"ถอนตัวตอนนี้ยังทันนะครับคุณธันวา... การดึงเงินทุนระดับห้าหมื่นล้านเข้าสู่ตลาดลอนดอนในช่วงที่ค่าเงินผันผวนแบบนี้ มันไม่ใช่การลงทุน แต่มันคือการฆ่าตัวตายทางการเงินที่ประณีตที่สุดที่ผมเคยเห็นมา"
เสียงทุ้มต่ำของชายวัยกลางคนในชุดสูทสั่งตัดจาก Savile Row ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันในห้องประชุมชั้นสูงสุดของโรงแรมหรูใจกลางมหานครลอนดอน ธันวาไม่ได้ตอบในทันที เขายกแก้ววิสกี้ในมือขึ้นหมุนวนช้าๆ สายตาคมกริบจ้องมองผ่านกระจกบานยักษ์ลงไปยังผังเมืองที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์และการแก่งแย่งชิงดี
"ความตายทางการเงินเหรอครับ?" ธันวาแค่นยิ้มที่มุมปาก "สำหรับคนที่มองเห็นจุดจบของเกมล่วงหน้าแบบผม... นี่ไม่ใช่ความตายหรอกครับ แต่มันคือการถ่ายโอนความมั่งคั่งจากพวกที่ประมาท ไปสู่คนที่รู้วิธีบริหารจัดการความเสี่ยงต่างหาก"
เขาวางแก้วลงบนโต๊ะไม้โอ๊กแน่นหนา ก่อนจะหันกลับมาสบตากับชายเบื้องหน้า 'เซอร์ อลิสแตร์' มหาเศรษฐีผู้กุมบังเหียนกองทุนเฮดจ์ฟันด์ระดับต้นๆ ของยุโรป ลินินที่นั่งอยู่ข้างๆ ธันวาขยับแว่นสายตาเล็กน้อย นิ้วเรียวยาวของเธอยังคงรัวบนคีย์บอร์ดแล็ปท็อปเพื่อสรุปตัวเลขการซื้อขายล่วงหน้าแบบเรียลไทม์
"ผมไม่ได้มาที่นี่เพื่อเสี่ยงโชคครับเซอร์อลิสแตร์" ธันวากล่าวด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นและหนักแน่น "ผมมาที่นี่เพื่อดึงสภาพคล่องออกจากจุดที่กำลังจะเน่าเฟะ และย้ายมันไปยังอุตสาหกรรมเทคโนโลยีเกิดใหม่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นตลาดที่พวกคุณมองข้ามไปเพียงเพราะมัน 'ยังไม่ถึงเวลา' แต่ผมขอบอกไว้ตรงนี้... เวลาที่ว่านั้น มันเริ่มเดินถอยหลังตั้งแต่วินาทีที่ผมก้าวเข้าห้องนี้แล้ว"
บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก ลินินหยุดมือจากการพิมพ์ เธอเงยหน้าขึ้นมองสถานการณ์ด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทว่าแววตาของเธอกลับมีความตื่นเต้นซ่อนอยู่ เธอรู้ดีว่าธันวากำลังวางหมากเพื่อ 'สร้างเครือข่าย' ไม่ใช่แค่หาเงิน แต่มันคือการสร้างโครงข่ายที่จะกลายเป็นเส้นเลือดใหญ่ทางการเงินที่ศรุตในอนาคตชาติที่แล้วไม่มีวันแตะต้องถึง
"ถ้าคุณมั่นใจขนาดนั้น..." เซอร์อลิสแตร์โน้มตัวมาข้างหน้า ประสานมือเข้าหากัน "ทำไมผมต้องร่วมหัวจมท้ายกับคุณ? ทำไมผมไม่รอให้คุณทำสำเร็จแล้วค่อยลอกเลียนแบบล่ะครับ?"
ธันวาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง กลิ่นอายของความกดดันแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาจนคนในห้องรู้สึกได้ นี่ไม่ใช่เด็กหนุ่มที่ดวงดีจากการปั่นหุ้นตัวเล็กๆ ในไทย แต่นี่คือชายผู้ถือครองแผนที่ขุมทรัพย์ที่ไม่มีใครในโลกนี้เข้าถึง
"เพราะถ้าคุณรอ... คุณจะได้แค่ส่วนแบ่งที่เหลือจากโต๊ะอาหารของผม" ธันวาเอ่ยคำพูดนั้นออกมาอย่างสุภาพทว่าแฝงด้วยความเฉียบขาด "แต่ถ้าคุณร่วมมือตั้งแต่วันนี้ คุณจะเป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของแพลตฟอร์มการเงินดิจิทัลที่จะพลิกโฉมหน้าโลกการเงินในอีกสามปีข้างหน้า คุณเลือกได้นะครับ... จะเป็นผู้ตามที่อิ่มกับเศษขนมปัง หรือจะเป็นผู้บุกเบิกที่นั่งกินบนหัวโต๊ะพร้อมกับผม"
ลินินกด Enter ครั้งสุดท้ายบนหน้าจอ ก่อนจะหันจอไปทางเซอร์อลิสแตร์ บนหน้าจอแสดงกราฟตัวเลขที่พุ่งทะยานอย่างผิดปกติ แต่มันกลับเป็นตัวเลขที่ผ่านการคำนวณมาอย่างแม่นยำดุจเครื่องจักร
"ข้อเสนอจากกองทุนของเราไม่ได้มีไว้ให้คนลังเลนะครับ" ลินินเสริมขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบราบแต่น่าเกรงขาม "เราให้เวลาคุณตัดสินใจจนถึงมื้อค่ำวันนี้ หากพ้นจากนั้น... เราจะเปิดรับพาร์ทเนอร์รายต่อไป ซึ่งผมเกรงว่ารายชื่อที่ต่อคิวอยู่อาจจะไม่ใจดีเท่ากับข้อเสนอแรกที่ผมยื่นให้คุณครับ"
ธันวาเดินไปที่ประตู เขาหยุดชะงักเล็กน้อยโดยไม่หันกลับไปมอง "หวังว่าคุณจะเห็นโอกาสในความบ้าคลั่งของผมนะครับ เพราะในโลกการเงิน... คนที่มองเห็นความบ้าเป็นโอกาส คือคนที่ครองโลกเสมอ"
หลังจากออกจากห้องประชุม ธันวาและลินินเดินผ่านโถงทางเดินที่ตกแต่งอย่างหรูหรา ลินินกระซิบเบาๆ "คุณเล่นเกมจิตวิทยาหนักไปหรือเปล่า? เซอร์อลิสแตร์ไม่ใช่คนที่จะยอมจำนนได้ง่ายๆ นะคะ"
"เขาไม่ใช่คนยอมจำนนครับลินิน... แต่เขาเป็น 'นักล่า' และนักล่าจะไม่มีวันปล่อยให้เหยื่อที่หอมหวานหลุดมือไปเพียงเพราะกลัวความเสี่ยงหรอก ที่ผมทำ คือการทำให้อาหารมื้อนี้ดูน่ากินจนเขาลืมคิดไปว่ามันอาจมีเบ็ดเกี่ยวอยู่ข้างใน"
ทว่า ก่อนที่ธันวาจะก้าวขึ้นลิฟต์ โทรศัพท์มือถือของเขาก็สั่นไหวอย่างรุนแรง หน้าจอที่แสดงผลการแจ้งเตือนจากระบบติดตามความเคลื่อนไหวในตลาดหุ้นไทยทำให้ธันวาต้องชะงักกึก สีหน้าของเขาที่เคยสงบนิ่งเปลี่ยนไปในทันที
มันไม่ใช่ความเคลื่อนไหวปกติของหุ้นตัวใดตัวหนึ่ง แต่เป็น 'การกว้านซื้อหุ้นบริษัทในเครือ' ที่เขาเพิ่งจะเริ่มวางโครงสร้างไว้ที่ไทยด้วยเงินทุนมหาศาลจากแหล่งที่เขาตรวจสอบไม่ได้
"ลินิน... ใครบางคนกำลังข้ามเส้นที่ผมลากไว้" ธันวาพึมพำ ดวงตาวาวโรจน์ด้วยความโกรธที่เก็บซ่อนไว้ภายใต้มาดสุภาพบุรุษ
ลินินอ่านข้อความบนหน้าจอแล้วสีหน้าถอดสี "ธันวา... นี่มันรหัสลับของกลุ่มศรุตที่เคยใช้ในอดีตตอนที่พวกมันฮุบกิจการตระกูลคุณเมื่อสิบปีก่อน! มันเป็นไปไม่ได้... ทำไมคนพวกนั้นถึงรู้แผนงานของเราที่นี่?"
ประตูลิฟต์เปิดออก เผยให้เห็นชายหนุ่มร่างสูงในชุดสูทสีเทาเข้มยืนพิงผนังอยู่ภายใน เขากำลังหมุนเหรียญในมือเล่นอย่างใจเย็น ราวกับว่าเขาเป็นเจ้าของสถานที่แห่งนี้มาโดยตลอด เมื่อสายตาของทั้งสองประสานกัน ชายผู้นั้นก็ยิ้มออกมา... รอยยิ้มที่ธันวาจำได้แม่นยำกว่าใครในโลก
"มาลอนดอนทั้งที ไม่คิดจะทักทายเพื่อนเก่าหน่อยเหรอครับ... คุณธันวา?"
ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านการเดินทางของธันวานะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
ย้อนอดีตพลิกวิกฤตการเงิน: ทวงคืนบัลลังก์เจ้าพ่อตลาดหุ้น•ตอนที่ 15
การเติบโตแบบก้าวกระโดด
ผลงานโดย เซียนหุ้นย้อนเวลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนหุ้นย้อนเวลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ย้อนอดีตพลิกวิกฤตการเงิน: ทวงคืนบัลลังก์เจ้าพ่อตลาดหุ้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!