เงาไม้ใต้แสงดาว: บันทึกความทรงจำที่ไม่เคยจาง•ตอนที่ 35

คนทรยศใกล้ตัว

ผลงานโดย ดาวตกคืนคริสต์มาส
"คุณกำลังจะบอกฉันว่า... ทุกอย่างที่ผ่านมาเป็นเพียงละครฉากหนึ่งที่แสดงให้ฉันดูงั้นหรือคะ?" น้ำเสียงของรินรดาราบเรียบ ทว่าสั่นสะท้านอยู่ภายใน เธอยืนนิ่งอยู่กลางห้องทำงานส่วนตัวของอคิน แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะขับเน้นให้ใบหน้าที่เคยเรียบเฉยนั้นดูซีดเซียวราวกับรูปปั้นหินที่กำลังร้าวราน ดวงตาคู่คมของเธอจ้องเขม็งไปที่ชายหนุ่มที่เธอมอบความไว้วางใจให้มากที่สุดในชีวิต อคินไม่ได้หลบสายตา เขายืนพิงขอบโต๊ะทำงาน มือข้างหนึ่งกุมโทรศัพท์มือถือไว้แน่น ข้อความแชทที่ค้างอยู่บนหน้าจอ—ข้อความจาก 'ธีร์'—ยังคงสว่างวาบราวกับรอยแผลที่ถูกกรีดซ้ำ "มันไม่ใช่แค่ละครหรอกริน..." อคินแค่นยิ้ม มุมปากที่เคยยกยิ้มอย่างร่าเริงบัดนี้กลับบิดเบี้ยวด้วยความขมขื่น "มันคือการเอาคืนที่ผมรอคอยมาตลอดทั้งชีวิต คุณมองไม่เห็นมันหรอก เพราะคุณมัวแต่จมอยู่กับความทุกข์ของตัวเอง จนมองข้ามว่ามีคนอีกคนที่พังทลายลงพร้อมกับครอบครัวของคุณเมื่อสิบปีก่อน" รินรดาก้าวถอยหลังหนึ่งก้าว ราวกับถูกตบหน้าฉาดใหญ่ ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องจนได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นรัวของตัวเอง เธอพยายามเค้นเสียงถาม "คุณพูดเรื่องอะไร... อคิน? คุณเกี่ยวข้องอะไรกับเรื่องของธีร์" "ธีร์ไม่ได้มีแค่ความแค้นส่วนตัว แต่เขามีสิ่งที่ผมต้องการ" อคินเดินเข้ามาใกล้ ร่างสูงใหญ่กดดันจนรินรดารู้สึกเหมือนอากาศรอบตัวเบาบางลง "เราตกลงกันว่าหลังจากจบเรื่องนี้ คุณจะสูญเสียทุกอย่าง... เหมือนกับที่ครอบครัวของผมสูญเสียทุกอย่างให้ครอบครัวคุณเมื่อตอนนั้น" รินรดากำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ เธอไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าอคินมีเบื้องหลังที่เชื่อมโยงกับครอบครัวเธอ ความทรงจำที่เธอพยายามลบเลือนกลับแจ่มชัดขึ้นมาอีกครั้ง—เสียงกรีดร้อง ความโกลาหล และเปลวเพลิงในคืนวันคริสต์มาสปีนั้น ที่แท้... คนที่เธอคิดว่าเป็นแสงสว่างเพียงหนึ่งเดียวกลับเป็นเงาที่มืดดำที่สุด "คุณหลอกฉันมาตลอด..." เสียงของรินรดาสั่นพร่า "ความห่วงใย การปกป้อง ช่วงเวลาที่เราผ่านมันมาด้วยกัน... ทั้งหมดนั่นมันคืออะไร?" "มันคือของจริง" อคินตอบเสียงแผ่วแววตาไหววูบเพียงชั่วครู่ก่อนจะกลับมาแข็งกร้าว "แต่มันก็คือสิ่งที่ทำให้ผมเกลียดตัวเองมากที่สุดด้วย ริน... คุณไม่ควรเป็นคนดีขนาดนี้ เพราะถ้าคุณเลวร้ายเหมือนคนอื่น ผมคงไม่ต้องเจ็บปวดขนาดนี้ตอนที่ต้องทำลายคุณ" รินรดาไม่ตอบ เธอหันหลังขวับ หมายจะเดินออกจากห้อง แต่ทว่าประตูบานเดิมกลับถูกผลักเข้ามาเสียก่อน ร่างของชายหนุ่มในชุดสูทสีเข้มยืนตระหง่านอยู่ตรงกรอบประตู ธีร์ยิ้มกว้าง รอยยิ้มที่ทำให้รินรดารู้สึกเหมือนถูกแช่แข็ง