“เอกสารชุดนี้จะทำให้คนอย่างศรุตจบชีวิตในตลาดทุนภายในคืนเดียวครับ”
เสียงของธันวาราบเรียบ แฝงด้วยกระแสเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งขั้วโลก เขาขยับเนกไทให้เข้าที่ขณะมองภาพเหตุการณ์เบื้องล่างผ่านกระจกนิรภัยชั้นที่ 45 แสงไฟจากรถสายตรวจสี่คันที่จอดสนิทหน้าสำนักงานใหญ่ของ ‘แคปปิตอล วัน’ ส่องสว่างจ้าจนน่าเวียนหัว เสียงอึกทึกของเจ้าหน้าที่ในชุดปฏิบัติการพิเศษที่กำลังกรูเข้าไปภายในตึกดังสะท้อนขึ้นมาถึงชั้นนี้ แม้กระจกจะหนาพอจะกันเสียงได้เกือบทั้งหมด แต่ธันวากลับรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนนั้นในหัวใจ
ลินินยืนกอดอกอยู่ข้างเขา ใบหน้าเรียบเฉยของเธอซ่อนความกังวลไว้ภายใต้ดวงตาที่จับจ้องไปที่เอกสารในมือธันวา “คุณแน่ใจนะว่าพวกเขาจะเชื่อ? ข้อมูลพวกนี้... ถ้าศรุตไหวตัวทันและทำลายหลักฐานก่อน คุณจะกลายเป็นคนที่ถูกฟ้องร้องเสียเอง”
ธันวาหันกลับมา ยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย “ศรุตมันทะนงตัวครับลินิน มันเชื่อมั่นในระบบเครือข่ายสีเทาที่มันสร้างขึ้นจนลืมไปว่า ในยุคที่ข้อมูลคืออาวุธ ใครที่กุม ‘บัญชีลับ’ ของเส้นทางการเงินนั้นไว้ได้ ผู้นั้นคือผู้คุมเกม ผมไม่ได้ส่งข้อมูลนี้ให้ตำรวจท้องที่ แต่มันถูกส่งตรงถึงโต๊ะของคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ร่วมกับหน่วยปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจโดยตรง”
“การยืมดาบคนอื่นฆ่าคน... มันต้องใช้ความระมัดระวังสูงมากนะคะ... นะครับ” ลินินเผลอหลุดคำเรียกผิด แต่เธอก็รีบปรับสีหน้า “คุณกำลังเล่นกับไฟ ธันวา”
“ในโลกธุรกิจ ไม่มีคำว่าเพื่อนหรือศัตรูถาวร มีเพียงผลประโยชน์ที่เปลี่ยนผ่านไปตามกาลเวลา” ธันวาทอดสายตามองลงไปยังโถงทางเดินชั้นล่างที่ศรุตถูกใส่กุญแจมือ เขาเห็นเพื่อนรัก—คนที่เคยร่วมอุดมการณ์เดียวกัน ก่อนจะหักหลังเขาในชาติภพที่แล้ว—กำลังพยายามตะโกนโวยวายด้วยใบหน้าที่แดงก่ำ ความหยิ่งยโสที่เคยมีมลายสิ้นเหลือเพียงชายวัยกลางคนที่กำลังตระหนักว่าชีวิตที่สร้างมากับมือพังทลายลงในพริบตา
“คุณส่งอะไรให้พวกเขา?” ลินินถามด้วยความอยากรู้
“บัญชีรายชื่อ ‘นอมินี’ ทั้งหมดของศรุตครับ” ธันวาเดินกลับไปนั่งที่โต๊ะทำงานหรูหรา “ศรุตใช้บริษัทบังหน้าเพื่อปั่นหุ้นในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์และคริปโตฯ ในช่วงสามเดือนที่ผ่านมา แต่สิ่งที่เขาพลาดคือการเชื่อมโยงเงินหมุนเวียนเหล่านั้นเข้ากับบัญชีส่วนตัวที่เปิดในต่างประเทศเพื่อเลี่ยงภาษี ผมเพียงแค่ทำหน้าที่เป็นพลเมืองดี... รวบรวมหลักฐานดิจิทัลที่เขาทำหายใน ‘คลาวด์’ ส่วนตัวของเขาเองให้ถึงมือทางการ”
“เขาจะโทษว่าคุณเป็นคนแฮ็กข้อมูล”
“หลักฐานของผมไม่ได้มาจากการแฮ็ก แต่มันมาจากการที่ผมทิ้ง ‘กับดัก’ ข้อมูลเอาไว้ให้เขาเก็บไปใช้เองเมื่อเดือนก่อน” ธันวาหัวเราะในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ความสุข “ศรุตมันโลภมากครับลินิน พอเห็นช่องทางรวยทางลัด เขาก็รีบตะครุบโดยไม่ตรวจสอบที่มา และตอนนี้... สิ่งที่เขาหยิบไปใช้ ก็กลายเป็นบ่วงคล้องคอเขาเอง”
เสียงโทรศัพท์มือถือของธันวาสั่นสะเทือนบนโต๊ะ หน้าจอแสดงหมายเลขที่ไม่ระบุตัวตน เขารับสายโดยไม่ลังเล
“งานเรียบร้อยแล้วใช่ไหม?” เสียงปลายสายเป็นเสียงผู้ชายที่ดูสุขุมและทรงอำนาจ
“ครับท่าน และผมหวังว่ากระบวนการยุติธรรมจะเป็นไปตามที่ตกลงกันไว้” ธันวาตอบกลับอย่างฉะฉาน
“แน่นอน นายทำหน้าที่ได้ดีมาก ธันวา... ข้อมูลของนายแม่นยำจนน่าตกใจ เหมือนนายรู้ล่วงหน้าว่าไอ้ศรุตมันจะทำอะไรต่อไป” เสียงปลายสายเว้นจังหวะ ก่อนจะถามด้วยน้ำเสียงแฝงความสงสัย “บอกฉันหน่อยเถอะ นายได้หลักฐานชุดนี้มาได้ยังไงกันแน่?”
