“วางถุงใบนั้นลงเดี๋ยวนี้พาย! ฉันบอกให้แกวางมันลงไง!”
เสียงตะโกนลั่นของมินนี่ผ่านสายโทรศัพท์ยังคงก้องอยู่ในหัวของฉัน ในขณะที่ฉันยืนหอบหายใจถี่อยู่ในซอกตึกคณะวิศวกรรมศาสตร์ หัวใจดวงน้อยๆ เต้นรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ความทรงจำเมื่อไม่กี่นาทีก่อนยังคงเป็นภาพติดตา ภาพที่ฉันแอบเห็นเหนือกับกวินยืนโต้เถียงกันด้วยบรรยากาศมาคุ... แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นสำคัญเท่ากับความรู้สึกผิดที่มันตีตื้นขึ้นมาในใจ
เหนือช่วยฉันไว้... ช่วยไว้ตั้งกี่ครั้งกี่หน ทั้งเรื่องงานกลุ่ม เรื่องที่ฉันทำโก๊ะจนเกือบซวย และเรื่องที่ฉันมักจะเอาตัวเข้าไปเสี่ยงโดยไม่รู้ตัว
“แกนั่นแหละที่ต้องฟังฉัน พาย! เรื่องของพี่เหนือกับพี่กวินน่ะ ปล่อยให้ผู้ชายเขาจัดการกันไป แกอย่าเข้าไปยุ่งเด็ดขาด!”
“แต่มินนี่...” ฉันพึมพำเสียงแผ่ว สองมือที่กำสายโทรศัพท์สั่นระริก “เขาช่วยฉัน... ฉันแค่คิดว่า...”
“ไม่ต้องคิด! แค่นี้ก่อนนะ ฉันมีธุระด่วน!”
สายถูกตัดไปดื้อๆ ทิ้งให้ฉันยืนเคว้งคว้างอยู่ท่ามกลางความเงียบที่น่าอึดอัด ฉันสูดลมหายใจเข้าลึกๆ พยายามดึงสติที่กระเจิดกระเจิงให้กลับมาเข้าที่เข้าทาง สิ่งที่ฉันทำได้ในตอนนี้... อย่างน้อยที่สุดเพื่อเป็นการขอบคุณคนปากร้ายใจดีคนนั้น ก็คือการทำอะไรสักอย่างที่พอจะแสดงความรู้สึกของฉันได้บ้าง
...ใช่แล้ว เค้กไง!
...
สามชั่วโมงต่อมา ในห้องครัวที่เต็มไปด้วยกลิ่นควันจางๆ ฉันกำลังยืนมองผลงานชิ้นเอก(?) ที่หน้าตาบิดเบี้ยวจนดูไม่ออกว่ามันคืออะไร แป้งที่ควรจะฟูฟ่องกลับกลายเป็นก้อนแข็งๆ สีน้ำตาลไหม้ที่แผ่รังสีแห่งความพินาศออกมา
“พาย... แกทำอะไรลงไป” ฉันถามตัวเองพลางใช้ตะหลิวเขี่ยซากเค้กที่ติดก้นถาด
พริบตาที่ฉันกำลังพยายามหาทางกู้ชีพเค้กเจ้ากรรม เสียงเคาะประตูห้องครัวก็ดังขึ้น... *ก๊อก ก๊อก*
“ใครคะ?” ฉันถามพลางหยิบผ้ากันเปื้อนขึ้นมาเช็ดคราบแป้งที่เลอะบนแก้มลวกๆ ก่อนจะเดินไปเปิดประตูโดยไม่ได้มองผ่านตาแมว
ทันทีที่บานประตูเปิดออก ลมหายใจของฉันก็สะดุดกึก ร่างสูงโปร่งที่คุ้นตาในชุดช็อปวิศวะสีกรมท่าที่ดูเนี้ยบเป๊ะทุกระเบียดนิ้วกำลังยืนกอดอกพิงกรอบประตู สายตาคมกริบคู่นั้นมองสำรวจฉันตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่คราบเขม่าบนหน้าผาก
“ทำอะไรของเธอ... กลิ่นไหม้โชยไปถึงหน้าตึกนู่น” เหนือเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าแววตากลับมีความวูบไหวที่อ่านไม่ออก
“พี่เหนือ! คือ... คือว่า...” ฉันอึกอัก พยายามเอาตัวบังถาดเค้กหลังหลังอย่างทุลักทุเล แต่ดูเหมือนเจ้ากรรมนายเวรจะรู้ทัน เขาเดินเบี่ยงตัวเข้ามาในครัวหน้าตาเฉย สายตาหันไปปะทะกับหายนะบนเตาอบ
“นี่คือ... แผนการลอบสังหารฉันหรือเปล่า?” เขาถามพลางเลิกคิ้วข้างหนึ่ง
“เปล่านะคะ! พายแค่... อยากขอบคุณที่ช่วยเรื่องเมื่อตอนเย็น ก็เลยตั้งใจจะทำเค้กให้ แต่สงสัยไฟจะแรงไปนิด... หรือว่านาฬิกามันพังนะ?” ฉันก้มหน้ามองพื้น หัวใจเต้นผิดจังหวะด้วยความอับอาย
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ก่อนที่ฉันจะรู้สึกถึงไออุ่นที่แผ่ออกมาจากตัวคนข้างๆ เหนือถอนหายใจยาว ก่อนจะเดินเข้ามาใกล้จนฉันได้กลิ่นน้ำหอมจางๆ ผสมกับกลิ่นฝุ่นจางๆ ตามสไตล์คนวิศวะ เขาเอื้อมมือมาหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาจากกระเป๋าเสื้อ แล้วบรรจงเช็ดรอยคราบแป้งบนแก้มให้ฉันอย่างแผ่วเบา
สัมผัสที่ไม่ได้ตั้งตัวทำให้ฉันตัวแข็งทื่อ สายตาของเราประสานกันในระยะที่ใกล้จนฉันเห็นประกายสีเข้มในดวงตาของเขา
“โก๊ะไม่มีที่ติเลยนะยัยตัวเล็ก” เสียงเขาทุ้มต่ำและนุ่มนวลกว่าปกติ “ไม่ต้องทำเค้กหรอก... แค่เธอไม่วิ่งเอาตัวไปรับความซวยเพิ่ม ก็ถือว่าขอบคุณฉันมากแล้ว”
“แต่พายอยากให้...”
