“ถ้าฉันนับหนึ่งถึงสาม แล้วเธอยังยืนบื้ออยู่ตรงนี้... สัญญาเรื่องค่าซักรีดจะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า”
น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะเย็นชาดังขึ้นเหนือหัว ฉันที่กำลังก้มหน้าก้มตาใช้มือปัดคราบกาแฟที่กระเซ็นใส่เสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดตาของ ‘พี่เหนือ’ ถึงกับสะดุ้งโหยงจนเกือบหงายหลังตกเก้าอี้ม้าหินอ่อน กลิ่นน้ำยาปรับผ้านุ่มอ่อนๆ ผสมกับกลิ่นไอความสะอาดแบบคนเนี้ยบระเบียบจัดทำเอาฉันหายใจไม่ทั่วท้อง
“พี่เหนือคะ คือ... พายไม่ได้ตั้งใจนะ! มันเป็นอุบัติเหตุ กาแฟมันกระโดดใส่เองจริงๆ!” ฉันเงยหน้าขึ้นพยายามส่งสายตาอ้อนวอนที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาคือสายตาคมกริบที่มองผ่านกรอบแว่นสายตาทรงสวยของเขา
“กาแฟกระโดดใส่? ตรรกะแบบนี้มีแค่เด็กบริหารที่ไร้สติเท่านั้นแหละที่ใช้” เขาขยับเนกไทสีเข้มออกเล็กน้อย ก่อนจะโน้มตัวลงมาจนใบหน้าเราห่างกันไม่ถึงคืบ ไอความร้อนจากร่างกายของรุ่นพี่วิศวะปีสามแผ่ซ่านจนฉันต้องกลั้นหายใจ “ไปที่โรงอาหารคณะวิศวะตอนนี้ ก่อนที่ฉันจะเปลี่ยนใจเรียกค่าเสียหายเป็นอย่างอื่น”
“แต่พายมีเรียนวิชาเศรษฐศาสตร์ตอนสิบโมงนะ!”
“ก็ไปหาทางบริหารจัดการเวลาเอาเองสิ... อ้อ หรืออยากจะให้ฉันช่วย ‘บริหาร’ สิทธิความเป็นรุ่นพี่เพิ่มดีล่ะ?”
เขากดเสียงต่ำจนฉันขนลุกซู่ ก่อนจะเดินทิ้งห่างออกไปโดยไม่หันมามอง ฉันได้แต่ยืนกำสายกระเป๋าเป้แน่นจนข้อนิ้วขาว พลางนึกสาปแช่งความซุ่มซ่ามของตัวเองที่ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง ดันไปทำกาแฟหกใส่เสื้อเดือนวิศวะผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเจ้าระเบียบจนกลายเป็นเรื่องใหญ่โต
ฉันเดินตามหลังเขาต้อยๆ เหมือนลูกหมาหลงทางท่ามกลางสายตานับสิบคู่ในโรงอาหารคณะวิศวะ พี่เหนือหยุดเดินที่โต๊ะตัวยาวใกล้โรงจอดรถ เขานั่งลงบนม้านั่งตัวยาวแล้วผายมือไปที่กระเป๋าเป้ของตัวเองที่วางอยู่ข้างๆ
“หยิบไอแพดออกมา แล้วเริ่มจดสรุปโปรเจกต์วิศวกรรมโครงสร้างให้ฉัน เดี๋ยวนี้”
“ห้ะ? จดสรุป? นี่พายต้องมาเป็นเลขาให้พี่เพราะทำกาแฟหกเนี่ยนะ!” ฉันโพล่งออกมาอย่างลืมตัว
“ไม่ใช่เลขา” พี่เหนือปรายตามามอง มือแกร่งหยิบขวดน้ำขึ้นมาจิบช้าๆ ท่าทางดูมีอำนาจกดดัน “เธอคือ ‘เบ๊’ ชดใช้กรรม จนกว่าเสื้อตัวนี้จะกลับมาขาวสะอาดเหมือนใหม่ และจนกว่าฉันจะพอใจในงานที่เธอทำ... เข้าใจไหมยัยตัวโก๊ะ?”
ฉันเม้มปากจนเป็นเส้นตรง อยากจะเถียงใจจะขาด แต่ความรู้สึกผิดกับสายตาคมดุคู่นั้นทำให้จำต้องนั่งลงข้างๆ อย่างเลี่ยงไม่ได้ วันทั้งวันผ่านไปอย่างทรมาน ฉันต้องทั้งจดงาน ทั้งวิ่งไปซื้อกาแฟให้ใหม่ แถมยังต้องโดนสายตาของสาวๆ วิศวะที่เดินผ่านไปมามองจิกเหมือนฉันเป็นตัวประหลาดที่มาเกาะแกะเทพบุตรประจำคณะของพวกเธอ
“พาย! ทำไมมานั่งอยู่นี่ล่ะ?”
เสียงทุ้มอบอุ่นที่คุ้นเคยดังขึ้น ทำให้ฉันเงยหน้าจากกองเอกสาร ‘พี่กวิน’ เดินเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มพิมพ์ใจ เขามองหน้าฉันสลับกับพี่เหนือที่นั่งทำหน้านิ่งเหมือนรูปปั้น
“พี่กวิน! มาช่วยพายด้วยค่ะ คือพายกำลังโดน...”
“มันเป็นคนทำกาแฟหกใส่เสื้อฉัน” พี่เหนือชิงพูดขึ้นก่อนจะขัดจังหวะด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไว้ด้วยความไม่พอใจอย่างประหลาด “เราเลยตกลงกันว่าจะให้ชดใช้ด้วยการช่วยงานนิดหน่อย... มีปัญหาอะไรหรือเปล่า กวิน?”
