“ถ้าผมบอกว่ากระดานหุ้นในอีกสิบปีข้างหน้า จะมีมูลค่าไม่ถึงเสี้ยวของความสุขที่ผมกำลังถืออยู่ในมือตอนนี้ คุณจะเชื่อไหมครับลินิน?”
ผมกระซิบข้างใบหูเธอ ท่ามกลางเสียงดนตรีคลาสสิกที่บรรเลงคลอเบาๆ ในห้องโถงจัดเลี้ยงหรูหราใจกลางกรุงเทพฯ ลินินในชุดแต่งงานสีขาวบริสุทธิ์ที่ดูเรียบหรูแต่สง่างามหันมาสบตาผม ดวงตาคู่นั้นสะท้อนภาพชายผู้เคยสูญเสียทุกอย่าง แต่ในวันนี้ ผมกำลังกุมอำนาจการเงินของโลกไว้ในอุ้งมือ
“คุณธันวาคะ... ในฐานะนักวิเคราะห์การเงินที่ฉลาดที่สุดในโลก ดิฉันบอกได้เลยว่าสมการความสุขของคุณน่ะประเมินค่าไม่ได้หรอกค่ะ” เธอแย้มยิ้ม มุมปากที่ยกขึ้นเพียงเล็กน้อยนั้นคืออาวุธที่ทำลายล้างกำแพงในใจผมได้ราบคาบ
งานแต่งงานของเราไม่ได้ถูกจัดขึ้นเพื่อโอ้อวดความร่ำรวย แต่มันคือป้อมปราการแห่งความเงียบสงบ แขกเหรื่อถูกคัดกรองมาเป็นอย่างดี มีเพียงพันธมิตรทางธุรกิจที่ไว้ใจได้เท่านั้นที่ได้รับเกียรติมาร่วมเป็นสักขีพยานในวันที่ผมตัดสินใจ ‘วางรากฐาน’ ที่แท้จริง ไม่ใช่แค่พอร์ตการลงทุน แต่คือชีวิต
ผมกวาดสายตามองไปรอบห้อง ภาพอดีตที่ผมเคยถูกศรุตหักหลังจนแทบสิ้นใจฉายชัดขึ้นมาในหัว แต่มันกลับดูห่างไกลเหมือนเรื่องของคนอื่น ผมไม่ได้แก้แค้นศรุตด้วยการฆ่าฟัน แต่มันคือการทำให้เขากลายเป็นเพียงเศษฝุ่นที่พยายามปีนป่ายขึ้นมาบนตึกระฟ้าที่ผมเป็นเจ้าของ วันนี้ศรุตถูกคุมขังอยู่ในกรงขังแห่งความล้มละลายที่เขาสร้างขึ้นเอง และผมก็ได้ทำลายมันทิ้งไปหมดแล้ว
“คุณกำลังคิดเรื่องเขาอยู่ใช่ไหมครับ?” ลินินบีบมือผมเบาๆ ราวกับอ่านใจได้
“ผมแค่กำลังคิดว่า ความแค้นมันเสียเวลาไปมากแค่ไหนเมื่อเทียบกับสิ่งที่ผมมีในตอนนี้” ผมยอมรับอย่างตรงไปตรงมา
ลินินวางแก้วแชมเปญลงบนโต๊ะก่อนจะขยับตัวเข้ามาใกล้ “การแก้แค้นที่เจ็บปวดที่สุดของคนอย่างธันวา ไม่ใช่การทำลายศัตรูให้ย่อยยับ แต่คือการใช้ชีวิตให้ดีจนพวกเขาต้องอิจฉาจนตัวตาย... ซึ่งคุณทำสำเร็จแล้วค่ะ”
เราเดินไปที่ระเบียงมองออกไปสู่ทัศนียภาพของเมืองหลวงที่เต็มไปด้วยแสงสีจากตึกสูงมากมาย นี่คืออาณาจักรที่ผมสร้างขึ้นด้วยความรู้จากอนาคต แต่สิ่งที่ล้ำค่ากว่าคือคนข้างๆ กาย ผมวางแผนการตั้งกองทุนส่วนบุคคลที่ยั่งยืนเพื่อดูแลครอบครัว และโครงการสาธารณกุศลที่จะเปลี่ยนชีวิตผู้คนในอีกหลายทศวรรษข้างหน้า
