“ปล่อยมือจากเขาเดี๋ยวนี้ ธีร์... อย่าให้เรื่องมันบานปลายไปกว่านี้เลย”
รินรดาเอ่ยขึ้น เสียงของเธอราบเรียบราวกับผิวน้ำที่ไร้แรงกระเพื่อม ทว่าในอกกลับสั่นไหวรุนแรงราวกับมีพายุโหมกระหน่ำ สายตาของเธอจดจ้องไปยังกระบอกปืนที่สั่นน้อยๆ อยู่ในมือของพีรดล ซึ่งถูกธีร์บังคับให้ถือไว้ราวกับหุ่นเชิด
ธีร์หัวเราะในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่แห้งแล้งและเย็นเยียบจนคนฟังรู้สึกหนาวสะท้านถึงไขสันหลัง เขาขยับตัวเข้ามาใกล้รินรดาจนได้กลิ่นน้ำหอมฉุนกึ๊กที่เขาชอบใช้ กลิ่นที่เคยสร้างความอบอุ่นในอดีต บัดนี้กลับกลายเป็นกลิ่นอายแห่งความตายที่เขากำลังหอบหิ้วมาด้วย
“บานปลายงั้นเหรอ?” ธีร์เลิกคิ้ว สายตาคู่นั้นกวาดมองไปรอบห้องทำงานส่วนตัวของรินรดาบนชั้นที่สูงที่สุดของตึกระฟ้า “ที่นี่คือที่ที่เธอสร้างเนื้อสร้างตัวขึ้นมาด้วยความทะเยอทะยาน... ลืมอดีตที่เน่าเฟะของพวกเราไปจนหมดสิ้น แล้วตอนนี้เธอกำลังจะเสียมันไปทั้งหมด ริน... เพื่อเป็นบทลงโทษสำหรับคนที่ลืมแม้กระทั่งความหมายของคำว่า ‘เรา’”
“ความหมายที่เธอยัดเยียดให้ฉันมันก็แค่กรงขัง” รินรดาก้าวเท้าเข้าหาเขาอย่างไม่เกรงกลัว แม้หัวใจจะกรีดร้องให้เธอถอยหนี “ถ้านี่คือสิ่งที่เธอต้องการจะพังทลาย ก็เอาเลย แต่จงจำไว้ว่าการพังบ้านหลังนี้ ไม่ได้ทำให้เธอมีที่ยืนในใจฉันมากขึ้นหรอก มีแต่จะทำให้เธอจมลงไปในกองซากปรักหักพังนั้นพร้อมกับฉัน”
“นั่นแหละคือสิ่งที่ฉันต้องการ” ธีร์กระซิบ ชิดใบหูของเธอ ลมหายใจของเขาอุ่นจัด แต่แววตาเขากลับว่างเปล่าจนน่าสะพรึงกลัว “ความตายมันเป็นเรื่องของคนสองคน แต่ความวิบัติ... มันเป็นเรื่องของทุกคนที่เกี่ยวข้อง”
เขาหันไปทางพีรดลที่ใบหน้าซีดเผือด “เอาสิ พีรดล... เหนี่ยวไกเลย ถ้าเธอไม่กล้า ฉันจะช่วย ‘ขยับ’ นิ้วให้เอง”
บรรยากาศภายในห้องกดดันจนแทบหยุดหายใจ เสียงนาฬิกาดิจิทัลบนผนังดูเหมือนจะเดินช้าลงเรื่อยๆ รินรดารู้ดีว่าหากเหตุการณ์นี้ดังออกไปถึงหูคนทั้งบริษัท ชีวิตการทำงานที่เธอเฝ้าเพียรสร้างมาตลอดหลายปีจะพังทลายลงในพริบตา แต่สิ่งที่เธอห่วงมากกว่าคือชีวิตของพีรดล ชายผู้ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ที่ถูกลากเข้ามาพัวพันกับปีศาจที่ชื่อว่าอดีต
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ก็ดังขึ้นจากหน้าประตูห้องทำงาน ก่อนที่บานประตูไม้โอ๊คจะถูกผลักเปิดออกอย่างแรง อคินยืนหอบหายใจอยู่ตรงนั้น ในมือของเขาถือสมาร์ทโฟนที่เปิดหน้าจอทิ้งไว้ แสงสีฟ้าจากหน้าจอกระทบเข้ากับใบหน้าที่เต็มไปด้วยความตื่นตระหนก
“ธีร์! หยุดบ้าได้แล้ว!” อคินตะโกน ก้าวเข้ามาในห้องโดยไม่สนใจว่าจะมีปืนจ่ออยู่ “ตำรวจอยู่ข้างล่างแล้ว... แกไม่มีทางหนีพ้นหรอก!”
ธีร์ชะงักไปเล็กน้อย แต่รอยยิ้มเย้ยหยันกลับปรากฏขึ้นที่มุมปาก “ตำรวจงั้นเหรอ? แกคิดว่ารินรดาสนใจเรื่องนั้นจริงๆ หรืออคิน? เธอแคร์แค่ ‘ภาพลักษณ์’ ของเธอในบริษัทนี้... และถ้าภาพลักษณ์นั้นมัวหมองด้วยคดีฆาตกรรมหรือการวิวาทรุนแรง เธอคิดว่าคนอย่างเธอจะยังมองหน้าใครติดไหม?”
