"พาย! บอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าพยายามยกกล่องเครื่องมือพวกนั้นเองคนเดียว นี่มันคลังอุปกรณ์นะ ไม่ใช่สนามเด็กเล่น!"
เสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยความหงุดหงิดดังขึ้นทันทีที่ฉันก้าวเท้าเข้าไปในห้องเก็บของกึ่งมืดกึ่งสว่าง กลิ่นน้ำมันเครื่องจางๆ ผสมกับกลิ่นฝุ่นทำให้ฉันจามออกมาฟอดใหญ่ พายในสภาพที่หัวฟูยุ่งเหยิง ใบหน้าเปื้อนคราบน้ำมันจนกลายเป็นแมวป่าตัวน้อยกำลังยืนงงอยู่กลางกองวัสดุอุปกรณ์ที่กระจัดกระจายไปทั่วพื้น
"พี่เหนือ... คือพายแค่จะเอาคีมล็อกมาคืนที่เดิม แต่มันดัน... อุ๊ย!"
ฉันยังไม่ทันอธิบายจบ กล่องเหล็กใบใหญ่ที่ฉันเพิ่งตั้งใจจะจัดเข้าชั้นก็ล้มลงมาอีกครั้ง เสียงเหล็กกระทบพื้นดังสนั่นหวั่นไหวราวกับระเบิดลง ใจฉันหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่มเมื่อเห็นร่างสูงโปร่งของพี่เหนือรีบก้าวเข้ามาดันฉันให้ถอยไปด้านหลังด้วยความไวเหนือแสง มือหนาคว้าข้อมือฉันไว้แน่นจนสัมผัสได้ถึงอุณหภูมิที่ร้อนผ่าวจากฝ่ามือเขา
"อยู่เฉยๆ อย่าขยับ"
พี่เหนือสั่งสั้นๆ น้ำเสียงเข้มงวดแต่แววตาที่มองมากลับวูบไหวอย่างปิดไม่มิด เขาไม่ได้ต่อว่าอะไรต่อ แต่กลับก้มลงเก็บเครื่องมือที่หล่นระเกะระกะด้วยความชำนาญ มือเรียวสวยที่มักจะใช้จับปากกาเขียนแบบงานละเอียดบัดนี้กำลังสาละวนกับการเก็บไขควงและประแจเข้าที่เข้าทางอย่างเป็นระเบียบ
ฉันยืนเม้มปากแน่น ความรู้สึกผิดตีตื้นขึ้นมาจนจุกอก ยิ่งเห็นรอยแผลถลอกที่หลังมือของเขาซึ่งน่าจะเกิดจากการกระแทกเมื่อครู่ ยิ่งทำให้ฉันรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นตัวปัญหาที่คอยแต่สร้างภาระให้เขา
"พายขอโทษค่ะ... พายแค่ไม่อยากให้พี่เหนือต้องมาเหนื่อยเพิ่ม พายรู้ว่าพี่คุมงานค่ายหนักพออยู่แล้ว" ฉันพึมพำเสียงแผ่ว สองมือบิดไปมาด้วยความทำตัวไม่ถูก
"รู้ว่าเหนื่อย แล้วจะทำตัวให้เหนื่อยเพิ่มทำไม" เขาเงยหน้าขึ้นมอง สายตาคมกริบนั้นจ้องลึกเข้ามาในดวงตาฉัน "ฉันไม่ได้โกรธที่เธอทำของตก พาย... แต่ฉันโกรธที่เธอไม่ยอมระวังตัวเอง"
เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก่อนจะหยิบผ้าสะอาดจากกระเป๋ากางเกงขึ้นมาเช็ดคราบเปื้อนบนแก้มฉันอย่างเบามือ สัมผัสที่อ่อนโยนจนขัดกับใบหน้าเย็นชาของเขานั่นเองที่ทำให้หัวใจฉันเต้นรัวจนแทบจะหลุดออกมาจากอก ความซึนเดเระของคนตรงหน้านี่มันอันตรายต่อหัวใจจริงๆ เลย
"ไปนั่งพักตรงนั้นไป ก่อนที่จะทำอะไรพังไปมากกว่านี้" เขาชี้ไปยังเก้าอี้พับตัวเก่าที่มุมห้อง ก่อนจะหันไปจัดการกับชั้นวางของต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ฉันเดินคอตกไปนั่งลง แต่สายตายังคงแอบมองแผ่นหลังกว้างของคนที่กำลังยุ่งกับการจัดระเบียบอุปกรณ์ให้เข้าที่เข้าทาง พี่เหนือมักจะเป็นแบบนี้เสมอ ปากบอกว่ารำคาญ แต่ไม่เคยปล่อยให้ฉันต้องเผชิญปัญหาคนเดียวเลยสักครั้ง
"นี่พาย! ฉันได้ยินมาว่าตอนเย็นนี้มีงานเลี้ยงฉลองปิดค่ายเล็กๆ นะ เธออย่าไปซุ่มซ่ามทำเตาปิ้งย่างระเบิดใส่ใครเข้าล่ะ" เสียงพี่กวินดังขึ้นจากทางเข้าห้องเก็บของ พร้อมกับที่เจ้าตัวเดินถือขวดน้ำมาให้ฉันด้วยรอยยิ้มอบอุ่น
"พี่กวิน! พายไม่ได้จะทำอะไรแบบนั้นสักหน่อยค่ะ" ฉันโต้ตอบกลับไปด้วยความเขินอาย พลางเหลือบมองพี่เหนือที่ชะงักมือไปครู่หนึ่งก่อนจะกระแทกกล่องอุปกรณ์เข้าล็อกด้วยเสียงดังปัง
"หึ... จะปิ้งย่างหรือจะพังครัว ก็ดูเอาแล้วกันว่าใครต้องเป็นคนตามไปแก้" พี่เหนือแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ สายตาที่เขามองพี่กวินนั้นมีความไม่พอใจฉายชัด แต่เขาก็ยังก้มหน้าก้มตาทำงานของตัวเองต่ออย่างดื้อรั้น
บรรยากาศในห้องเริ่มอึดอัดขึ้นมาทันที ราวกับมีกระแสไฟฟ้าที่มองไม่เห็นพุ่งเข้าหากันระหว่างชายหนุ่มสองคน ฉันรีบหยิบน้ำจากมือพี่กวินขึ้นมาดื่มเพื่อทำลายความเงียบ แต่ทว่าจังหวะนั้นเอง...
