“พี่จริงๆ ด้วย...”
รินรดากระซิบ เสียงของเธอสั่นพร่าราวกับเศษแก้วที่บาดลึกอยู่ในลำคอ หญิงสาวจ้องมองเงาร่างในความมืดที่ยืนตระหง่านอยู่ตรงหน้า แสงไฟสลัวจากหลอดไฟนีออนที่กะพริบถี่ในโกดังร้างสะท้อนใบหน้าของชายคนนั้น—ใบหน้าที่มีรอยแผลเป็นจางๆ เหนือคิ้วขวา อันเป็นร่องรอยที่เธอจำได้แม่นยำจากอุบัติเหตุเมื่อสิบปีก่อน
อคินที่ยืนอยู่ข้างกายรินรดากระชับแขนเสื้อของเธอแน่น สัมผัสถึงไอเย็นที่แผ่ออกมาจากตัวหญิงสาว เขารู้ดีว่านี่ไม่ใช่เวลาแห่งการร่ำไห้หรือโหยหา แต่เป็นเวลาที่พายุลูกใหญ่กำลังจะก่อตัวขึ้น
“อย่าเพิ่งถามอะไรตอนนี้ริน” เสียงของชายผู้ที่ควรจะตายไปแล้วดังขึ้น แววตาของเขาไม่ได้มีความอบอุ่นเหมือนพี่ชายที่เธอเคยรู้จักอีกต่อไป มันเต็มไปด้วยความระแวดระวังและเงามืด “ธีร์เริ่มระแคะระคายแล้วว่าพวกเธอเข้ามาใกล้เขตหวงห้ามของมันมากเกินไป”
รินรดาสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามรวบรวมสติที่แตกกระเจิงให้กลับมาเป็นชิ้นดี เธอหันไปมองกองเอกสารที่วางอยู่บนโต๊ะไม้เก่าๆ นั่นคือหลักฐานทางการเงินที่เชื่อมโยงถึงการฟอกเงินและเหตุการณ์ไฟไหม้ครั้งนั้น ซึ่งเธอใช้เวลาแรมเดือนในการเสาะหา
“พี่รู้ใช่ไหมว่าถ้าเราปล่อยเรื่องนี้ออกไป ชีวิตของพวกเราทุกคนจะไม่มีทางกลับไปเหมือนเดิม” รินรดาถาม สายตาจ้องเขม็งไปที่พี่ชายของตน
อคินขยับตัวเข้ามาใกล้ วางมือบนไหล่ของรินรดาเบาๆ เพื่อให้กำลังใจ “ริน... เราเดินมาไกลเกินกว่าจะหันหลังกลับแล้วนะ หากเราไม่หยุดธีร์ในวันนี้ คนที่จะตกเป็นเหยื่อรายต่อไปไม่ใช่แค่พวกเรา แต่เป็นทุกคนที่มันคิดจะกำจัดทิ้งเพื่อปิดปาก”
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ได้ยินเพียงเสียงหยดน้ำที่กระทบพื้นคอนกรีตดังเป็นจังหวะ อคินหันไปที่โน้ตบุ๊กที่เปิดทิ้งไว้ หน้าจอแสดงผังองค์กรสีดำมืดที่ถูกดึงข้อมูลออกมาได้เพียงไม่กี่เปอร์เซ็นต์ มันคือรหัสลับที่ต้องใช้เวลาถอดรหัสอีกนาน
“ผมมีกุญแจสำคัญ” พี่ชายของรินรดากล่าว พลางหยิบแฟลชไดรฟ์สีเงินขนาดจิ๋วออกมา “ข้อมูลชุดนี้มีชื่อของทุกคนที่อยู่เบื้องหลังธีร์... รวมถึงคนที่คอยบงการอยู่เหนือมันขึ้นไปอีกชั้น”
มือของรินรดาสั่นขณะรับมันมา ความรู้สึกเหมือนถือระเบิดเวลาไว้ในมือมันช่างหนักอึ้ง “ทำไมพี่ต้องหายไปนานขนาดนี้? ทำไมต้องทิ้งให้รินเผชิญหน้ากับความว่างเปล่าคนเดียว?”
