถูก เขาหันหลังเตรียมจะวิ่งหนี แต่ทว่าจังหวะที่เขากำลังจะก้าวเท้า เสียงนุ่มๆ ที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากด้านหลัง "ถ้ารู้ว่าจะมามองทำไมไม่กล้าโผล่หัวออกมาล่ะคะ" ทัพตัวแข็งทื่อ เขาค่อยๆ หันกลับไปช้าๆ พบว่าน้ำหวานยืนหอบหายใจน้อยๆ อยู่ห่างจากเขาไม่ถึงสองเมตร ดวงตาของเธอแดงก่ำเหมือนคนเพิ่งผ่านการร้องไห้มาหมาดๆ แต่ท่าทีของเธอกลับดูเข้มแข็งขึ้นกว่าทุกครั้ง "ฉัน... ฉันแค่ผ่านมาแถวนี้" ทัพแก้ตัวด้วยน้ำเสียงที่พยายามจะให้ราบเรียบที่สุด "ผ่านมา... หรือตั้งใจมาดูว่าฉันจะไปมีคนใหม่เมื่อไหร่?" น้ำหวานก้าวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกก้าวหนึ่ง ดวงตาของเธอจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเขา "คุณทัพคะ... ถ้าคุณไม่รักก็แค่บอกมาคำเดียว อย่าใช้ความเงียบมาทรมานกันแบบนี้เลย ฉันเหนื่อยที่จะเดาใจคนขี้ขลาดแล้ว" หัวใจของทัพกระตุกวูบ เขาอยากจะคว้าตัวเธอเข้ามากอดให้จมอก อยากจะบอกเธอว่าเขาไม่ได้ขี้ขลาด แต่เขากลัว... กลัวว่าวันหนึ่งเขาจะรั้งเธอไว้ไม่อยู่ แต่ในขณะที่เขากำลังจะอ้าปากเอ่ยคำปฏิเสธหรือคำสารภาพนั้นเอง... เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนดังแทรกขึ้นมาจากมุมตึกฝั่งตรงข้าม ทัพและน้ำหวานหันไปมองพร้อมกันโดยสัญชาตญาณ ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อกาวน์สีขาวของคณะแพทย์ศาสตร์เดินตรงเข้ามาหาพวกเขาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด "น้ำหวาน! ในที่สุดก็เจอตัวสักที" ชายหนุ่มคนนั้นพูดขึ้นพลางคว้าข้อมือของน้ำหวานเอาไว้แน่น "อย่าเพิ่งคุยกับคนอื่นตอนนี้เลย กลับไปกับพี่เถอะ พี่มีเรื่องสำคัญมากที่ต้องบอก... เรื่องของพ่อกับแม่ที่บ้านน่ะ" ทัพเบิกตากว้างเมื่อเห็นท่าทางที่น้ำหวานดูสับสนและหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัด น้ำหวานหันกลับมามองหน้าทัพด้วยสายตาที่เหมือนจะขอความช่วยเหลือ ขณะที่ทัพเองก็สัมผัสได้ทันทีว่าชายคนนี้ไม่ใช่คนธรรมดา แต่นี่คือจุดเริ่มต้นของ 'ปริศนา' ที่เขาเคยสงสัยมาตลอดเกี่ยวกับภูมิหลังครอบครัวของน้ำหวาน... และความลับที่เธอกำลังถูกคุกคามอยู่กำลังจะถูกเปิดเผยออกมาในวินาทีนี้เอง ชาพีชหวานน้อยขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามเดินทางร่วมกับน้ำหวานและทัพมาจนถึงบทที่ 28 นี้อย่างเหนียวแน่นนะคะ
สารจากนักเขียน (ชาพีชหวานน้อย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะสายซึน ป่วนหัวใจยัยตัวโก๊ะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%