"คุณมาที่นี่เพราะต้องการจะเยาะเย้ย หรือมาเพื่อเก็บศพไอ้ขี้แพ้ที่ชื่อธันวาคนนี้กันแน่ครับ ลินิน?"
ผมเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันในห้องเช่ารูหนูที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอับของความสิ้นหวัง ลินินยืนกอดอกพิงกรอบประตูสายตาของเธอคมกริบดุจใบมีดที่ผ่านการเจียระไนมาอย่างดี เธอไม่ได้ตอบทันที แต่กวาดสายตามองกองเอกสารและหน้าจอมอนิเตอร์เก่าๆ ที่ผมเพิ่งซ่อมแซมจนพอกล้อมแกล้มใช้งานได้
"คนขี้แพ้มักจะโทษโชคชะตา แต่คนที่กำลังจะพุ่งทะยาน... มักจะเริ่มจากการวิเคราะห์ความผิดพลาดของตัวเองครับธันวา" เธอกล่าวพลางเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย "ที่ฉันมาที่นี่ ไม่ใช่เพื่อดูละครฉากล้มเหลว แต่มาเพื่อเตือนว่า หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีตัวนั้นที่ทุกคนกำลังเทขายเหมือนขยะ... คุณก็น่าจะรู้ดีกว่าใครว่ามันคือเพชรที่รอการเจียระไน"
หัวใจของผมเต้นรัวเหมือนกลองรบ เธอรู้... ลินินคนนี้ในวัยยี่สิบต้นๆ ต่างจากลินินที่ผมรู้จักในอีกสิบปีข้างหน้าอย่างสิ้นเชิง ความทะเยอทะยานในดวงตาเธอยังไม่ถูกฉาบด้วยหน้ากากของนักบริหาร แต่เป็นประกายของผู้ล่าที่กระหายชัยชนะ
เมื่อร่างระหงลับไปจากห้อง ผมทิ้งตัวลงนั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ส่งเสียงครางฮึ่มๆ ประหนึ่งจะพังลงมาได้ทุกเมื่อ เงินเก็บก้อนสุดท้ายในบัญชีคือตัวเลขที่น่าสมเพช แต่มันคือเชื้อเพลิงเดียวที่ผมจะใช้จุดไฟเผาทำลายเส้นทางเดิมๆ ที่ศรุตเคยใช้เหยียบย่ำผม
กราฟสีแดงฉานบนหน้าจอคือความล้มเหลวของนักลงทุนรายย่อยที่ตื่นตระหนก พวกเขาเทขายหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์และซอฟต์แวร์ที่กำลังถูกปั่นกระแสว่า 'ถึงจุดจบ' ความผันผวนของตลาดกำลังทำหน้าที่เป็นเครื่องคัดกรอง คนโง่จะทิ้งหุ้นนี้ไปพร้อมกับความกลัว ส่วนคนที่มี 'ความทรงจำล่วงหน้า' อย่างผม จะกว้านซื้อทุกหน่วยที่เหลืออยู่
*คลิก*
นิ้วของผมสั่นเล็กน้อยตอนกดคำสั่งซื้อ เงินทุกบาททุกสตางค์เปลี่ยนสถานะจากตัวเลขในบัญชีออมทรัพย์ไปเป็นหุ้นในพอร์ตโฟลิโอ ผมกำลังพนันด้วยชีวิต ถ้าผมพลาด... ผมจะกลายเป็นไอ้ขี้แพ้ไปตลอดกาล แต่ถ้าผมถูก... นี่จะเป็นก้าวแรกของการทวงคืนทุกอย่างที่ควรเป็นของผม
“กินหญ้าไปเถอะครับพวกนักวิเคราะห์บนหน้าจอทีวีทั้งหลาย” ผมพึมพำกับตัวเองขณะเฝ้ามองเส้นกราฟที่เริ่มขยับตัวราวกับสัตว์ป่าที่กำลังจะตื่นจากจำศีล
