"นั่นมันเสียงหัวเราะของไอ้กวินใช่ไหม!"
ฉันถลาไปที่หน้าต่างบานแคบของบ้านพักหลังเก่ากลางค่ายอาสา พยายามเขย่งปลายเท้าชะโงกหน้าออกไปมองข้างนอก แต่ความมืดมิดยามค่ำคืนกลับกลืนกินทุกอย่างจนมองไม่เห็นแม้แต่เงาคน
"พาย ถอยออกมา" เสียงทุ้มต่ำและราบเรียบของ 'เหนือ' ดังขึ้นข้างหู ลมหายใจอุ่นๆ ของเขาปะทะเข้าที่ต้นคอจนฉันขนลุกซู่ เขาไม่ได้พูดเปล่าแต่ถือวิสาสะคว้าข้อมือฉันให้ถอยห่างจากหน้าต่าง ก่อนจะกดล็อคกลอนประตูที่พังแหล่มิพังแหล่นั่นให้แน่นหนาขึ้นอีกชั้น
"แต่นั่นมันกวินนะ! พี่เขาอาจจะอยู่แถวนี้ก็ได้ แล้วทำไมต้องล็อคประตูด้วยล่ะคะ?" ฉันหันไปแหวใส่ ทั้งที่หัวใจในอกมันเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกร่าง ไม่ใช่เพราะความกลัวหรอกนะคะ แต่มันเป็นเพราะระยะห่างระหว่างเราที่ใกล้กันเกินไปจนได้กลิ่นน้ำหอมจางๆ ผสมกับกลิ่นแป้งเด็กจากตัวเขา
เหนือไม่ตอบ เขาเพียงแค่ถอนหายใจยาว พลางกวาดสายตามองไปรอบห้องที่เต็มไปด้วยฝุ่นและเฟอร์นิเจอร์เก่าคร่ำคร่า "เธอยังไม่เข้าใจอีกเหรอว่าทำไมเราถึงมาติดอยู่ที่นี่... ยัยตัวโก๊ะเอ๊ย"
เขาเดินเลี่ยงไปที่มุมห้องที่มีกองฟืนแห้งซึ่งเขาสะสมไว้ตั้งแต่ช่วงเย็น มือหนาจัดการหยิบไม้ขีดไฟขึ้นมาขีดก้านหนึ่ง แสงสว่างวาบขึ้นท่ามกลางความมืด ก่อนที่เปลวไฟจะค่อยๆ เลียกินกิ่งไม้จนเกิดแสงสีส้มทองอบอุ่นขึ้นกลางห้อง แทนที่ความหนาวเหน็บที่เริ่มกัดกินผิวหนัง
"นั่งลง" เขาออกคำสั่งสั้นๆ แล้วทิ้งตัวลงนั่งบนพื้นไม้ที่ปูด้วยเสื่อเก่าๆ ฉันมองเขาสลับกับกองไฟที่เริ่มลุกโชนอย่างลังเล ก่อนจะค่อยๆ ขยับไปนั่งห่างๆ อย่างเจียมตัว
บรรยากาศในห้องเงียบเชียบจนได้ยินเสียงฟืนปะทุ 'เปรี๊ยะ' เบาๆ ความเป็นจริงเริ่มแทรกซึมเข้ามา... เราสองคนถูกขังอยู่ในนี้จริงๆ ด้วยแผนการของใครบางคน และที่สำคัญกว่านั้นคือคืนนี้เราต้องอยู่ด้วยกันสองต่อสอง ท่ามกลางป่าที่ห่างไกลจากความเจริญ
"คิดว่ากวินทำจริงเหรอคะ?" ฉันทำลายความเงียบขึ้นมาหลังจากนิ่งไปนาน
เหนือหันมามองฉัน ดวงตาคมคายคู่นั้นสะท้อนแสงไฟจนดูอ่อนโยนกว่าทุกครั้ง "กวินมันฉลาดพอที่จะไม่ทำอะไรโต้งๆ หรอก แต่มันก็ฉลาดพอที่จะสร้างสถานการณ์ให้คนรอบข้างเข้าใจผิด... และบางที มันอาจจะไม่ได้ทำคนเดียว"
เขากำลังหมายถึง... มินนี่? ยัยเพื่อนตัวดีที่เชียร์ให้เราลงเอยกันจนออกนอกหน้า?
"ทำไมพี่ต้องทำหน้าเครียดด้วยล่ะคะ?" ฉันถามพลางขยับเข้าไปใกล้กองไฟอีกนิดเพื่อแก้เขิน แสงไฟสีส้มวูบไหวตกกระทบลงบนใบหน้าหล่อเหลาที่ดูเนี้ยบแม้ในยามที่นั่งอยู่บนพื้นไม้สกปรกๆ นี่
"ไม่ได้เครียด" เหนือตอบสั้นๆ ก่อนจะเอื้อมมือมาคว้าไหล่ฉันแล้วดึงให้ขยับเข้าไปใกล้ตัวเขาอีกนิด "ขยับมาสิ ตรงนั้นมันหนาว... หรืออยากเป็นหวัดจนพรุ่งนี้ตื่นมาคอพอกแทนที่จะได้ไปทำกิจกรรม?"
