"คุณกำลังทำผิดมหันต์ ลินิน การดื้อรั้นถือหุ้นกู้ตัวนี้ไว้ในมือทั้งที่สภาพคล่องของบริษัทกำลังติดลบ มันไม่ใช่การลงทุน แต่มันคือการฆ่าตัวตายทางการเงินครับ"
ผมวางเอกสารงบการเงินสามปีซ้อนของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ตัวหนึ่งลงบนโต๊ะไม้โอ๊กในคาเฟ่เงียบสงบย่านสีลม เสียงกระดาษที่กระทบพื้นผิวโต๊ะดังชัดเจนท่ามกลางความเงียบงัน ลินิน—หญิงสาวในชุดสูทสีเทาเข้มที่ดูไร้ชีวิตชีวา—เงยหน้าขึ้นมองผม แววตาของเธอสั่นระริกด้วยความเหนื่อยล้า เธอไม่ได้นอนมาสองคืนติดกัน ผมมองเห็นรอยคล้ำใต้ดวงตาคู่สวยที่เคยฉายแววความมั่นใจยามวิเคราะห์กราฟหุ้น
"ธันวา... นายไม่เข้าใจ" ลินินเอ่ยเสียงแหบพร่า เธอขยับแว่นสายตาให้เข้าที่ "ฉันใช้เงินเก็บทั้งชีวิตกับเงินกู้จากญาติพี่น้องลงไปกับหุ้นกู้ชุดนี้ โบรกเกอร์การันตีว่ามันคือเรท AAA ถ้าฉันขายตอนนี้ ฉันจะขาดทุนย่อยยับจนไม่มีปัญญาชดใช้หนี้ธนาคาร"
"AAA ที่คุณว่า กำลังจะกลายเป็นขยะในอีกเจ็ดสิบสองชั่วโมงข้างหน้าครับ" ผมโน้มตัวไปข้างหน้า จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ "ศรุตและพรรคพวกกำลังปั่นกระแสข่าวดีเพื่อรอปล่อยของ กองทุนที่หนุนหลังอยู่กำลังแอบถ่ายเทสินทรัพย์ออกไปต่างประเทศ คุณคิดว่าทำไมวงในถึงเงียบผิดปกติในวันที่ราคาหุ้นร่วงลงต่อเนื่อง?"
ลินินนิ่งไป มือที่ถือแก้วกาแฟเย็นชืดสั่นเล็กน้อย เธอพยายามปฏิเสธความจริงด้วยเหตุผลทางทฤษฎีที่เธอร่ำเรียนมา แต่สัญชาตญาณในฐานะนักวิเคราะห์ระดับหัวกะทิของเธอกำลังตะโกนบอกว่าสิ่งที่ผมพูดคือความจริง
"นายรู้ได้ยังไง..." เธอถามเบาหวิว
"เพราะผมเคยสูญเสียทุกอย่างไปกับกับดักแบบเดียวกันนี้มาแล้วไงครับ" ผมตอบสั้นๆ ก่อนจะเลื่อนซองเอกสารอีกชุดไปให้เธอ "ในนี้คือรายงานการวิเคราะห์งบกระแสเงินสดฉบับจริงที่ไม่ได้ผ่านการตกแต่งบัญชี ถ้าคุณไม่ขายหุ้นกู้ทิ้งภายในตลาดเปิดพรุ่งนี้เช้า ต่อให้คุณมีพระเจ้ามาช่วย ก็ยื้อบริษัทนี้ไม่พ้นภาวะล้มละลาย"
ลินินเปิดซองเอกสารช้าๆ สายตาของเธอไล่กวาดไปตามตัวเลขที่ผมสรุปไว้ให้ ความเงียบในคาเฟ่เริ่มบีบคั้นขึ้นเรื่อยๆ ผมสั่งอเมริกาโน่ร้อนมาจิบเพื่อผ่อนคลายความกดดัน ผมรู้ดีว่านี่คือวินาทีตัดสินอนาคตของเธอ—และอนาคตของผมด้วย หากผมต้องการสร้างกองทุนเพื่อโค่นศรุต ผมจำเป็นต้องมี 'มันสมอง' ที่กล้าตัดสินใจและแม่นยำที่สุด และลินินคือคนคนนั้น
"ถ้าฉันขาย... ฉันจะเสียเงินไปสามล้าน" ลินินพึมพำ น้ำตาคลอเบ้า "ถ้าฉันไม่ขาย ฉันจะเสียทุกอย่าง"
"การยอมรับความเจ็บปวดในวันนี้ คือการซื้ออนาคตที่ใหญ่กว่าเดิมสิบเท่าครับ" ผมวางเช็คเงินสดที่เตรียมไว้บนโต๊ะ "ผมยินดีจะรับซื้อหุ้นกู้ส่วนที่เหลือของคุณด้วยราคาส่วนลด 10% จากราคาตลาดปัจจุบัน เพื่อให้คุณมีเงินทุนหมุนเวียนเพียงพอที่จะไม่ล้มละลาย นี่คือโอกาสสุดท้ายที่คุณจะเดินออกจากกับดักนี้โดยยังมีลมหายใจ"
ลินินเงยหน้ามองผม เธอพินิจพิจารณาใบหน้าของผมอย่างจริงจัง—มันไม่ใช่ความเมตตา แต่เป็นการยื่นข้อเสนอทางธุรกิจที่สมเหตุสมผลที่สุด เธอหยิบปากกาหมึกซึมราคาแพงออกมาจากกระเป๋า ลังเลอยู่เพียงเสี้ยววินาทีก่อนจะจรดปลายปากกาลงในเอกสารโอนสิทธิ์ที่ผมเตรียมไว้
"ถ้าสิ่งที่นายพูดไม่เป็นความจริง..." เธอเงยหน้าขึ้น ดวงตากลับมามีความมุ่งมั่นอีกครั้ง "ฉันจะสาปแช่งนายไปตลอดชีวิต"
"ถ้ามันไม่จริง คุณมีสิทธิ์ที่จะทำแบบนั้นครับ" ผมยิ้มบางๆ ที่มุมปาก "แต่เชื่อเถอะลินิน พรุ่งนี้เวลาสิบโมงเช้า ราคาหุ้นกู้ตัวนี้จะดิ่งลงจนไม่มีใครรับซื้อ"
เช้าวันต่อมา...
