วิศวะสายซึน ป่วนหัวใจยัยตัวโก๊ะ•ตอนที่ 11

งานค่ายอาสาพัฒนาใจ

ผลงานโดย ชาพีชหวานน้อย
กลิ่นอับชื้นของกระสอบปูนซีเมนต์และคราบเหงื่อไคลในหอประชุมโรงเรียนชนบทแห่งนี้ ช่างห่างไกลจากความโรแมนติกที่พายวาดฝันไว้เหลือเกินค่ะ ยิ่งเมื่อภาพผู้หญิงคนนั้น—รุ่นพี่ปีสี่คณะสถาปัตย์ที่ชื่อ 'พิมพ์ดาว'—ลอยวนเวียนอยู่ในหัว พร้อมรอยยิ้มที่ก้มลงกระซิบข้างใบหูของเหนือในวันก่อนหน้า มันก็ยิ่งทำให้หัวใจดวงน้อยๆ ของพายรู้สึกเหมือนมีก้อนหินหนักอึ้งมาถ่วงไว้ "ไหวไหมยายพาย ทำหน้าเหมือนคนท้องผูกมาสามวัน" มินนี่กระซิบบิดเบี้ยวริมฝีปาก ขณะใช้หลังมือปาดเหงื่อออกจากหน้าผาก ท่ามกลางกองอุปกรณ์ทาสีที่ระเกะระラระกะเต็มลานวัด "ไหวสิคะคุณเพื่อน... สบายมาก พายคนเดิมเพิ่มเติมคือพลังงานล้นเหลือ!" พายฝืนฉีกยิ้มกว้างจนแก้มแทบปริ ทั้งที่ดวงตากลมโตแอบเหลือบไปมองร่างสูงโปร่งในชุดช็อปวิศวะสีเข้มที่กำลังยืนสั่งงานลูกทีมอยู่ริมรั้ว เหนือในยามนี้ดูแตกต่างจากยุ่งเหยิงในมหาลัยอย่างสิ้นเชิง เสื้อช็อปพับแขนขึ้นถึงข้อศอกเผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อสมส่วนที่เต็มไปด้วยเหงื่อพราว ยามที่เขานิ่วมองแปลนก่อสร้าง สันจมูกโด่งเป็นสันคมนั้นช่างดูดึงดูดใจจนละสายตาไม่ได้เลยจริงๆ ค่ะ... แต่ติดอยู่เรื่องเดียว คือข้างกายเขานั้น มีพิมพ์ดาวคอยถือกระดานชนวนเดินตามไม่ห่าง ราวกับเป็นเงาตามตัว "ถ้ามองแรงขนาดนั้น ตาเธอจะทะลุร่างยัยรุ่นพี่คนนั้นไปถึงตับไตไส้พุงอยู่แล้วนะยัยพาย" เสียงทุ้มคุ้นเคยดังขึ้นเหนือศีรษะ พร้อมกับขวดน้ำแร่เย็นเฉียบที่ถูกแนบเข้าข้างแก้มของพายอย่างแรง จนเธอสะดุ้งโหยง พายหันขวับไปมอง ก็พบกับกวินรุ่นพี่ปีสามคณะบริหาร ที่ส่งยิ้มอบอุ่นเป็นมิตรมาให้ ดวงตาเรียวรีของเขาระยิบระยับด้วยความเอ็นดู "ระวังหน่อยสิคะรุ่นพี่ เกือบทำน้ำหกใส่สมุดบัญชีค่ายหมดแล้ว" พายแกล้งทำเสียงดุกลบเกลื่อนความเก้อเขิน "ฮ่าๆ พี่เห็นเธอนั่งเหม่อมองไปทางนู้นนานแล้ว... กลัวเขาสนใจคนอื่นมากกว่าเราหรือไง?" กวินแกล้งหยอกเย้าพลางทรุดตัวลงนั่งยองๆ ข้างๆ พาย สายตาของเขาอ่อนโยนจนคนรอบข้างเริ่มส่งเสียงแซว ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง พายสัมผัสได้ถึงรังสีความเย็นยะเยือกที่แผ่พุ่งมาจากอีกฟากหนึ่งของสนาม เธอหันไปสบตากับเหนือโดยบังเอิญ... ดวงตาคมกริบของวิศวะหนุ่มสายซึนคู่นั้นจ้องมองมาที่เธอกับกวินด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก