"ถ้าคุณคิดว่าการดึงเงินกองทุนสำรองไปอุดรอยรั่วในพอร์ตหุ้นเทคโนโลยีที่กำลังดิ่งเหว จะทำให้บอร์ดบริหารมองข้ามความผิดพลาดครั้งนี้ไปได้ คุณก็คงประเมินสติปัญญาของคนเหล่านั้นต่ำเกินไปแล้วครับ คุณศรุต"
เสียงทุ้มต่ำและราบเรียบของธันวาดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องรับรองสุดหรูชั้นบนสุดของโรงแรมในกรุงลอนดอน เขาไม่ได้หันไปมองร่างของเพื่อนเก่าที่ยืนสั่นเทาอยู่ตรงหน้า แต่กลับสนใจการจิบไวน์ราคาแพงในมืออย่างใจเย็น สายตาจับจ้องไปยังวิวทิวทัศน์ยามค่ำคืนของมหานครที่เต็มไปด้วยแสงสี
ศรุตกระแทกแก้วเหล้าลงบนโต๊ะไม้โอ๊คจนเกิดเสียงดังสนั่น "แกอย่ามาทำเป็นสั่งสอนฉัน! เรื่องที่ฉันทำลงไป มันเป็นแค่เกมการเงินชั่วคราว แกเองก็รู้ดีว่าตลาดหุ้นมันต้องการความกล้าได้กล้าเสีย ถ้าฉันไม่กล้าเสี่ยง ชื่อของฉันก็คงไม่มาถึงจุดสูงสุดในบริษัทแบบนี้หรอก"
ธันวาหมุนตัวกลับมาช้าๆ แววตาของเขาคมกริบดุจใบมีดโกนที่ซ่อนอยู่ในฝัก "ความกล้าได้กล้าเสียกับความโง่เขลาห่างกันแค่เส้นบางๆ นะครับศรุต คุณคิดว่าการปั่นหุ้นด้วยเงินกู้ยืมระยะสั้นจะปิดบังความเน่าเฟะในงบการเงินได้นานแค่ไหน? คุณกำลังเล่นกับไฟ และตอนนี้ไฟนั่นก็กำลังลามไปถึงเก้าอี้ที่คุณนั่งอยู่อย่างมั่นคงแล้ว"
บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก ลินินซึ่งนั่งอยู่มุมห้อง เฝ้ามองสถานการณ์ด้วยความสงบ เธอจดบันทึกย่อลงในแท็บเล็ตเป็นระยะ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นพร้อมรอยยิ้มที่มุมปาก "คุณศรุตคะ ข้อมูลที่ดิฉันรวบรวมมาได้เกี่ยวกับโครงการที่ลอนดอนไม่ได้มีแค่นั้นนะคะ หุ้นตัวที่คุณเพิ่งทุ่มเงินซื้อเพิ่มไปเมื่อสามชั่วโมงก่อน... รู้ไหมคะว่าใครเป็นคนเทขายทิ้งเป็นล็อตใหญ่ในตลาด?"
ศรุตชะงัก สายตาที่เคยกร้าวร้าวเริ่มวูบไหว "พวกแก... พวกแกอยู่เบื้องหลังการทุบหุ้นตัวนั้นใช่ไหม?"
ธันวาเดินเข้าไปใกล้ศรุตจนระยะห่างเหลือเพียงไม่กี่นิ้ว กลิ่นน้ำหอมราคาแพงบนตัวเขาดูเย็นเยียบและทรงอำนาจ "ผมไม่ได้ทำอะไรเลยครับศรุต ผมแค่เตือนคุณว่าอย่าประมาทคนที่รู้ทันทุกย่างก้าวของคุณ ความโลภที่มันครอบงำคุณอยู่ มันทำให้คุณมองไม่เห็นว่าคนรอบตัวคุณเริ่มกระสับกระส่ายเพียงใด คณะกรรมการบริษัทน่ะเหรอ? พวกเขาไม่ได้โง่หรอกครับ พวกเขาแค่รอจังหวะที่เหยื่อจะหมดแรง เพื่อที่จะกระโจนเข้าขย้ำคุณให้จมดิน"
ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง ศรุตทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาหนัง เขารู้ดีว่าสิ่งที่ธันวาพูดนั้นคือความจริง บริษัทที่เขาพยายามสร้างภาพว่าเป็นยักษ์ใหญ่กำลังเผชิญกับวิกฤตความเชื่อมั่นจากภายใน บอร์ดบริหารเริ่มตั้งคำถามถึงที่มาของเงินทุนที่หายไป และความผิดปกติในบัญชีที่เขาพยายามปกปิดด้วยการปั่นหุ้นหวังกำไรระยะสั้นเริ่มถูกขุดคุ้ย
"ถ้าฉันพัง... พวกแกก็ไม่ได้อะไรกลับไปหรอก ธันวา!" ศรุตคำรามในลำคอ
"ใครบอกครับ?" ลินินแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย "เราไม่ได้ต้องการให้คุณพัง เราแค่ต้องการให้คุณเห็นว่า 'ตั๋วสัญญาใช้เงิน' ที่คุณเซ็นไปเมื่อสัปดาห์ก่อน มันกำลังจะครบกำหนดชำระในอีก 48 ชั่วโมงข้างหน้า และเท่าที่ดิฉันทราบ บัญชีธนาคารส่วนตัวของคุณในสวิตเซอร์แลนด์ก็ถูกระงับการทำธุรกรรมชั่วคราวแล้ว"
ดวงตาของศรุตเบิกกว้างด้วยความตระหนก นี่คือความลับที่เขามั่นใจว่าไม่มีใครล่วงรู้ แต่นั่นคือจุดที่เขาพลาด... เขาไม่เคยนึกฝันว่าธันวาจะสามารถเข้าถึงเครือข่ายธนาคารข้ามชาติได้ลึกซึ้งถึงเพียงนี้
"นายทำแบบนี้ทำไม?" ศรุตถามเสียงสั่น "ทำไมต้องทำลายกันขนาดนี้? เราเคยเป็นเพื่อนกันนะ!"