ทว่า ในขณะที่ความเงียบสงบกำลังปกคลุมหัวใจผม เสียงแจ้งเตือนจากสมาร์ทโฟนที่ผมวางไว้บนโต๊ะอาหารก็ดังขึ้น มันไม่ใช่เสียงแจ้งเตือนราคาหุ้นที่ผมคุ้นเคย แต่มันเป็นเสียงสัญญาณเตือนภัยระดับสูงสุดที่ผมตั้งค่าไว้สำหรับกรณี ‘การบุกรุกข้อมูลส่วนตัว’
ผมขมวดคิ้วหยิบเครื่องขึ้นมาดู หน้าจอแสดงผลที่เข้ารหัสลับไว้สั่นสะท้าน ข้อมูลไหลผ่านหน้าจอด้วยความเร็วสูงจนแทบมองไม่ทัน มีการถ่ายโอนข้อมูลจากพอร์ตลับในต่างประเทศที่ผมใช้สะสมสินทรัพย์ดิจิทัลรุ่นบุกเบิก ข้อมูลกำลังถูกสูบออกไปอย่างช้าๆ แต่แม่นยำ
“เกิดอะไรขึ้นคะ?” ลินินถามด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนเป็นความเคร่งเครียดทันที
ผมไม่ตอบ แต่สายตากวาดมองไปที่กลุ่มแขกเหรื่อด้านล่าง ท่ามกลางคนที่ยิ้มแย้มยินดี มีชายคนหนึ่งในชุดสูทสีเทาที่เพิ่งเดินเข้ามาใหม่ เขายืนหลบมุมอยู่หลังเสาต้นใหญ่ มือหนึ่งถือแก้วไวน์ อีกมือหนึ่งกำลังกดคีย์บอร์ดขนาดจิ๋วที่ซ่อนอยู่ในกระเป๋าเสื้อ
เขาสบตาผม... และรอยยิ้มที่มุมปากของเขาก็ทำเอาผมชาวาบไปทั้งตัว
นั่นไม่ใช่ศรุต แต่มันคือใบหน้าที่ผมจำได้ดีกว่าใคร... ใบหน้าที่ควรจะตายไปตั้งแต่ชาติที่แล้ว ในเหตุการณ์ตึกถล่มเมื่อสิบปีก่อน
“ธันวา... หน้าตาคุณเหมือนเห็นผีเลยค่ะ” ลินินกระซิบเสียงสั่น
ผมกำโทรศัพท์ในมือแน่นจนข้อนิ้วขาว “ไม่ใช่ผีหรอกลินิน... แต่เป็นความผิดพลาดเดียวที่ผมเคยทำไว้ในตอนที่เริ่มย้อนเวลากลับมาใหม่ๆ”
ชายคนนั้นวางแก้วไวน์ลงบนถาดของพนักงานเสิร์ฟ ก่อนจะก้มศีรษะให้ผมเพียงเล็กน้อยแล้วเดินหายเข้าไปในเงามืดของทางเดินห้องจัดเลี้ยง ทิ้งทิ้งข้อความสุดท้ายไว้บนหน้าจอโทรศัพท์ของผม
*‘ขอบคุณที่สร้างอาณาจักรไว้ให้ผม... ต่อจากนี้ไป ถึงตาผมบ้างแล้วที่ต้องบริหารมันต่อ จาก...คนที่คุณลืมฆ่าในวันที่ 1 ของการเดินทาง’*
ขอขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนนิยายเรื่องนี้มาจนถึงตอนก่อนอวสานนะครับ
ย้อนอดีตพลิกวิกฤตการเงิน: ทวงคืนบัลลังก์เจ้าพ่อตลาดหุ้น•ตอนที่ 34
ชีวิตที่สมบูรณ์แบบ
ผลงานโดย เซียนหุ้นย้อนเวลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนหุ้นย้อนเวลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ย้อนอดีตพลิกวิกฤตการเงิน: ทวงคืนบัลลังก์เจ้าพ่อตลาดหุ้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!