"ศรุตมันทุ่มหมดหน้าตักแล้วธันวา กราฟดิ่งเหวขนาดนี้ ถ้าเราไม่ถอยตอนนี้ กองทุนเราจะโดนลากลงไปเผาพร้อมกับมันด้วยนะ"
ลินินวางแท็บเล็ตลงบนโต๊ะกระจกเสียงดัง ‘ปึก’ แรงกระแทกนั้นสะท้อนถึงความตึงเครียดที่อบอวลอยู่ในห้องทำงานส่วนตัวของผม ตัวเลขสีแดงฉานบนหน้าจอมอนิเตอร์รอบทิศทางกำลังกระพริบถี่ราวกับสัญญาณชีพของผู้ป่วยวิกฤต หุ้นกลุ่มอสังหาฯ และเทคโนโลยีที่ผมเคยถือครองไว้อย่างมั่นคงกำลังถูกเทขายอย่างบ้าคลั่งโดยอัลกอริทึมที่ศรุตสร้างขึ้นเพื่อจงใจทำลายผม
ผมเอนหลังพิงเก้าอี้หนังแท้ ดวงตาจ้องมองกราฟเส้นดิ่งที่ดูเหมือนคมมีดบาดลึกเข้าไปในความรู้สึก ผมไม่ได้รู้สึกหวาดกลัว กลับกัน... ความเงียบสงัดภายในใจกลับชัดเจนขึ้นราวกับกระจกใส
"ถอยงั้นหรือลินิน?" ผมถามเบาๆ พลางหยิบปากกาหมึกซึมขึ้นมาควงเล่นในนิ้ว "ศรุตคิดว่าเขากำลังทำลายบัลลังก์ของผม แต่เขาไม่รู้หรอกว่าในโลกการเงิน... สิ่งที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่การพ่ายแพ้ แต่มันคือการที่เรายอมจำนนต่อกฎเกณฑ์ที่คนอื่นสร้างขึ้น"
ลินินขมวดคิ้วแน่น "คุณจะทำอะไร? เงินในพอร์ตกำลังละลายไปเป็นพันล้านนะ!"
"ผมจะไม่สู้ด้วยเงินของผมอีกต่อไป" ผมยันตัวลุกขึ้นยืน เดินไปที่หน้าต่างบานสูงที่มองเห็นทัศนียภาพของกรุงเทพฯ ยามราตรี "ผมจะสู้ด้วยสิ่งที่ศรุตไม่มีวันเข้าถึง... นั่นคือ 'ความหวัง' ของคนทั้งประเทศ"
ผมหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมา กดส่งคำสั่งไปยังทีมพัฒนาซอฟต์แวร์ที่ผมซุ่มสร้างไว้เงียบๆ มาตลอดสองปี โปรเจกต์ 'Golden Equity' ไม่ใช่กองทุนทำกำไรทั่วไป แต่มันคือโครงข่ายการเงินแบบกระจายศูนย์ (DeFi) ที่ผมออกแบบขึ้นเพื่อช่วยเหลือรายย่อยโดยเฉพาะ
ผมไม่ได้แค่จะกู้สถานการณ์ แต่ผมกำลังจะเปลี่ยนกติกาของเกมนี้
"ลินิน ประกาศข่าวออกไป บอกสื่อทุกสำนักว่าผมจะตั้งมูลนิธิเพื่อการศึกษาและการเข้าถึงแหล่งเงินทุนสำหรับวิสาหกิจเริ่มต้น โดยใช้เงินส่วนที่เหลือทั้งหมดของกองทุนส่วนบุคคลที่ผมกำลังจะ 'เสียสละ' ให้กับตลาดในตอนนี้"
ลินินเบิกตากว้าง "คุณจะทิ้งเงินก้อนสุดท้ายไปให้กับโปรเจกต์การกุศลในเวลาที่ถูกโจมตีเนี่ยนะ? คนจะหาว่าคุณเสียสติหรือแพ้จนล้มละลาย!"
"ให้เขาคิดแบบนั้นแหละครับ" ผมหันไปสบตาเธอ แววตาของผมเย็นเยียบแต่ทว่าเด็ดเดี่ยว "ศรุตดึงดูดเม็ดเงินด้วยความโลภ แต่ผมจะดึงดูดเม็ดเงินด้วยความเชื่อมั่น เมื่อรายย่อยเห็นว่าผมไม่ได้สู้เพื่อเงิน แต่สู้เพื่อโครงสร้างเศรษฐกิจที่ดีกว่า พวกเขาจะไม่ทิ้งผม และที่สำคัญ... อัลกอริทึมที่ศรุตเขียนขึ้น มันถูกออกแบบมาเพื่อดักจับ 'ความโลภ' มันจะไม่มีวันประมวลผล 'ความเสียสละ' ได้ถูก"
คืนนั้น การเคลื่อนไหวของราคาหุ้นเริ่มผิดปกติ แรงซื้อมหาศาลจากรายย่อยทั่วประเทศที่ได้รับแรงบันดาลใจจากประกาศของผมเริ่มถาโถมเข้ามาสกัดกั้นแรงเทขายของศรุตราวกับกำแพงมนุษย์ ผมเปลี่ยนบทบาทจากการเป็น 'นักล่าในตลาดหุ้น' มาเป็น 'ผู้สร้างระบบใหม่' ที่คนธรรมดาเข้าถึงได้จริง
ผมยืนมองจอที่ค่อยๆ เปลี่ยนจากสีแดงเป็นสีเขียวด้วยความนิ่งสงบ ผมไม่ได้เพียงแค่ปกป้องเงินทอง แต่ผมกำลังสร้างรากฐานของอำนาจที่แท้จริง อำนาจที่ศรุตไม่มีวันทำลายได้ด้วยการปั่นหุ้นสกปรกๆ
เวลาผ่านไปจนถึงตีสาม ความเหนื่อยล้าเริ่มกัดกิน แต่ความสำเร็จก็อยู่เพียงแค่เอื้อม เมื่อทุกอย่างดูเหมือนกำลังจะเข้าที่เข้าทาง เสียงแจ้งเตือนจากระบบรักษาความปลอดภัยในเครือข่ายส่วนตัวของผมก็ดังขึ้น
มันไม่ใช่เสียงเตือนจากตลาดหุ้น... แต่มันคือเสียงสัญญาณเตือนจากการเข้าถึงฐานข้อมูลลับที่ผมเก็บซ่อนหลักฐานการฆาตกรรมครอบครัวผมไว้
ข้อความสั้นๆ ปรากฏขึ้นบนหน้าจอส่วนตัวที่ผมไม่ได้เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต:
*"นึกว่าแกจะใจบุญจนลืมอดีตไปแล้วซะอีกนะ ธันวา... แต่ดูเหมือนแกจะลืมไปว่า คนที่รู้ความลับเรื่องคืนนั้น ไม่ได้มีแค่ศรุตคนเดียว"*
ภาพกล้องวงจรปิดจากสถานที่เกิดเหตุเมื่อสิบปีก่อนถูกส่งตรงเข้ามาในหน้าจอของผม... คนที่ปรากฏตัวในเงามืดไม่ใช่ศรุตอย่างที่ผมเคยคาดการณ์ไว้ตลอดสิบปี แต่มันคือลินิน... ผู้หญิงที่ยืนอยู่ข้างกายผมในวินาทีนี้
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางมาด้วยกันจนถึงโค้งสุดท้ายนะครับ หวังว่าตอนถัดไปจะเป็นคำตอบที่ทุกคนรอคอยครับ
เซียนหุ้นย้อนเวลา
ย้อนอดีตพลิกวิกฤตการเงิน: ทวงคืนบัลลังก์เจ้าพ่อตลาดหุ้น•ตอนที่ 33
สร้างโลกใบใหม่
ผลงานโดย เซียนหุ้นย้อนเวลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนหุ้นย้อนเวลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ย้อนอดีตพลิกวิกฤตการเงิน: ทวงคืนบัลลังก์เจ้าพ่อตลาดหุ้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!