"ถ้านายคิดว่าความตายคือจุดจบของความล้มเหลว นายก็แค่ยังไม่เคยสัมผัสความรู้สึกของการเห็นอาณาจักรที่ตัวเองสร้างมากับมือ... ถูกเผาทำลายไปต่อหน้าต่อตาในขณะที่ยังมีลมหายใจอยู่หรอกนะ ธันวา"
ศรุตเหยียดยิ้ม รอยยิ้มที่ผมเห็นมานับสิบปีในฐานะเพื่อนสนิทที่ไว้ใจที่สุด ก่อนที่มันจะกลายเป็นรอยยิ้มของเพชฌฆาตที่กำลังเพลิดเพลินกับการมองเหยื่อดิ้นรนอยู่ในกรงขัง
ห้องทำงานหรูบนชั้นสูงสุดของอาคารสำนักงานใจกลางเมืองเงียบสงัดจนได้ยินเสียงแอร์ทำงาน แสงไฟนีออนสลัวสะท้อนกับแก้วคริสตัลในมือศรุต ผมยืนนิ่งอยู่กลางห้อง ความรู้สึกกดดันถาโถมเข้ามาเหมือนคลื่นยักษ์ แต่มือของผมที่ซุกอยู่ในกระเป๋ากางเกงกลับกำโทรศัพท์มือถือไว้แน่น
ผมไม่ได้ตอบโต้ด้วยอารมณ์ ในโลกการเงินที่ผมเคยผ่านจุดสูงสุดและจุดตกต่ำมาแล้ว ความโกรธคือสิ่งฟุ่มเฟือยที่ผมไม่มีวันจ่าย ผมค่อยๆ เดินไปที่หน้าต่าง มองลงไปเห็นไฟถนนเส้นเล็กๆ เหมือนเส้นเลือดที่หล่อเลี้ยงเมืองหลวงแห่งนี้
"ศรุต... นายจำได้ไหมว่าตอนที่เราเริ่มลงทุนครั้งแรก เราเรียนรู้อะไรจากตลาดหุ้น?" ผมถามพลางหันกลับไปสบตาเขา สายตาของผมเยือกเย็นพอที่จะทำให้บรรยากาศในห้องเย็นลงไปอีกหลายองศา
ศรุตหัวเราะในลำคอ "บทเรียนที่ว่าคนฉลาดกินคนโง่ไงล่ะ"
"ผิดแล้ว" ผมสวนกลับทันที "บทเรียนที่สำคัญที่สุดคือ 'สภาพคล่อง' ถ้าขาดสภาพคล่อง ต่อให้มีสินทรัพย์มหาศาล นายก็เป็นแค่ซากศพที่เดินได้"
ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา กดส่งข้อความสั้นๆ เพียงประโยคเดียวถึงลินิน: *'เริ่มการถ่ายโอนสินทรัพย์ และเปิดสถานะ Short สัญญาอนาคตของกลุ่มบริษัทศรุตทั้งหมดในวินาทีนี้'*
ในจังหวะนั้นเอง หน้าจอแท็บเล็ตบนโต๊ะทำงานของศรุตก็สว่างวาบขึ้นด้วยเสียงแจ้งเตือนที่ไม่หยุดหย่อน ใบหน้าของเขาเปลี่ยนจากความเย้ยหยันเป็นความสับสน ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความตื่นตระหนกเมื่อเห็นตัวเลขบนหน้าจอ
"มึงทำอะไรลงไป!" เขาตะคอก เสียงที่เคยนิ่งสงบสั่นเครืออย่างเห็นได้ชัด
"ฉันไม่ได้ทำอะไรที่เกินตัวหรอก" ผมตอบพลางเดินเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานของเขา กลิ่นน้ำหอมราคาแพงบนตัวเขาดูตลบอบอวลจนน่าคลื่นไส้ "ฉันแค่ใช้ช่องโหว่ที่นายสร้างขึ้นเอง นายทุ่มเงินมหาศาลไปกับการทำราคาหุ้นเพื่อดึงดูดเม็ดเงินจากกองทุนต่างชาติ แต่ลืมนึกไปว่าถ้าความเชื่อมั่นของตลาดหายไปในเสี้ยววินาที... ทุกอย่างที่นายสร้างมาจะเป็นแค่ภาพลวงตา"