“งั้นเปลี่ยนเป็นอย่างอื่นแทนได้ไหม” เขาขัดขึ้นเบาๆ มือที่เช็ดหน้าให้ฉันเลื่อนมาประคองข้างแก้มอย่างถือวิสาสะ
“อะไรคะ?” ฉันถามเสียงหลง หัวใจเต้นรัวจนแทบจะหลุดออกมาจากอก
เขานิ่งไปครู่หนึ่ง ราวกับกำลังตัดสินใจบางอย่าง ก่อนจะโน้มใบหน้าลงมาจนหน้าผากของเราแตะกัน ลมหายใจอุ่นๆ ของเขารินรดปลายจมูกฉัน “เปลี่ยนเป็น... การสัญญาว่าต่อจากนี้ไป เธอจะอยู่ใกล้ตัวฉันตลอดเวลา... ไม่ว่าจะมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นก็ตาม”
คำพูดนั้นทำให้ฉันชะงักไปครู่ใหญ่ กำลังจะอ้าปากตอบ แต่ทันใดนั้น เสียงประตูห้องครัวก็เปิดผางออกอีกครั้งพร้อมกับร่างของกวินที่ยืนหอบหายใจแรง
“เหนือ! ปล่อยพายเดี๋ยวนี้ นายไม่มีสิทธิ์ทำแบบนั้น!” กวินตะโกนขึ้นด้วยสีหน้าขึงขังที่ฉันไม่เคยเห็นมาก่อน
เหนือละมือออกจากแก้มฉันช้าๆ แต่ยังคงยืนบังฉันไว้เบื้องหลัง สายตาของเขากลับมาเย็นชาอีกครั้งราวกับสับสวิตช์
“ฉันไม่มีสิทธิ์... แล้วนายล่ะ มีสิทธิ์อะไรถึงคิดจะพังประตูห้องพักคนอื่นเข้ามาแบบนี้ กวิน?”
บรรยากาศในห้องครัวที่เพิ่งจะหวานละมุนกลับมาตึงเครียดจนแทบจะระเบิดออกในวินาทีนั้น ทว่าก่อนที่เหตุการณ์จะบานปลายไปมากกว่านี้ เสียงแจ้งเตือนโทรศัพท์ของฉันก็ดังแทรกขึ้นมา—เป็นข้อความจากมินนี่ที่เด้งขึ้นมาพร้อมกับรูปถ่ายใบหนึ่ง
*‘พาย! ฉันรู้แล้วว่าทำไมพี่เหนือถึงต้องทำตัวแบบนั้น... รีบดูนี่!’*
เมื่อฉันกวาดสายตามองภาพบนหน้าจอ ลมหายใจของฉันก็ขาดห้วงไปทันที มือไม้ที่ถือโทรศัพท์อยู่สั่นสะท้านจนเกือบหลุดมือ เพราะรูปในนั้นไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นคนในตระกูลของเหนือที่กำลังยืนเซ็นสัญญาบางอย่างกับบริษัทคู่แข่งของพ่อฉัน... และในภาพนั้น มีใบหน้าของฉันติดอยู่ด้วย ในฐานะ ‘ตัวประกัน’ ของเกมการเมืองธุรกิจที่ฉันไม่เคยล่วงรู้มาก่อน
ชาพีชหวานน้อยหวังว่ารี้ดเดอร์ทุกคนจะยังไม่วางใจ เพราะความจริงที่ซ่อนอยู่ใต้ความซึนของพี่เหนืออาจจะทำให้ใจสั่นกว่าที่คิดนะคะ!
วิศวะสายซึน ป่วนหัวใจยัยตัวโก๊ะ•ตอนที่ 18
เซอร์ไพรส์ที่ไม่คาดฝัน
ผลงานโดย ชาพีชหวานน้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาพีชหวานน้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะสายซึน ป่วนหัวใจยัยตัวโก๊ะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!