“ไอ้ประโยคนั้น... พี่เหนือพูดเล่นใช่ไหมคะ?”
ฉันโพล่งถามออกไปทันทีที่หย่อนก้นลงนั่งบนเก้าอี้ไม้ในมุมอับสายตาที่สุดของห้องสมุดคณะวิศวะ หัวใจของฉันเต้นรัวแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก เสียงเครื่องปรับอากาศที่เคยเย็นฉ่ำกลับกลายเป็นความหนาวเหน็บที่กัดกินไปถึงกระดูกสันหลัง เมื่อคนตรงหน้าเอาแต่นิ่งเงียบและจ้องมองฉันด้วยสายตาเรียบเฉยเหมือนคนละคนกับที่พูดประโยคชวนสยิวหัวใจเมื่อครู่นี้
เหนือไม่ตอบ เขาเพียงแค่เลื่อนสมุดโน้ตปกหนังสีดำมาวางตรงหน้าฉัน ก่อนจะหยิบปากกาลูกลื่นขึ้นมาเคาะเบาๆ ลงบนโต๊ะเป็นจังหวะ
“ตั้งใจเรียนวิชาบัญชีเบื้องต้นให้รอดก่อนเถอะพาย อย่าเพิ่งเอาสมองส่วนที่เหลือไปคิดเรื่องไร้สาระ”
เขาก็ยังเป็นเหนือคนเดิม ปากแข็งจนน่าหมั่นไส้ แต่ดูเหมือนว่าใบหูของเขาจะขึ้นสีแดงระเรื่อเล็กน้อยจนฉันต้องขยี้ตา มองซ้ำอีกรอบเพื่อความแน่ใจ แต่นั่นไง... พอเห็นว่าฉันกำลังจับจ้องอยู่ เขาก็เสมองไปทางชั้นหนังสือพร้อมกับทำท่าจัดปกเสื้อตัวเองอย่างลุกลี้ลุกลน
“คะ... ค่ะ! งั้นก็เริ่มเลยค่ะ!” ฉันรีบก้มหน้าก้มตาเปิดสมุด พยายามซ่อนใบหน้าที่เริ่มร้อนผ่าวของตัวเองเอาไว้
บรรยากาศในห้องสมุดเงียบสงัดจนได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน กลิ่นกระดาษเก่าๆ ผสมกับกลิ่นน้ำหอมจางๆ แนววู้ดดี้ที่ให้ความรู้สึกสะอาดสะอ้านจากตัวรุ่นพี่หนุ่มทำเอาสมาธิฉันกระเจิดกระเจิงไปไกล เหนือโน้มตัวลงมาใกล้เพื่อชี้จุดที่ฉันทำผิดพลาด ลมหายใจอุ่นๆ ของเขาปะทะเข้ากับข้างแก้มจนขนอ่อนลุกซู่
“ตรงนี้มันคือสินทรัพย์หมุนเวียน พายจำสลับกับหนี้สินระยะยาวตลอด... นี่ตั้งใจฟังอยู่หรือเปล่า?” เขาถามพลางก้มลงมามองหน้าฉันจนใกล้เสียจนปลายจมูกของเราแทบจะแตะกัน
“ฟังค่ะ... กำลังฟังอยู่” ฉันตอบเสียงตะกุกตะกัก พยายามถอยห่างแต่ก็ติดขอบโต๊ะ
“หึ” เหนือแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะหยิบยางลบที่วางอยู่ข้างมือฉันไปถูรอยดินสอที่เขียนผิดให้อย่างแผ่วเบา สัมผัสที่ปลายนิ้วของเขาโดนกับหลังมือฉันเพียงแวบเดียว แต่มันกลับเหมือนกระแสไฟฟ้าแรงสูงที่แล่นพล่านไปทั่วร่าง
“พี่เหนือคะ... ทำไมต้องใจดีด้วยคะ ถ้าจะเย็นชาขนาดนี้”
คำถามนั้นหลุดออกไปโดยที่ฉันไม่ทันได้ยั้งคิด เหนือหยุดมือที่กำลังเขียนสูตรคำนวณทันที เขานิ่งไปพักใหญ่ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาฉันด้วยสายตาที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะตีความได้ มันไม่ใช่สายตาดุๆ เหมือนตอนเขาสอนหนังสือ แต่มันมีความอ่อนโยนและ... ความรู้สึกบางอย่างที่เขาพยายามปิดบังไว้อย่างสุดความสามารถ