ผมเห็นลินินส่งสัญญาณกลับมาผ่านข้อความที่มุมหน้าจอ: *'บัญชีนอมินีของศรุตถูกตรวจสอบโดยหน่วยงานกำกับดูแลแล้ว และเงินสดสำรองทั้งหมดถูกอายัดชั่วคราวตามกฎหมายใหม่ที่ธันวาผลักดันผ่านกระทรวงการคลัง'*
ศรุตทรุดตัวลงบนเก้าอี้หนังอย่างหมดแรง เขาพยายามกดโทรศัพท์หาใครบางคน แต่ปลายสายกลับเงียบเชียบ ทุกอย่างในมือเขากำลังละลายหายไปเหมือนน้ำแข็งกลางแดดจัด การตัดเส้นทางเงินคือการตัดหัวใจของคนอย่างศรุต มันไม่ใช่แค่เรื่องหุ้น แต่มันคือการทำให้เขาไม่มีทางเลือกในการเดินหมากครั้งต่อไปอีกเลย
"แก... แกย้อนกลับมาเพื่อสิ่งนี้สินะ" ศรุตเงยหน้าขึ้นมองผม แววตาของเขาเต็มไปด้วยความแค้นเคือง แต่ทว่าไร้ซึ่งอำนาจต่อรอง
"เปล่าเลย" ผมก้มลงไปกระซิบข้างหูเขา "ฉันแค่กลับมาทวงสิ่งที่เคยเป็นของฉันคืน และมอบของขวัญที่นายเคยทำไว้กับครอบครัวฉัน... ให้กับนายอีกสักร้อยเท่า"
ทว่าในจังหวะที่ผมกำลังจะหันหลังเดินออกจากห้องแห่งความพ่ายแพ้นี้ เสียงโทรศัพท์ของผมก็ดังขึ้น เป็นสายเรียกเข้าจากเบอร์แปลกที่ไม่แสดงหมายเลข ผมกดรับด้วยความรู้สึกประหลาดใจ
"คุณธันวาครับ... คุณคิดว่าคุณจัดการเขาได้แล้วจริงๆ หรือครับ?" เสียงทุ้มต่ำที่ไม่คุ้นเคยดังมาจากปลายสาย "ลืมใครไปคนหนึ่งหรือเปล่า... คนที่ถือครองรหัสผ่านกระเป๋าคริปโตทั้งหมดของศรุต และตอนนี้เขากำลังเฝ้ามองคุณอยู่จากเงามืด"
ผมชะงักฝีเท้า หัวใจเต้นรัวด้วยความรู้สึกที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เพราะบนหน้าต่างกระจกเงาสะท้อนภาพของเงาดำที่ยืนอยู่หลังประตูห้องทำงานของศรุต... คนที่ผมคิดว่าตายไปแล้วตั้งแต่ชาติที่แล้ว
นั่นคือ 'ดร.กิตติ' ผู้มีพระคุณที่สอนวิชาการเงินให้ผมตั้งแต่ต้น และเป็นคนเดียวที่รู้ว่าผมย้อนเวลากลับมา... ได้อย่างไร?
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามร่วมเดินทางไปกับผมในโลกการเงินที่โหดร้ายแห่งนี้นะครับ
ย้อนอดีตพลิกวิกฤตการเงิน: ทวงคืนบัลลังก์เจ้าพ่อตลาดหุ้น•ตอนที่ 25
บีบให้ถึงขีดสุด
ผลงานโดย เซียนหุ้นย้อนเวลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนหุ้นย้อนเวลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ย้อนอดีตพลิกวิกฤตการเงิน: ทวงคืนบัลลังก์เจ้าพ่อตลาดหุ้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!