"ลดปืนลงเดี๋ยวนี้... พีรดล"
รินรดาเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าสั่นพร่าเล็กน้อยในจังหวะจบ เธอไม่ได้หันไปมองคนที่เพิ่งลั่นไกใส่ธีร์ แต่สายตาของเธอจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าของธีร์ที่ยังคงแย้มยิ้มอย่างน่าสยดสยอง แม้จะมีเลือดสีเข้มซึมออกมาจากหัวไหล่ขวา
"อย่าทำเป็นเล่นละครไปหน่อยเลย ริน" ชายที่ยืนถือปืนอยู่ข้างหลัง—บุคคลที่เธอไว้วางใจให้เป็นดั่งแสงสว่างในวันที่มืดมิด—หัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะของพีรดลไม่มีความร่าเริงหลงเหลืออยู่เลย มันเป็นเสียงที่แห้งแล้งและเย็นเยียบจนน่าขนลุก "เราเล่นเกมนี้มานานเกินไปแล้ว ถึงเวลาปิดฉากเสียที"
"คุณทำแบบนี้ทำไม?" รินรดาถามพลางขยับตัวช้าๆ แผ่นหลังของเธอสัมผัสได้ถึงความเย็นของกำแพงคอนกรีตในโกดังร้าง เธอพยายามอ่านเกมจากแววตาของพีรดล แต่มันกลับว่างเปล่า เหมือนผืนน้ำลึกที่ไม่มีสิ่งใดให้ค้นหา
"ทำไมเหรอ?" พีรดลทวนคำ เขาขยับเข้ามาใกล้ขึ้น ปืนในมือยังคงเล็งตรงมาที่กลางหน้าผากของเธอ "เพราะโลกนี้ไม่มีที่ว่างสำหรับคนที่อยากจะเริ่มต้นใหม่โดยทิ้งบาดแผลไว้ให้คนอื่นตามเช็ดหรอก รินรดา เธอเองก็รู้ดีกว่าใครไม่ใช่เหรอว่า 'อดีต' มันไม่เคยตาย... มันแค่รอเวลาที่จะกลับมาทวงคืน"
ธีร์ที่ทรุดตัวลงไปนั่งกับพื้นหัวเราะออกมาเบาๆ เขาใช้มืออีกข้างกดแผลไว้ "เห็นไหมริน... ไม่ใช่แค่ฉันที่อยากเห็นเธอพังพินาศ พีรดลเองก็รอวันที่จะได้ถอดหน้ากากผู้พิทักษ์นั่นออกเหมือนกัน"
ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่นั้นอย่างกะทันหัน มีเพียงเสียงลมหวีดหวิวที่เล็ดลอดผ่านรอยแตกของหลังคาสังกะสี ทุกจังหวะการหายใจของรินรดาสั่นไหว เธอไม่ได้กลัวความตาย สิ่งที่เธอกลัวคือความจริงที่เพิ่งเปิดเผยว่า คนที่เธอเชื่อใจที่สุดคือคนที่วางแผนทุกอย่างมาตั้งแต่ต้น—นับตั้งแต่การตายของครอบครัวเธอ จนถึงวันที่เธอถูกดึงเข้าสู่เกมแค้นนี้
"อคินรู้เรื่องนี้ไหม?" รินรดาถามเสียงเบา หากอคิน—คู่คิดเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่—มีส่วนรู้เห็นกับเรื่องนี้ด้วย หัวใจของเธอคงแตกสลายไม่เหลือชิ้นดี
"อคินน่ะเหรอ?" พีรดลเลิกคิ้วขึ้น มุมปากกระตุกเป็นรอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของคนมองหล่นวูบ "เขาก็แค่หมากตัวหนึ่งที่ซื่อสัตย์เกินไปจนน่ารำคาญ แต่ไม่ต้องห่วงหรอกนะ... อีกไม่กี่นาทีข้างหน้า เขาก็จะเป็นอิสระจากความโง่เขลาของตัวเองแล้ว"