สามชั่วโมงผ่านไปอย่างเชื่องช้า แต่ละนาทีเหมือนถูกถ่วงด้วยน้ำหนักของความกดดัน ผมเฝ้ามองราคาหุ้นที่พยายามดิ้นรนจะไต่ขึ้นจากหลุมดิ่งเหว ศรุต... ในเวลานี้มันคงกำลังหัวเราะร่าอยู่ในห้องแอร์เย็นเฉียบ วางแผนจะช้อนซื้อของถูกหลังจากทุบราคาจนย่อยยับ แต่มันลืมคิดไปว่าในตลาดหุ้นไม่ได้มีแค่หมูที่รอให้เชือด แต่มันยังมี 'นักล่า' ที่ย้อนเวลากลับมาเอาคืน
ทันใดนั้น เสียงแจ้งเตือนจากอีเมลในแล็ปท็อปก็ดังขึ้น มันไม่ใช่การแจ้งเตือนราคาหุ้น แต่เป็นข้อความจากบุคคลนิรนามที่ผมไม่เคยคาดคิด
*‘ยินดีกับการลงทุนที่กล้าหาญนะธันวา... แต่ระวังตัวไว้ให้ดี เพราะสิ่งที่นายกำลังถืออยู่ ไม่ใช่แค่หุ้น แต่มันคือชนวนระเบิดที่ศรุตกำลังจะจุดในวันพรุ่งนี้ตอนตลาดเปิด’*
ผมชะงัก ลมหายใจสะดุดกึก ใครกันที่รู้แผนการของศรุตได้แม่นยำขนาดนี้? และที่น่าขนลุกยิ่งกว่า คือไฟล์แนบในอีเมลนั้น... มันเป็นเอกสารภายในของบริษัทศรุตที่ระบุถึงแผนการปั่นหุ้นหลอก (Pump and Dump) ที่กำลังจะเกิดขึ้นจริงในอีกไม่ถึง 24 ชั่วโมง
ความเย็นเยียบแล่นผ่านสันหลัง หรือว่าการย้อนเวลากลับมาครั้งนี้ไม่ได้มีแค่ผมคนเดียวที่มีความลับ? หรือลินินไม่ใช่คนเดียวที่จับจ้องผมอยู่? ผมกวาดสายตามองไปรอบห้องที่มืดมิด เสียงเคาะประตูแผ่วเบาดังขึ้นจากฝั่งตรงข้ามห้องพัก... เป็นจังหวะที่จงใจและเยือกเย็นเกินกว่าจะเป็นเพื่อนบ้านทั่วไป
ผมคว้ามีดปอกผลไม้ที่วางอยู่ข้างโต๊ะ เดินไปหยุดอยู่ที่หน้าประตู มือขวาเอื้อมไปแตะกลอนประตูอย่างแผ่วเบา ขณะที่หัวใจเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก...
หากนี่คือศรุต มันคงมาเพื่อปิดปากผมก่อนที่ผมจะได้ลืมตาอ้าปาก
แต่หากเป็นคนอื่น... สิ่งที่รออยู่หลังบานประตูนี้ อาจเป็นจุดจบของเกมกระดานแรก หรือจุดเริ่มต้นของมหันตภัยที่ผมยังไม่พร้อมจะรับมือ
ผมตัดสินใจกระชากประตูเปิดออกกว้าง—!
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับผมในบทที่สองนี้ แล้วเรามาดูกันว่าก้าวต่อไปของธันวาจะเป็นอย่างไรนะครับ
เซียนหุ้นย้อนเวลา
ย้อนอดีตพลิกวิกฤตการเงิน: ทวงคืนบัลลังก์เจ้าพ่อตลาดหุ้น•ตอนที่ 2
ทุนก้อนแรกจากกราฟสีแดง
ผลงานโดย เซียนหุ้นย้อนเวลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนหุ้นย้อนเวลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ย้อนอดีตพลิกวิกฤตการเงิน: ทวงคืนบัลลังก์เจ้าพ่อตลาดหุ้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!