เขาก้าวเข้ามาภายในห้องอย่างถือดี สายตาที่มองเธอเต็มไปด้วยความสมเพชและหยิ่งผยอง "ตกใจหรือเปล่ารินรดา?" ธีร์เอ่ยน้ำเสียงเย้ยหยันพลางเหลือบมองอคินที่ยืนนิ่งอยู่ข้างโต๊ะ "ขอบใจมากนะอคิน ที่ทำหน้าที่ได้ดีเยี่ยมสมกับเป็นหนอนบ่อนไส้ที่ผมคัดเลือกมากับมือ... เห็นไหมว่าสุดท้ายแล้ว คนที่เธอรักที่สุดก็คือคนที่ทรยศเธออย่างเลือดเย็นที่สุด" รินรดามองสลับระหว่างชายหนุ่มสองคนตรงหน้า คนหนึ่งคือคนที่เธอเคยรักจนหมดใจ อีกคนคือคนที่เธอเพิ่งมอบหัวใจให้หลังจากผ่านความเจ็บปวดมาได้ไม่นาน ความจริงที่ว่าเธอกำลังถูกห้อมล้อมด้วยศัตรูที่รู้จักเธอดีที่สุดทำเอาหัวใจแทบหยุดเต้น "พวกคุณทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร..." รินรดาถามเสียงเย็น "ความแค้นมันมีค่ามากกว่าศักดิ์ศรีของพวกคุณนักหรือคะ?" ธีร์หัวเราะหึในลำคอ เขาเดินไปหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลบนโต๊ะของอคินขึ้นมาแล้วสะบัดมันต่อหน้าเธอ "ศักดิ์ศรีน่ะมันกินไม่ได้หรอกรินรดา แต่ข้อมูลในนี้... มันทำให้บริษัทของพ่อเธอพินาศได้ภายในคืนเดียว และที่สำคัญกว่านั้น" เขากดปุ่มเปิดคลิปวิดีโอจากแท็บเล็ตที่หยิบขึ้นมาจากกระเป๋าเสื้อ ภาพบนหน้าจอคือเหตุการณ์ในห้องทำงานของรินรดาเมื่อเช้านี้—ภาพที่เธอกำลังลงนามในเอกสารสำคัญที่เธอกำลังจะถูกใส่ร้ายว่ายักยอกเงินบริษัท "อคินสลับเอกสารให้เธอแล้ว" ธีร์ยิ้มกว้างราวกับผู้ชนะ "ตอนนี้หลักฐานทั้งหมดมัดตัวเธอแน่นหนา รินรดา... คืนนี้ตำรวจจะมาหาเธอที่นี่" รินรดาเบิกตากว้าง เธอหันไปมองอคินที่ยืนก้มหน้าหลบสายตา "คุณทำขนาดนี้เลยเหรออคิน..." อคินเม้มปากแน่นก่อนจะเงยหน้าขึ้นมา สายตาที่เขามองเธอมีทั้งความสำนึกผิดและความดื้อรั้น "ผมบอกคุณแล้วไงริน ว่าผมไม่ได้มาที่นี่เพื่อเป็นพระเอกของเรื่อง" ขณะที่บรรยากาศกำลังบีบคั้นถึงขีดสุด ทันใดนั้นเสียงสัญญาณเตือนภัยของอาคารก็ดังขึ้นกึกก้อง แสงไฟในห้องดับพรึบลงเหลือเพียงแสงสีแดงวูบวาบจากระบบฉุกเฉิน ความมืดมิดเข้าครอบคลุม แต่ในเสี้ยววินาทีนั้น รินรดารู้สึกถึงมือปริศนาที่คว้าหมับเข้าที่ข้อมือเธอแล้วกระชากอย่างแรง "ถ้าอยากรอด ก็วิ่งไปกับฉัน" เสียงกระซิบที่คุ้นหูอย่างประหลาดดังขึ้นข้างหูของเธอในความมืด พร้อมกับแรงดึงที่ลากเธอออกไปยังเส้นทางลับที่อคินไม่เคยรู้ว่ามีอยู่จริง รินรดาหัวใจเต้นแทบทะลุออกมานอกอก เมื่อเธอพบว่าคนที่ช่วยเธอไว้ไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นคนเดียวที่เธอเคยคิดว่าตายไปแล้วในกองเพลิงเมื่อสิบปีก่อน—พี่ชายของเธอเอง! ขอบคุณที่ติดตามอ่านมาจนถึงตอนนี้นะคะ หวังว่าตอนต่อไปจะทำให้ทุกคนใจสั่นไม่แพ้กันค่ะ ดาวตกคืนคริสต์มาส
สารจากนักเขียน (ดาวตกคืนคริสต์มาส)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาไม้ใต้แสงดาว: บันทึกความทรงจำที่ไม่เคยจาง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%