“เพราะถ้าไม่ใจดี... พายก็คงวิ่งไปหาไอ้กวินรุ่นพี่คนนั้นแทนที่จะนั่งอยู่ตรงนี้ไง”
น้ำเสียงของเขาต่ำลงจนแหบพร่า เป็นครั้งแรกที่ฉันได้ยินคำสารภาพที่ซ่อนอยู่ในความปากแข็งนั้น เขาไม่ได้หึงหวงแบบโวยวาย แต่เขาเลือกที่จะใช้ ‘ความใส่ใจ’ เป็นอาวุธในการดึงฉันเอาไว้ข้างๆ
มือหนาของเขาเอื้อมมาจัดปอยผมที่ตกลงมาปรกหน้าฉันอย่างแผ่วเบา สัมผัสนั้นเนิ่นนานจนเหมือนเวลาในห้องสมุดนี้หยุดหมุนไปชั่วขณะ โลกทั้งใบเหลือเพียงแค่เราสองคนที่ติดอยู่ในเขาวงกตของความรู้สึกที่ไม่กล้าเรียกชื่อ
“พายไม่ได้ชอบพี่กวินแบบนั้นสักหน่อย” ฉันกระซิบตอบ หัวใจเต้นแรงจนแทบจะระเบิด
“งั้นที่บอกว่าอยาก ‘กิน’ น่ะ...” เหนือโน้มใบหน้าลงมาจนชิดริมหูฉัน ลมหายใจอุ่นๆ ของเขาทำให้สมองของฉันขาวโพลน “ยังอยากให้ฉันแสดงให้ดูไหมล่ะ ว่า ‘กิน’ ที่พายคิดน่ะ... มันเทียบไม่ได้เลยกับสิ่งที่ฉันอยากทำจริงๆ”
ยังไม่ทันที่ฉันจะหาเสียงตัวเองเจอ จู่ๆ บานประตูห้องสมุดก็เปิดผางออกพร้อมกับเสียงฝีเท้าที่เร่งรีบของใครบางคน พายรีบผละออกห่างจากเหนือทันทีด้วยความตกใจ ขณะที่เหนือขมวดคิ้วแน่นและหันไปมองผู้มาเยือนด้วยสายตาเรียบเย็น
ร่างสูงของกวินก้าวเข้ามาในโซนเงียบด้วยท่าทางร้อนรน แต่สายตาของเขากลับสะดุดลงที่มือของเหนือที่ยังคงกุมขอบสมุดโน้ตของฉันไม่ยอมปล่อย เขาสลับมองเราสองคนด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปจากความอบอุ่นกลายเป็นความสงสัย และที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ... ในมือของกวินถือแฟ้มเอกสารบางอย่างที่ดูเหมือนจะเกี่ยวข้องกับคดีความที่ทางคณะกำลังพยายามปกปิด
“พาย... ออกมานี่เดี๋ยวนี้” กวินพูดด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบไม่แพ้เหนือ “ความลับที่พวกเธอพยายามหาในห้องสมุดนี้... มันกำลังจะทำลายอนาคตของพวกเธอทุกคน!”
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความซึนของพี่เหนือในตอนนี้นะคะ หวังว่าจะถูกใจทุกคนค่ะ!
วิศวะสายซึน ป่วนหัวใจยัยตัวโก๊ะ•ตอนที่ 7
ความลับในห้องสมุด
ผลงานโดย ชาพีชหวานน้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาพีชหวานน้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะสายซึน ป่วนหัวใจยัยตัวโก๊ะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!