บรรยากาศรอบโต๊ะเปลี่ยนไปในทันที รังสีความเย็นยะเยือกแผ่ออกมาจากพี่เหนือ ในขณะที่พี่กวินยังคงยิ้มบางๆ เหมือนไม่สะทกสะท้าน “อ๋อ แค่เรื่องกาแฟหกเองเหรอครับ? ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวพี่จ่ายค่าเสื้อคืนให้พายเอง แล้วพายค่อยไปเรียนนะ งานยุ่งๆ แบบนี้อย่าให้เด็กบริหารมาเหนื่อยแทนเลย”
“ไม่ได้” พี่เหนือพูดสวนทันควัน มือหนาคว้าข้อมือฉันไว้แน่นโดยไม่รู้ตัว “พายตกลงจะเป็นเบ๊ให้ฉันเองแล้ว... ใช่ไหมพาย?”
เขาก้มลงมองฉัน สายตาคู่นั้นไม่ได้มีแววซึนเดเระแบบปกติ แต่มันกลับเต็มไปด้วย ‘ความหวง’ อย่างปิดไม่มิด หัวใจฉันเต้นผิดจังหวะจนแทบหลุดออกมานอกอก ไม่รู้ว่าเพราะความกลัวหรือเพราะสัมผัสอุ่นๆ จากมือที่จับข้อมือฉันอยู่กันแน่
“พาย... พายว่าพายทำเองได้ค่ะ” ฉันตอบเสียงแผ่ว พยายามก้มหน้าซ่อนใบหน้าที่กำลังร้อนผ่าว
พี่กวินชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะยิ้มออกมา “โอเค ถ้าพายว่าแบบนั้นก็ได้ แต่ถ้ามีปัญหาอะไรบอกพี่นะ”
พี่กวินเดินจากไปแล้ว แต่ความเงียบที่ตามมากลับน่าอึดอัดกว่าเดิม พี่เหนือยังคงไม่ยอมปล่อยมือจากข้อมือฉัน เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะโน้มตัวลงมาใกล้ข้างหูจนฉันรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ
“ดูเหมือนจะมีคนอยากเป็นฮีโร่เยอะนะ...” เขาเว้นจังหวะ ก่อนจะกระซิบเสียงต่ำจนฉันสะท้านไปถึงกระดูกสันหลัง “ลืมไปหรือเปล่าว่าตราบใดที่เธอยังเป็นเบ๊ของฉัน... ไม่ว่าใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์มาแตะต้อง ‘ของ’ ของฉัน... เข้าใจไหม?”
ทว่าในจังหวะที่ฉันกำลังจะอ้าปากถามว่าคำว่า ‘ของ’ ของเขานั้นหมายความว่าอย่างไร จู่ๆ มือถือในกระเป๋ากางเกงของพี่เหนือก็สั่นรัวขึ้นมา เขาหยิบมันขึ้นมาดูแล้วชะงักไปครู่หนึ่ง ใบหน้าที่นิ่งเฉยเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เขาขยำกระดาษสรุปงานในมือแน่นจนยับยู่ยี่ ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูงโดยไม่หันมามองฉันอีกเลย
เขาก้าวถอยหลังไปสองสามก้าวเหมือนคนกำลังตัดสินใจอะไรบางอย่างที่สำคัญมาก ก่อนจะหันกลับมามองฉันด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา “วันนี้พอแค่นี้... กลับไปซะ แล้วพรุ่งนี้เช้า... อย่าหวังว่าฉันจะปล่อยให้เธอมีเวลาไปเรียนวิชาอื่น!”
เขาสาวเท้าเดินหายไปในกลุ่มนักศึกษาที่มุงดูอยู่ทิ้งให้ฉันนั่งอึ้งอยู่คนเดียว แต่ทว่าในวินาทีที่ฉันกำลังจะเก็บของ สายตาก็เหลือบไปเห็นบางอย่างที่ตกอยู่ใต้โต๊ะ... มันคือภาพถ่ายโพลารอยด์ที่หลุดออกมาจากกระเป๋าสตางค์ของเขาที่อาจจะทำตกไว้ตอนลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว
ในรูปนั้นไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นรูปของฉัน... รูปที่ฉันแอบไปยืนหลับในห้องสมุดเมื่อสัปดาห์ก่อน โดยมีข้อความที่เขียนด้วยลายมือขยุกขยิกที่มุมภาพว่า *‘ยัยตัวโก๊ะ... เลิกโก๊ะสักที เดี๋ยวจะดูแลไม่ไหว’*
หัวใจของฉันกระตุกวูบขึ้นมาทันที นี่มันหมายความว่ายังไงกันแน่!
หวังว่าทุกคนจะเริ่มหลงรักความซึนของพี่เหนือและเอาใจช่วยยัยพายกันแล้วนะคะ บทหน้าศึกชิงนางต้องดุเดือดกว่าเดิมแน่นอน แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะคะ ชาพีชหวานน้อยรออ่านคอมเมนต์ให้กำลังใจทุกคนอยู่นะคะ!
วิศวะสายซึน ป่วนหัวใจยัยตัวโก๊ะ•ตอนที่ 2
โทษฐานที่ทำให้เปื้อน
ผลงานโดย ชาพีชหวานน้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาพีชหวานน้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะสายซึน ป่วนหัวใจยัยตัวโก๊ะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!