ผมยืนมองกระดานเทรดอิเล็กทรอนิกส์ในห้องทำงานส่วนตัว จังหวะหัวใจของผมเต้นเป็นจังหวะเดียวกับกราฟที่ร่วงดิ่งลงเหมือนมีดที่ถูกฟันลงจากที่สูง ลินินโทรศัพท์เข้ามาในนาทีที่ตลาดหุ้นเพิ่งเปิดไม่ถึงสิบห้านาที เสียงของเธอสั่นเครือไม่ใช่ด้วยความเสียใจ แต่เป็นความตกตะลึงที่ยังประมวลผลไม่ทัน
"ธันวา... มันลงไปฟลอร์แล้ว" ลินินพูดเสียงสั่น "นายทำได้ยังไง? นายรู้ได้ยังไงว่าพวกเขาจะทิ้งดิ่งในวันนี้?"
"เพราะในโลกนี้ไม่มีความลับครับลินิน มีเพียงคนที่เตรียมพร้อมก่อนกับคนที่เดินตามหลัง" ผมตอบพลางหมุนเก้าอี้มองออกไปนอกหน้าต่างกรุงเทพฯ ยามเช้า "ตอนนี้คุณมีเงินทุนเหลืออยู่เท่าไหร่?"
"หลังหักลบกลบหนี้... ประมาณหนึ่งล้านบาท"
"ดีครับ เก็บเงินก้อนนั้นไว้ให้ดี" ผมลุกขึ้นยืน เตรียมตัวสำหรับแผนการขั้นต่อไป "เพราะเรากำลังจะใช้มันทำเงินให้กลายเป็นร้อยล้าน ภายในเวลาไม่ถึงปี"
"เรา?" เธอทวนคำ "นายนายกำลังจะบอกว่า..."
"ผมต้องการคนที่มีทักษะการอ่านงบการเงินที่ไร้ที่ติ และหัวใจที่แข็งแกร่งพอจะมองข้ามความโลภชั่วคราว ลินิน คุณไม่ได้ทำงานให้ผม แต่คุณจะเป็นหุ้นส่วนคนสำคัญในกองทุนส่วนบุคคลที่ผมกำลังจะก่อตั้งขึ้น"
ลินินเงียบไปครู่หนึ่ง เสียงลมหายใจของเธอผ่านปลายสายดูมั่นคงขึ้น ผมรู้ดีว่าเธอเริ่มมองเห็นภาพเดียวกันกับผม—ภาพของความมั่งคั่งที่ทวงคืนมาจากพวกที่เคยดูถูกเรา
"ฉันตกลง" เธอตอบสั้นๆ แต่หนักแน่น "แต่มีเงื่อนไขเดียว"
"ว่ามาครับ"
"บอกชื่อคนที่วางแผนทิ้งหุ้นกู้ตัวนี้ให้ฉันฟัง... คนที่ทำให้ฉันเกือบสิ้นเนื้อประดาตัว"
ผมหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความแค้นที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความสุภาพ "ชื่อของเขาคือ ศรุต... และเชื่อผมเถอะลินิน เขาเพิ่งจะเริ่มรู้ตัวว่ากำลังมีคนเข้ามาทำลายบัลลังก์ของเขาตั้งแต่วินาทีที่คุณตัดสินใจร่วมมือกับผม"
ทันใดนั้น เสียงเตือนข้อความจากมือถืออีกเครื่องก็ดังขึ้น มันคือข้อความแจ้งเตือนความเคลื่อนไหวในบัญชีธนาคารต่างประเทศที่ผมเฝ้าติดตามมานานหลายวัน ยอดเงินมหาศาลเพิ่งถูกโอนเข้าสู่บัญชีของศรุต ซึ่งหมายความว่าแผนการขั้นต่อไปของเขาได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว
แต่สิ่งที่ทำให้ผมต้องชะงักและกำหมัดแน่น จนนิ้วขาวซีดไม่ใช่ยอดเงินนั้น...
มันคือรูปถ่ายที่ส่งแนบมาพร้อมกับข้อความจากหมายเลขปริศนา—รูปของศรุตที่กำลังยืนคุยกับ 'คนสนิทที่สุด' ของผมในอดีต ซึ่งควรจะตายไปพร้อมกับอุบัติเหตุเมื่อสองปีก่อน!
เส้นทางที่เราเพิ่งเริ่มเดิน กำลังจะกลายเป็นสนามรบที่นองไปด้วยเลือดและเล่ห์เหลี่ยมที่ผมคาดไม่ถึง
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับผมในเส้นทางสายธุรกิจสายนี้ด้วยกันนะครับ
- เซียนหุ้นย้อนเวลา -
ย้อนอดีตพลิกวิกฤตการเงิน: ทวงคืนบัลลังก์เจ้าพ่อตลาดหุ้น•ตอนที่ 5
ลินิน พันธมิตรคนแรก
ผลงานโดย เซียนหุ้นย้อนเวลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนหุ้นย้อนเวลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ย้อนอดีตพลิกวิกฤตการเงิน: ทวงคืนบัลลังก์เจ้าพ่อตลาดหุ้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!