รินรดาตัดสินใจเดิมพันด้วยทุกอย่างที่มี เธอแสร้งทำเป็นผ่อนคลายไหล่ลง สายตาจับจ้องไปที่นิ้วชี้ของพีรดลที่แตะอยู่บนไกปืน เธอรู้ดีว่านี่คือวินาทีที่ความเป็นความตายอยู่ห่างกันเพียงเส้นผม หากเธอพลาด ทุกอย่างจะจบลงที่นี่
"คุณไม่ได้ต้องการฆ่าฉันหรอกพีรดล" เธอเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่หนักแน่น "ถ้าคุณต้องการให้ฉันตาย คุณคงทำไปตั้งแต่ตอนที่ฉันเผลอแล้ว แต่ที่คุณยังไม่ทำ เพราะคุณต้องการ 'ความลับ' ที่ฉันถืออยู่... ความลับที่อยู่ในสมุดบันทึกของพ่อฉัน ที่แม้แต่ธีร์เองก็ยังไม่รู้"
บรรยากาศในโกดังเปลี่ยนไปทันที ธีร์ชะงัก สายตาที่เคยไร้สมาธิกลับมาเฉียบคมขึ้น ในขณะที่พีรดลนิ่งค้างไปครู่หนึ่ง แววตาที่เคยเย็นเยียบฉายแววสับสนเพียงเสี้ยววินาที—นั่นคือช่องโหว่ที่รินรดารอคอย
ทว่า ก่อนที่รินรดาจะได้ตัดสินใจเคลื่อนไหว เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและคุ้นเคยก็ดังขึ้นจากทางเข้าด้านหลังของพีรดล
"พอได้แล้ว พีรดล"
เสียงทุ้มต่ำนั้นทำให้รินรดาแทบหยุดหายใจ เธอเบิกตากว้างเมื่อเห็นร่างของชายหนุ่มที่ก้าวออกมาจากเงามืด แสงจันทร์ที่ลอดเข้ามาอาบไล้ใบหน้าของเขาให้เห็นชัดเจน... ไม่ใช่อคินอย่างที่เธอภาวนา แต่เป็นบุคคลที่เธอคิดว่าตายไปแล้วตั้งแต่วันที่เกิดโศกนาฏกรรมนั่น
พีรดลชะงักค้าง ปืนในมือสั่นไหวเล็กน้อยเมื่อคนผู้นั้นเดินเข้ามาประชิดตัวเขาโดยไม่มีความเกรงกลัว "แก... แกไม่ควรอยู่ที่นี่"
ชายปริศนาหยุดยืนอยู่เบื้องหลังพีรดล ก่อนจะกระซิบคำพูดหนึ่งที่ทำให้รินรดาแทบจะล้มทั้งยืน "ความจริงที่เธอตามหามาตลอดน่ะรินรดา... มันไม่ใช่สิ่งที่อยู่ในบันทึกนั่นหรอก แต่มันคือสิ่งที่มีลมหายใจอยู่ตรงหน้าเธอนี่ต่างหาก"
เขายื่นมือมาคว้าข้อมือของพีรดลไว้ แล้วกดกระบอกปืนให้หันไปทางธีร์ ก่อนจะหันมาสบตารินรดาด้วยสายตาที่เย็นชากว่าที่เคยเป็นมา "เพราะคนที่จะเป็นคนจบเรื่องราวทั้งหมดในคืนนี้... ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่คือเธอเอง... รินรดา"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงจุดพลิกผันครั้งสำคัญนี้ไปกับ "ดาวตกคืนคริสต์มาส" นะคะ
เงาไม้ใต้แสงดาว: บันทึกความทรงจำที่ไม่เคยจาง•ตอนที่ 37
ลมพัดผ่านพายุ
ผลงานโดย ดาวตกคืนคริสต์มาส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาวตกคืนคริสต์มาส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาไม้ใต้แสงดาว: บันทึกความทรงจำที่ไม่เคยจาง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!