"ระวัง!"
พี่เหนือที่เหมือนจะเล็งเห็นหายนะล่วงหน้าพุ่งตัวมาคว้าตัวฉันไว้จนล้มลงไปกองบนพื้นด้วยกัน เสียงกรีดร้องของฉันยังไม่ทันออกจากปาก ก็มีบางอย่างตกลงมาจากชั้นวางที่สูงที่สุดข้างบนนั่น
มันไม่ใช่แค่กล่องเครื่องมือ แต่มันคือถังใส่สีทาไม้ขนาดใหญ่ที่ใครบางคนวางไว้ไม่มั่นคงพอ! ถังสีหล่นลงมาฟาดเข้ากับโต๊ะไม้จนหักครึ่ง เสียงดังสนั่นไปทั่วทั้งตึก คลังอุปกรณ์ที่เคยเป็นระเบียบกลายเป็นหายนะสีขาวโพลนไปทั่วพื้น
แต่สิ่งที่ทำให้ฉันช็อกกว่าเสียงถังสี คือใบหน้าของพี่เหนือที่อยู่ใกล้แค่ลมหายใจกั้น เขากอดฉันไว้แน่นเพื่อป้องกันไม่ให้เศษไม้กระเด็นใส่ ในขณะที่แววตาของเขาไม่ได้มีความโกรธอยู่เลย มีเพียงความตื่นตระหนกที่พยายามปกปิดไว้
ทว่า... ท่ามกลางความวุ่นวายและกลิ่นสีที่ฟุ้งกระจาย มือถือในกระเป๋ากางเกงของฉันก็สั่นรัวขึ้นมา พิมพ์ดาวส่งข้อความฉบับล่าสุดมาที่ทำให้เลือดในกายฉันเย็นเฉียบ
'พาย! ออกมาจากคลังเดี๋ยวนี้! มีคนแอบล็อกประตูจากด้านนอก... พวกเราติดอยู่ในนี้แล้ว!'
ฉันเงยหน้ามองประตูไม้บานหนาที่เพิ่งจะปิดสนิทลงด้วยแรงกระแทกจากกลไกบางอย่าง พี่เหนือขมวดคิ้วแน่น เขาลุกขึ้นพยายามดึงประตู แต่ไม่ว่าจะผลักหรือกระชากแค่ไหน มันก็ไม่มีทีท่าว่าจะขยับเลยสักนิด
และท่ามกลางความมืดที่เริ่มโรยตัวลงมาผ่านช่องหน้าต่างบานแคบ เสียงหัวเราะแผ่วเบาของใครบางคนที่ยืนอยู่หน้าประตูห้องก็ดังลอดเข้ามา ทำให้พวกเราทั้งคู่รู้ตัวทันทีว่า... นี่ไม่ใช่แค่อุบัติเหตุ แต่เป็นแผนการบางอย่างที่ถูกวางไว้ให้เราสองคนต้องติดอยู่ในนี้ด้วยกัน!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ที่น่ารักทุกคนที่คอยติดตามความซนของน้องพายและพี่เหนือมาจนถึงตอนนี้ แล้วมาลุ้นกันนะคะว่าทั้งคู่จะเอาตัวรอดจากสถานการณ์นี้ไปได้อย่างไรโดยที่หัวใจไม่วายไปเสียก่อน ชาพีชหวานน้อยรอทุกคนอยู่ที่ตอนหน้าค่ะ
วิศวะสายซึน ป่วนหัวใจยัยตัวโก๊ะ•ตอนที่ 12
ความโก๊ะที่น่าเอ็นดู
ผลงานโดย ชาพีชหวานน้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาพีชหวานน้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะสายซึน ป่วนหัวใจยัยตัวโก๊ะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!