เขาหันกลับมามองรินรดาอีกครั้ง “เลือกเอา... จะให้ฉันลั่นไกใส่พีรดลที่นี่ แล้วชื่อของเธอก็จะพ่วงไปกับข่าวอาชญากรรมหน้าหนึ่งในวันพรุ่งนี้ หรือจะยอมแลกทุกอย่างที่คุณมี เพื่อรักษาลมหายใจของ ‘คนสำคัญ’ ของคุณเอาไว้”
รินรดานิ่งงัน ความคิดในหัวตีกันวุ่นวาย เธอไม่ได้มองไปที่ปืน แต่เธอมองไปที่ ‘ความจริง’ ในแววตาของธีร์ เขาไม่ได้แค่ขู่ เขาพร้อมจะทำลายตัวเองไปพร้อมกับเธอจริงๆ
เธอสูดลมหายใจเข้าลึก ก้าวเท้าไปข้างหน้าอีกหนึ่งก้าว จนอกของเธอสัมผัสกับกระบอกปืนเย็นเฉียบนั้น “ถ้าความพินาศของฉันคือสิ่งที่เธอต้องการ... ก็เอาเลยธีร์”
เธอยกมือขึ้นแตะที่ลำกล้องปืนช้าๆ สายตาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่เริ่มสั่นระริกของเขา “แต่จำไว้ว่า หลังจากวินาทีนี้ไป... เธอจะไม่ได้เป็นแม้แต่ ‘เงา’ ในความทรงจำของฉันอีกเลย ต่อให้เธอจะพังชีวิตฉันไปกี่ครั้ง เธอก็จะกลายเป็นคนแปลกหน้าที่ไร้ตัวตนที่สุดในโลกนี้สำหรับฉัน”
ธีร์ชะงัก นิ้วชี้ของเขาที่พาดอยู่บนไกปืนเกร็งค้าง เขามองเธอด้วยสายตาที่เจ็บปวดรวดร้าว ความมั่นใจที่เขาสร้างมาตลอดเริ่มร้าวรานราวกับแก้วที่ถูกค้อนทุบ
“เธอพูดเองนะ...” ธีร์แค่นเสียง นิ้วของเขาขยับเล็กน้อย จนเกิดเสียง ‘คลิก’ เบาๆ ของระบบเซฟตี้ที่ถูกปลดออก
อคินถลันเข้ามาหมายจะคว้าตัวธีร์ไว้ แต่ในจังหวะนั้นเอง ไฟในตึกทั้งชั้นก็ดับวูบลงราวกับถูกตัดวงจรจนมืดสนิท เสียงแก้วแตกกระจายดังสนั่นมาจากทางโต๊ะทำงานของรินรดา ก่อนที่เสียงฝีเท้าหนักๆ จะวิ่งสวนทางไปทางระเบียงหลังห้อง ท่ามกลางความมืดมิดที่เข้าปกคลุม รินรดารู้สึกเพียงสัมผัสแผ่วเบาที่พวงแก้มและกลิ่นน้ำหอมของธีร์ที่จางหายไปพร้อมกับเสียงลมที่กรรโชกเข้ามาจากหน้าต่างที่เปิดอ้าออก
เมื่อไฟสว่างขึ้นอีกครั้ง อคินรีบวิ่งมาคว้าตัวรินรดาไว้ ทว่าภาพตรงหน้ากลับทำให้ทุกคนต้องหยุดชะงัก... พีรดลทรุดลงกับพื้น สติยังคงพร่าเลือน แต่ปืนในมือนั้นไม่ได้อยู่ในมือเขาแล้ว แต่มันถูกวางทิ้งไว้บนโต๊ะทำงานของรินรดา พร้อมกับซองจดหมายสีขาวสะอาดที่วางทับอยู่ด้านบน
รินรดาเดินเข้าไปหยิบจดหมายฉบับนั้นขึ้นมา มือของเธอสั่นเทาจนแทบประคองไม่อยู่ เมื่อเปิดอ่านข้อความข้างใน ดวงตาของเธอก็เบิกกว้างด้วยความตกใจ ขาที่เคยแข็งแกร่งพลันอ่อนแรงลงจนเกือบทรุด
มันไม่ใช่คำขู่ ไม่ใช่คำลา... แต่มันคือเอกสารโอนกรรมสิทธิ์หุ้นทั้งหมดของบริษัทในเครือที่ธีร์ถือครองอยู่ ซึ่งเขากำลังจะโอนมันให้ใครบางคน... คนที่ไม่ควรจะมีตัวตนอยู่แล้วในโลกใบนี้
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่านความสับสนและเปราะบางของตัวละครไปกับดาวตกคืนคริสต์มาสนะคะ
เงาไม้ใต้แสงดาว: บันทึกความทรงจำที่ไม่เคยจาง•ตอนที่ 38
นาทีชี้ชะตา
ผลงานโดย ดาวตกคืนคริสต์มาส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาวตกคืนคริสต์มาส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาไม้ใต้แสงดาว: บันทึกความทรงจำที่ไม่เคยจาง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!