มันไม่ใช่แค่ความนิ่งเรียบ แต่มันคือประกายไฟที่พร้อมจะแผดเผาทุกอย่างในรัศมีสามเมตร! เหนือวางกระดานในมือลงเสียงดัง 'ปัง' จนทุกคนในบริเวณนั้นสะดุ้ง เขาสลัดความคิดที่จะอดทน แล้วสาวเท้ายาวๆ ตรงดิ่งเข้ามาหาคนทั้งสองด้วยใบหน้าบึ้งตึงราวกับไปโกรธใครมาสามชาติ "แถวนี้ไม่มีงานให้ทำกันแล้วเหรอ ถึงได้มานั่งจับเข่าคุยกันกระหนุงกระหนิงแบบนี้?" น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะห้วนจัดหลุดออกมาจากริมฝีปากได้รูปของเหนือ พายกระพริบตาปริบๆ หัวใจเต้นรัวระรัวด้วยความตกใจปนน้อยใจ "ใครกระหนุงกระหนิงกันคะ พายแค่นั่งพักเหนื่อย... แล้วอีกอย่าง งานของพายส่วนรับผิดชอบเสร็จตั้งนานแล้วด้วยซ้ำ!" "เสร็จแล้วแต่ไปเกะกะทางเดินคนอื่นเขา" เหนือลอยหน้าลอยตาพูดเสียงเยียบเย็น สายตาคมปลาบเหลือบมองกวินที่ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงเพื่อเผชิญหน้า "น้องพายเขาแค่พักผ่อนตามประสาคนทำงานหนักครับ เหนืออย่าไปดุน้องเขาเลย" กวินยิ้มกวนๆ กลับไป เป็นรอยยิ้มที่พายรู้ดีว่าตั้งใจกวนประสาทเหนือให้สติหลุดโดยเฉพาะ เหนือขบกรามแน่นจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน แต่ก่อนที่สงครามประสาทขนาดย่อมจะได้เริ่มต้นขึ้น พายซึ่งอยากจะพิสูจน์ให้เหนือเห็นว่าเธอมีประโยชน์และไม่ได้มาเป็นภาระ ก็ผุดลุกขึ้นยืนพรวดพราด "พายไม่ได้เกะกะนะ! เดี๋ยวพายไปช่วยยกถังสีฝั่งโน้นเอง ปล่อยให้พวกพี่เคลียร์กันไปเถอะค่ะ!" พูดจบ พายก็หันหลังคว้าถังสีน้ำมันขนาดใหญ่ที่วางอยู่ใกล้กองไม้ทันที โดยไม่ทันฟังเสียงร้องห้ามของมินนี่และเหนือที่เปล่งออกมาพร้อมกัน "พาย! อย่า-" *โครม!* วินาทีนั้น ทุกเสียงรอบตัวราวกับถูกกดปุ่มปิดตาย ถังสีน้ำมันสีฟ้าสดที่พายพยายามจะยกคนเดียวด้วยความห้าวหาญ เกิดพลิกคว่ำเทกระจาด น้ำสีฟ้าเข้มข้นไหลทะลักนองพื้นคอนกรีตอย่างรวดเร็ว ราวกับแม่น้ำขนาดย่อมๆ และที่เคราะห์ร้ายที่สุดคือ... มันไหลตรงดิ่งไปราดรดรองเท้าผ้าใบสีขาวราคาแพงระยับของพิมพ์ดาว ที่เพิ่งเดินเข้ามาสมทบพอดีเป๊ะ! ความเงียบสงบเข้าปกคลุมบริเวณนั้นในชั่วพริบตา มินนี่ยกมือขึ้นปิดปากตัวเองด้วยความตกใจ กวินอ้าปากค้าง ส่วนพาย... ตัวแข็งทื่อกลายเป็นหินไปเรียบร้อยแล้ว สมองประมวลผลไม่ทันกับภาพความหายนะตรงหน้า "กรี๊ด! นี่เธอ! ตาบอดหรือไงถึงไม่เห็นว่าฉันยืนอยู่ตรงนี้!" พิมพ์ดาวแผดเสียงกรี๊ดลั่นด้วยความโกรธจัด ใบหน้าสวยเฉี่ยวบิดเบี้ยวด้วยความโมโหเมื่อมองสภาพรองเท้าผ้าใบแบรนด์ดังที่ตอนนี้เปอะเปื้อนไปด้วยสีฟ้าจนกลายเป็นสีประหลาด "พะ... พายขอโทษค่ะ พายไม่ได้ตั้งใจ พายแค่..." พายละล่ำละลักละลาน ถอยหลังกรูดด้วยความทำอะไรไม่ถูก มือไม้สั่นเทาไปหมด น้ำตาคลอเบ้าด้วยความรู้สึกผิดที่พรั่งพรูเข้ามา พิมพ์ดาวก้าวเท้าเข้าประชิดพายด้วยความเกรี้ยวกราด มือเรียวยื่นออกไปหมายจะผลักหัวไหล่ของพายให้เซถลาเพื่อระบายอารมณ์ "ซุ่มซ่ามแล้วยังไร้ความรับผิดชอบ เด็กปีหนึ่งนี่มันดีแต่สร้างภาระจริงๆ!" แต่ทว่า... ยังไม่ทันที่ปลายนิ้วของพิมพ์ดาวจะสัมผัสโดนตัวพาย ร่างสูงใหญ่ของเหนือก็พุ่งเข้ามาแทรกกลางระหว่างพวกเธออย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้าแลบ เหนือคว้าข้อมือของพิมพ์ดาวไว้แน่น แรงบีบที่ข้อมือนั้นทำให้พิมพ์ดาวต้องชะงักและนิหน้าด้วยความเจ็บปวด ดวงตาคมกริบของวิศวะหนุ่มในตอนนี้ไร้ซึ่งความเกรงใจใดๆ ทั้งสิ้น ความเย็นชาที่แผ่ออกมาจากตัวเขาน่ากลัวเสียยิ่งกว่าตอนโกรธเรื่องงาน "พอได้แล้วครับรุ่นพี่" เหนือเอ่ยด้วยน้ำเสียงต่ำลึก ทรงพลัง และเยียบเย็นจนทุกคนรอบข้างไม่กล้าหายใจแรง "เรื่องแค่นี้ เดี๋ยวผมรับผิดชอบค่าเสียหายให้เอง... ส่วนพาย เขาไม่ได้ตั้งใจ" พิมพ์ดาวเบิกตากว้างด้วยความไม่เชื่อหู "เหนือ! นี่เธอกำลังปกป้องเด็กนี่เหรอ ทั้งๆ ที่มันทำลายข้าวของฉันเนี่ยนะ!" "ครับ ผมปกป้อง" เหนือตอบกลับทันควันอย่างไร้ความลังเล สายตาคมปลาบกวาดมองพิมพ์ดาวด้วยความเรียบเฉย ก่อนจะหันขวับกลับมามองพายที่ยืนน้ำตาคลอเบ้าหน้าซีดเผือดอยู่ด้านหลัง พายสะท้านไปทั้งร่างเมื่อสบเข้ากับดวงตาสีดำสนิทที่เต็มไปด้วยอารมณ์ซับซ้อนของเขา เหนือถอนหายใจยาวเหยียดอย่างคนจนปัญญาจะจัดการ ก่อนจะคว้าข้อมือเล็กของพายให้เดินตามออกไปจากตรงนั้นท่ามกลางสายตานับสิบคู่ที่มองตามด้วยความอึ้ง เขากระชากเธอเดินเลี่ยงมาหลบหลังอาคารเรียนเก่าที่เงียบสงบ ไม่มีผู้คนพลุกพล่าน ลมเย็นๆ พัดผ่านต้นไม้ใหญ่ทำให้บรรยากาศยิ่งเงียบงันเข้าไปอีก พายก้มหน้ามองพื้น สะอื้นเบาๆ ด้วยความรู้สึกผิดและน้อยใจที่ผสมปนเปกันในอก "ฮึก... พายขอโทษค่ะ พายแค่อยากช่วย... ไม่คิดว่าจะซุ่มซ่ามจน..." "เงียบไปเลยพาย" เหนือเอ็ดเบาๆ แต่ไม่ได้ดุอย่างที่เคย มือหนาเอื้อมมาคว้าข้อมือเธอพลิกดูเพื่อสำรวจว่ามีแผลตรงไหนหรือเปล่า ก่อนจะชะงักเมื่อเห็นรอยเปื้อนสีที่ติดอยู่ตามแขนเรียว พายเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยดวงตาแดงก่ำ "พายมันตัวปัญหาใช่ไหมคะ... พี่เหนือโกรธพายมากใช่ไหมที่ทำเรื่องพังอีกแล้ว" เหนือจ้องมองใบหน้าหวานที่เปื้อนคราบฝุ่นและน้ำตา นัยน์ตาสีเข้มไหววูบไปชั่วขณะ ความรู้สึกหงุดหงิดที่อัดแน่นอยู่ในอกเมื่อครู่มลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความอ่อนโยนที่เขาพยายามปกปิดมาตลอด เขายื่นมือออกไป ใช้ปลายนิ้วโป้งเกลี่ยคราบเปื้อนที่แก้มเนียนของพายแผ่วเบา สัมผัสอุ่นร้อนนั้นทำให้พายสะท้านเฮือก หัวใจเต้นรัวผิดจังหวะจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก "เธอไม่ได้สร้างปัญหาพาย..." เหนือกระซิบแผ่วเบา ชิดริมฝีปากจนลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่บนหน้าผากมน "แต่เธอสร้างความวุ่นวายในหัวใจฉัน... จนฉันแทบจะบ้าอยู่แล้วรู้ตัวไหม" พายเบิกตากว้าง หัวใจหยุดเต้นไปชั่วขณะ สมองขาวโพลนรับประมวลผลไม่ทันกับคำพูดกำกวมและสายตาที่เต็มไปด้วยความหมายลึกซึ้งที่เหนือส่งมาให้ ยังไม่ทันที่พายจะได้เอ่ยถามอะไร ทันใดนั้น... เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อช็อปของเหนือก็แผדเสียงดังทำลายความเงียบขึ้นมา ขัดจังหวะช่วงเวลาที่หัวใจกำลังเต้นเป็นจังหวะเดียวกัน เหนือขมวดคิ้วด้วยความหงุดหงิด ควักโทรศัพท์ออกมาเหลือบมองหน้าจอเพียงแวบเดียว... แต่แค่แวบเดียวนั้น สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปในทันที ร่างสูงชะงักค้าง แววตาที่เคยอบอุ่นเมื่อครู่กลับแปรเปลี่ยนเป็นความเคร่งเครียดและลังเลใจอย่างเห็นได้ชัด พายสังเกตเห็นความผิดปกตินั้น หัวใจที่พองโตเมื่อครู่กลับหล่นวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม "ใครโทรมาเหรอคะ?" พายเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อย ลางสังหรณ์บางอย่างบอกเธอว่า... สายเรียกเข้านี้ กำลังจะพังทลายทุกอย่างที่เพิ่งก่อตัวขึ้น เหนือเม้มริมฝีปากแน่นอย่างคนตัดสินใจยาก เขามองหน้าพายสลับกับหน้าจอโทรศัพท์ ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้โลกทั้งใบของพายหยุดหมุนไปในทันที "พิมพ์ดาวส่งข้อความมาบอกว่า... เกิดเรื่องใหญ่ที่คลังอุปกรณ์กลาง... มีคนได้รับบาดเจ็บ และเธอกำลังต้องการความช่วยเหลือด่วน" ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับความซึนของพี่เหนือด้วยกันนะคะ!
สารจากนักเขียน (ชาพีชหวานน้อย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะสายซึน ป่วนหัวใจยัยตัวโก๊ะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%