คำถามนั้นเปรียบเสมือนเข็มที่ทิ่มแทงหัวใจของชายตรงหน้า เขาเบือนหน้าหนี ไม่กล้าสบตาที่เต็มไปด้วยคำถามของน้องสาว “ถ้าพี่ไม่ตายในสายตาของพวกมัน พี่ก็ไม่มีวันเข้าถึงตัวพวกมันได้ริน... พี่ขอโทษ ที่ต้องใช้ความเงียบเป็นเครื่องมือในการปกป้องเธอมาโดยตลอด”
อคินขยับตัวเข้าไปที่คอมพิวเตอร์ เริ่มลงมือรันโปรแกรมถอดรหัสไฟล์ที่ได้มา “เราต้องรีบแล้ว ริน เธอจำสิ่งที่ธีร์เคยพูดในงานเลี้ยงการกุศลครั้งก่อนได้ไหม? เขาบอกว่า 'ของขวัญที่อันตรายที่สุด คือความจริงที่ถูกเก็บไว้ในที่มืด' ตอนนี้เรากำลังเปิดกล่องของขวัญใบนั้นอยู่”
รินรดาพยักหน้า เธอเริ่มตรวจสอบเอกสารในแฟลชไดรฟ์ รายชื่อบริษัทที่ดูเหมือนจะโปร่งใส กลับมีเส้นทางการเงินที่หมุนวนเป็นใยแมงมุมเข้าสู่บัญชีลับของธีร์อย่างชัดเจน ยิ่งอ่าน หัวใจของเธอยิ่งเต้นแรงด้วยความโกรธแค้นและเจ็บปวด ธีร์ไม่ได้แค่ทำลายครอบครัวของเธอ แต่มันกำลังทำลายชีวิตคนอีกนับไม่ถ้วนเพื่อความรุ่งโรจน์ของตัวเอง
ขณะที่ทั้งสามคนกำลังจดจ่ออยู่กับการคัดลอกข้อมูล เสียงสัญญาณเตือนจากกล้องวงจรปิดขนาดจิ๋วที่อคินติดตั้งไว้รอบโกดังก็ดังขึ้น... สัญญาณสีแดงกะพริบถี่รัวบนหน้าจอแท็บเล็ต
“มันมาเร็วกว่าที่คิด” อคินอุทาน ใบหน้าที่มีรอยยิ้มร่าเริงตามปกติหายไปสิ้น เหลือเพียงความเคร่งเครียด
รินรดามองไปที่หน้าจอ เห็นรถสีดำคันหรูสามคันจอดสนิทอยู่ที่หน้าประตูทางเข้าชายป่า ชายฉกรรจ์ในชุดสูทสีเข้มก้าวลงมาพร้อมอาวุธครบมือ และคนที่ก้าวลงมาจากรถคันกลาง คือชายที่เธอจำได้ดีที่สุด... ธีร์
“ปิดเครื่อง!” อคินตะโกน “ถ้ามันเห็นสัญญาณเน็ตเวิร์กที่นี่ เราตายกันหมดแน่!”
รินรดารีบดึงแฟลชไดรฟ์ออกมา แต่จังหวะนั้นเอง ประตูเหล็กบานใหญ่ของโกดังก็ถูกพังเข้ามาด้วยแรงปะทะมหาศาล เสียงโลหะกระทบกันดังสนั่นจนหูอื้อ ธีร์ก้าวเข้ามาในแสงไฟสลัว ใบหน้าของเขาเรียบเฉย ทว่าดวงตากลับฉายแววโหดเหี้ยมที่รินรดาไม่เคยเห็นมาก่อน
“ที่รัก...” ธีร์เอ่ยทักด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลอย่างน่าขนลุก “ฉันบอกแล้วใช่ไหมว่าอย่ามาเล่นซนในที่ที่คนเขาไม่อยากให้เธอเห็นน่ะ”
เขากวาดสายตามองไปที่พี่ชายของรินรดา ก่อนจะหัวเราะหึในลำคอ “น่าประทับใจจริงๆ... ตายไปแล้วทั้งที แต่ยังอุตส่าห์ฟื้นขึ้นมาเพื่อพาตัวเองมาสู่ความตายอีกรอบได้เนี่ย”
รินรดากำแฟลชไดรฟ์ในมือแน่น เธอรู้ดีว่านี่คือจุดแตกหัก เธอหันไปสบตาอคินและพี่ชาย การตัดสินใจครั้งสำคัญเกิดขึ้นในเสี้ยววินาที เธอคว้าปืนพกที่อคินซ่อนไว้ใต้โต๊ะขึ้นมา แล้วเล็งไปที่หัวใจของคนที่เธอเคยรักสุดหัวใจ
“ถ้าวันนี้ต้องมีใครตาย...” รินรดาเอ่ยเสียงเรียบ นัยน์ตาแกร่งกร้าว “คนคนนั้นต้องไม่ใช่ครอบครัวของฉัน แต่เป็นนาย ธีร์!”
ทว่าก่อนที่เธอจะเหนี่ยวไก เสียงกระสุนปืนนัดหนึ่งก็ดังขึ้นจากมุมมืดด้านหลังธีร์ ร่างของธีร์เซไปข้างหน้าเล็กน้อย แต่เขากลับยิ้มกว้างออกมาอย่างผู้ชนะ ขณะที่รินรดาเบิกตากว้างเมื่อเห็นว่าใครเป็นคนเหนี่ยวไก... บุคคลที่เธอคิดว่าเป็นมิตรที่สุดกลับหันกระบอกปืนมาทางเธอและพี่ชายแทน
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและคอยเป็นกำลังใจให้ดาวตกคืนคริสต์มาสเสมอมานะคะ
เงาไม้ใต้แสงดาว: บันทึกความทรงจำที่ไม่เคยจาง•ตอนที่ 36
การเตรียมตัวสู่พายุ
ผลงานโดย ดาวตกคืนคริสต์มาส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาวตกคืนคริสต์มาส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาไม้ใต้แสงดาว: บันทึกความทรงจำที่ไม่เคยจาง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!