ธันวาหยุดเดิน เขาหันกลับมามองเพื่อนเก่าด้วยสายตาที่ว่างเปล่าราวกับหลุมศพ "เพื่อนเหรอครับ? คำนั้นควรใช้ในวันที่ผมไม่มีอะไรเลย แต่คุณกลับฉกชิงทุกอย่างไปจากครอบครัวผมในวันนั้น ต่างหากที่ความหมายของคำว่า 'เพื่อน' ของคุณมันตายไปแล้ว ตั้งแต่ตอนที่คุณก้าวข้ามศพคนรอบข้างเพื่อไปสู่จุดสูงสุดอย่างไร้ความปรานี"
ธันวาขยับเนกไทให้เข้าที่ ก่อนจะเดินมุ่งหน้าไปยังประตูทางออกโดยไม่หันกลับมามองอีกเลย ลินินเดินตามหลังเขาออกมา ทิ้งให้ศรุตนั่งตัวสั่นอยู่ท่ามกลางกองเอกสารการเงินที่ไร้ค่าในห้องรับรองที่โอ่อ่าแต่ไร้ทางออก
ทันทีที่ลิฟต์เคลื่อนตัวลงสู่ชั้นล่าง ลินินเอ่ยขึ้นเบาๆ "คุณธันวาคะ ดิฉันได้รับรายงานว่าทางฝ่ายตรวจสอบภายในของบริษัทเริ่มทำการยึดอายัดรหัสผ่านเข้าถึงระบบของศรุตแล้วค่ะ แต่มีเรื่องหนึ่งที่น่าสนใจกว่า..."
ธันวาขมวดคิ้ว "เรื่องอะไรครับ?"
ลินินกดหน้าจอแท็บเล็ตให้เขาดู ภาพที่ปรากฏคือรายชื่อผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่เพิ่งเข้ามาเทคโอเวอร์หุ้นกู้ที่ศรุตเคยกู้ยืมมา ซึ่งไม่ใช่ใครอื่นไกล แต่เป็น 'กองทุนปริศนา' ที่เพิ่งจดทะเบียนในนามนิติบุคคลต่างชาติเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา
ธันวาหยุดเดินกะทันหัน หัวใจของเขาเต้นรัวอย่างไม่เป็นจังหวะ นี่ไม่ใช่แผนของเขา และไม่ใช่แผนของลินิน
"นั่นไม่ใช่รายชื่อของคนในกลุ่มเราใช่ไหมครับ?" ธันวาถามด้วยน้ำเสียงกดดัน
ลินินมองหน้าจอด้วยความตื่นตระหนก "ไม่ใช่ค่ะ... กองทุนนี้มีความเชื่อมโยงกับ 'คนในอดีต' ที่เราเชื่อว่าเสียชีวิตไปแล้วตั้งแต่วันที่เกิดวิกฤตการเงินครั้งใหญ่ครั้งแรก... ธันวาคะ ดูที่รหัสการโอนเงินนี่สิ มันคือรหัสเดียวกันกับที่ใช้เปิดตู้เซฟลับของพ่อคุณในตอนนั้น!"
ธันวาชะงักงัน ในวินาทีที่ความมืดมิดของลิฟต์สะท้อนใบหน้าของเขา เขารู้สึกถึงความหนาวเย็นที่แผ่ซ่านไปทั่วร่าง การหักหลังครั้งนี้ดูเหมือนจะมีเลเยอร์ที่ลึกซึ้งและน่ากลัวกว่าที่เขาเคยจินตนาการไว้มากนัก เกมที่เขาเป็นคนเริ่ม กำลังถูกมือที่มองไม่เห็นกระชากบังเหียนไปเสียแล้ว
หวังว่าเนื้อหาในตอนนี้จะถูกใจท่านผู้อ่านทุกท่านนะครับ ขอบพระคุณที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้ผมเสมอมาครับ
ย้อนอดีตพลิกวิกฤตการเงิน: ทวงคืนบัลลังก์เจ้าพ่อตลาดหุ้น•ตอนที่ 16
รอยร้าวในกลุ่มทรยศ
ผลงานโดย เซียนหุ้นย้อนเวลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนหุ้นย้อนเวลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ย้อนอดีตพลิกวิกฤตการเงิน: ทวงคืนบัลลังก์เจ้าพ่อตลาดหุ้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!