ธันวาเงียบไปชั่วขณะ ดวงตาของเขาฉายแววราวกำลังย้อนมองกลับไปในความทรงจำอันมืดมิด ชาติภพก่อนที่เขาต้องตายอย่างอนาถในห้องขังเพียงเพราะความไว้ใจที่มอบให้ผิดคน “คนเรามักจะมีนิสัยเดิมเสมอครับท่าน... ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปกี่ปี ผมก็แค่ทำความเข้าใจธรรมชาติของความโลภของเขาให้ชัดเจนขึ้นเท่านั้น”
เขาวางสายลงทันทีโดยไม่รอฟังคำถามต่อ ลินินมองเขาด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป เธอไม่ได้เห็นเพียงแค่นักธุรกิจหนุ่มที่ประสบความสำเร็จอีกต่อไป แต่เห็น ‘พญาเสือ’ ที่กำลังจำศีลและพร้อมจะตะปบเหยื่อที่บังอาจขวางทาง
“คืนนี้ศรุตจะไม่ได้นอนในบ้านหรูของเขาแล้ว” ลินินกล่าวเบาๆ “แต่คุณอย่าลืมนะว่าเขายังมีเบื้องหลังที่ใหญ่กว่านั้น กลุ่มทุนข้ามชาติที่หนุนหลังเขาอยู่... พวกเขาจะไม่ยอมเสียเงินไปเปล่าๆ แน่”
“ผมรู้ครับ” ธันวาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง “และนั่นคือเหตุผลที่ผมเตรียมตัวรับมือไว้แล้ว ในเมื่อศรุตเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งที่เสียการควบคุมไปแล้ว สำหรับผม... สิ่งที่น่ากลัวกว่าคนอย่างศรุต คือคนที่ไม่เคยเปิดเผยตัวตนที่อยู่เหนือเขาขึ้นไปอีก”
ธันวาเดินไปที่ตู้นิรภัยหลังภาพวาดสีน้ำมัน เขาหมุนรหัสผ่านด้วยความชำนาญ ก่อนจะหยิบแฟลชไดรฟ์สีดำสนิทออกมาหนึ่งอัน นี่คือสิ่งที่เขาไม่เคยบอกใคร แม้แต่กับลินิน มันคือข้อมูลชุดสุดท้ายที่เชื่อมโยงถึง ‘บุคคลที่สาม’ ซึ่งเป็นผู้อยู่เบื้องหลังวิกฤตการเงินในอีกสามปีข้างหน้า
“ธันวา... นั่นอะไร?” ลินินถามด้วยความตกใจเมื่อเห็นสีหน้าของเขาที่เคร่งเครียดขึ้นมาทันที
เขากำลังจะตอบ แต่ทว่าเสียงกริ่งหน้าห้องทำงานกลับดังขึ้นขัดจังหวะ ทั้งที่เวลานี้เป็นเวลาตีสามและไม่มีใครได้รับอนุญาตให้ขึ้นมาบนชั้นนี้ได้โดยไม่มีการนัดหมาย
ลินินเดินไปที่หน้าจอวงจรปิด เธอชะงักกึก สีหน้าเปลี่ยนเป็นซีดเผือด “ธันวา... หน้าประตู... คนที่มาหาคุณ...”
ธันวารีบก้าวไปดูที่หน้าจอภาพจากกล้องวงจรปิด หัวใจของเขาแทบหยุดเต้น ในจอภาพนั้นปรากฏร่างของชายสูงวัยในชุดสูทสีเทาเข้ม ผู้ซึ่งควรจะเสียชีวิตไปแล้วในอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อห้าปีก่อน ชายคนนั้นยืนยิ้มให้กล้องราวกับรู้ว่าเขากำลังถูกจับตามอง ก่อนจะพูดผ่านอินเตอร์คอมด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก
“หวังว่าของขวัญที่ฉันฝากไว้ในไฟล์นั้น จะถูกใจนายนะ... ธันวา... หรือจะให้ฉันเรียกว่า ‘คนจากอนาคต’ ดี?”
ทุกอย่างรอบตัวธันวาราวกับจะหยุดนิ่ง ความลับที่เขายึดถือไว้เป็นเกราะกำบังกำลังจะถูกทำลายลงในเสี้ยววินาทีนี้
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านช่วงเวลาที่แสนตึงเครียดไปกับผมนะครับ / เซียนหุ้นย้อนเวลา
ย้อนอดีตพลิกวิกฤตการเงิน: ทวงคืนบัลลังก์เจ้าพ่อตลาดหุ้น•ตอนที่ 14
ยืมดาบฆ่าคน
ผลงานโดย เซียนหุ้นย้อนเวลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนหุ้นย้อนเวลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ย้อนอดีตพลิกวิกฤตการเงิน: ทวงคืนบัลลังก์เจ้าพ่อตลาดหุ้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!