ฉันหน้าแดงซ่านด้วยความเขินอาย ขยับตัวไปนั่งชิดข้างเขาจนไหล่เราเบียดกัน ความอุ่นจากร่างกายเขาแผ่ซ่านเข้ามาจนฉันรู้สึกเหมือนแก้มจะระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ นี่น่ะเหรอที่เขาว่าวิศวะสายซึน ปากบอกว่าอย่าขยับแต่กลับดึงเราเข้าไปหาเองเสียอย่างนั้น
"พี่เหนือคะ..." ฉันเรียกชื่อเขาเบาๆ
"หืม?"
"ทำไม... ถึงชอบทำเหมือนรำคาญพาย ทั้งที่เวลาพายมีเรื่อง พี่ก็เป็นคนแรกที่โผล่มาช่วยตลอดเลยล่ะคะ?"
เหนือชะงักไปเล็กน้อย เขาก้มลงเขี่ยฟืนในกองไฟด้วยกิ่งไม้ แสงไฟที่ไหววูบทำให้ใบหน้าของเขาดูซับซ้อนเกินกว่าที่ฉันจะอ่านออก "เพราะถ้าไม่ช่วย... ก็คงไม่มีใครคอยทำตัวโก๊ะๆ ให้ฉันคอยตามเช็ดตามล้างน่ะสิ มันน่าหงุดหงิดนะที่ต้องมาคอยพะวงหลังให้คนอื่น แต่ถ้าคนนั้นเป็นเธอ..."
เขาทิ้งช่วงไปจังหวะหนึ่ง ก่อนจะหันมาสบตาฉันตรงๆ สายตาของเขาในตอนนี้มันไม่ใช่สายตาของรุ่นพี่ที่ดุรุ่นน้อง แต่มันมีความรู้สึกบางอย่าง... ความรู้สึกที่ลึกซึ้งจนใจฉันเต้นผิดจังหวะ
"มันก็ไม่ได้น่ารำคาญขนาดนั้น"
คำพูดเพียงประโยคเดียวเหมือนหยดน้ำที่กระทบลงบนผิวน้ำที่นิ่งสนิท ทำให้หัวใจฉันสั่นไหวไปถึงรากแก้ว บรรยากาศรอบข้างดูเหมือนจะหมุนช้าลง กลิ่นอายของความใกล้ชิดและความลับภายใต้แสงกองไฟทำให้เราสองคนตกอยู่ในภวังค์ที่ไม่มีใครกล้าเอ่ยทำลาย
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนหลายคนก็ดังขึ้นจากด้านนอก!
มันไม่ใช่เสียงเดินธรรมดา แต่มันคือเสียงวิ่งที่กระชั้นชิดพร้อมกับเสียงตะโกนเรียกชื่อเราดังสนั่นหวั่นไหว ประตูด้านหน้าถูกทุบดัง 'ปัง ปัง ปัง!' จนไม้เก่าๆ สั่นสะเทือนตามแรงกระแทก เหนือผุดลุกขึ้นยืนบังหน้าฉันไว้ทันทีโดยสัญชาตญาณ
"เหนือ! พาย! พวกนายอยู่ข้างในใช่ไหม!" เสียงของกวินตะโกนผ่านเข้ามา แต่น้ำเสียงนั่นไม่ได้ดูร้อนรนเหมือนคนมาช่วย แต่มันกลับฟังดู 'สะใจ' อย่างน่าประหลาด
เหนือขมวดคิ้วแน่นก่อนจะคว้าลูกบิดประตู แต่ทันใดนั้นเอง... สิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดก็เกิดขึ้น เสียงกุญแจที่เสียบคาอยู่ที่แม่กุญแจด้านนอกก็หมุนไปหนึ่งรอบ พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่คุ้นเคยของใครบางคนที่ฉันไม่มีวันลืม...
ประตูไม่ได้ถูกเปิดออก แต่กลับถูกล็อคจากด้านนอกด้วยกุญแจอีกดอกที่ดูเหมือนจะเตรียมมาเป็นอย่างดี และแสงไฟฉายจากหลายทิศทางก็ส่องลอดช่องหน้าต่างเข้ามาจนเราสองคนต้องยกมือขึ้นบังตา
"ยินดีด้วยนะ" เสียงผู้หญิงคนหนึ่งดังขึ้นผ่านรอยแตกของไม้ "คืนนี้แหละ... ที่ความจริงทุกอย่างจะถูกเปิดเผย"
ชาพีชหวานน้อยหวังว่าทุกคนจะยังสนุกและลุ้นไปกับความสัมพันธ์ที่กำลังก่อตัวของพายและเหนือนะคะ แล้วเจอกันตอนหน้าค่ะ!
วิศวะสายซึน ป่วนหัวใจยัยตัวโก๊ะ•ตอนที่ 13
กองไฟและเรื่องเล่า
ผลงานโดย ชาพีชหวานน้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาพีชหวานน้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะสายซึน ป่วนหัวใจยัยตัวโก๊ะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!