มือของรินรดาสั่นเทาจนแทบจะควบคุมไม่ได้ ขณะที่เธอจ้องมองซองเอกสารสีน้ำตาลเก่าคร่ำที่วางอยู่บนโต๊ะไม้โอ๊กตัวเข้ม แสงไฟจากโคมไฟหัวเตียงสลัวรางสะท้อนภาพเงาของธีร์ที่ยืนตระหง่านอยู่ตรงหน้า เขาไม่ได้ดูเหมือนชายหนุ่มที่เธอเคยหลงรักในฤดูร้อนปีนั้นอีกต่อไป ทว่ากลับเป็นรูปเงาของความแค้นที่พยายามจะฉีกกระชากอดีตที่เธอฝังกลบไว้ออกมาประจานต่อหน้าคนทั้งโลก
"เปิดสิ" ธีร์ย้ำด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ หากทว่าแฝงไปด้วยคมมีดที่พร้อมจะกรีดลงบนแผลใจของเธอ "หรือว่าเธอต้องการให้ผมตะโกนบอกอคินตรงนี้เลยว่า... 'อุบัติเหตุ' ที่พรากพ่อแม่เธอไปน่ะ จริงๆ แล้วมันมีเงื่อนงำอะไรซ่อนอยู่"
รินรดาสูดลมหายใจลึก กลิ่นอายของกระดาษเก่าและฝุ่นละอองในห้องทำงานของคฤหาสน์หลังนี้ช่างอบอวลไปด้วยความอึดอัด เธอเงยหน้าขึ้นมองคนตรงหน้า สายตาที่เคยเรียบเฉยบัดนี้สั่นไหวราวกับผิวน้ำที่ถูกโยนก้อนหินลงไป
"คุณต้องการอะไรกันแน่ ธีร์?" เธอถาม เสียงของเธอเบาหวิวราวกับจะขาดใจ "เราต่างคนต่างไปแล้วไม่ใช่เหรอ"
ธีร์หัวเราะในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความรื่นเริง "ต่างคนต่างไป? เธอคิดว่าคนอย่างฉันจะปล่อยให้เธอเริ่มต้นชีวิตใหม่กับผู้ชายที่สดใสเกินไปคนนั้นได้งั้นเหรอ ริน... ความสุขของเธอมันเป็นสิ่งที่ฉันไม่เคยได้รับตั้งแต่วันที่ครอบครัวเธอทำลายธุรกิจพ่อฉัน"
รินรดาแค่นยิ้ม มือที่สั่นเทาค่อยๆ เอื้อมไปหยิบซองเอกสารนั้น เธอไม่ได้เปิดมันทันที แต่สัมผัสได้ถึงน้ำหนักของ 'ความจริง' ที่อยู่ข้างใน ความจริงที่เธอพยายามหนีมาตลอดสิบปี
"ถ้าฉันเปิดมัน... คุณจะไปจากชีวิตฉันใช่ไหม?"
ธีร์นิ่งเงียบ ดวงตาของเขาคมกริบราวกับเหยี่ยว "เปิดก่อน แล้วเราค่อยมาตกลงกัน"
รินรดาค่อยๆ ดึงเอกสารภายในออกมา มันไม่ใช่บันทึกประจำวัน แต่เป็นสำเนาบันทึกการสอบสวนลับที่ถูกระบุว่าเป็น 'เอกสารที่ไม่อาจเปิดเผย' บรรทัดแรกที่เธออ่านทำให้หัวใจของเธอแทบหยุดเต้น รายชื่อผู้ที่เกี่ยวข้องในคืนนั้น... ไม่ใช่เพียงแค่อุบัติเหตุรถพุ่งชนราวสะพานอย่างที่ตำรวจเคยสรุป แต่มีบันทึกการเบิกจ่ายเงินก้อนโตเข้าบัญชีของใครบางคนที่เกี่ยวข้องกับการปลอมแปลงหลักฐานทางเทคนิคของตัวรถ
"นี่มัน... หมายความว่ายังไง" เสียงของเธอขาดห้วง
"หมายความว่าพ่อเธอไม่ได้ประมาท" ธีร์ก้าวเข้ามาใกล้จนลมหายใจของเขารดอยู่ที่ขมับของเธอ "แต่พ่อเธอ 'ถูกจัดการ' และคนที่ทำน่ะ... คือคนที่เธอเชื่อใจที่สุดคนหนึ่งในครอบครัวเลยล่ะ"
รินรดาหน้าซีดเผือด เธอไล่สายตาลงไปจนถึงหน้าสุดท้าย รายชื่อบุคคลที่เซ็นรับรองเอกสารเบิกจ่ายนั้นคือชื่อที่เธอคุ้นเคยดีที่สุด... ชื่อของน้าชายที่เลี้ยงดูเธอมาหลังจากการตายของพ่อแม่
ขณะที่ความโกลาหลกำลังปั่นป่วนอยู่ในหัวสมอง เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นจากหน้าประตูห้องทำงาน เสียงนั้นไม่ใช่เสียงของคนเฝ้าบ้าน แต่มันคือเสียงก้าวเดินที่คุ้นเคย
"ริน! ผมกลับมาเร็วกว่าที่คิด... ทำไมห้องถึงมืดแบบนี้?"
อคินผลักประตูเข้ามาพร้อมรอยยิ้มที่สว่างไสว แต่เมื่อสายตาของเขาปะทะกับรินรดาที่กำลังถือเอกสารสำคัญในมือ และธีร์ที่ยืนซ้อนหลังเธออยู่ รอยยิ้มนั้นก็จางหายไปในทันที บรรยากาศในห้องเย็นเยียบลงจนแทบจะกลายเป็นน้ำแข็ง
"ธีร์... แกมาทำอะไรที่นี่?" อคินถาม เสียงของเขาทุ้มต่ำและเต็มไปด้วยความกดดัน เขาไม่ได้เข้ามาด้วยท่าทีร่าเริงอย่างเคย แต่กลับเคลื่อนที่เข้ามาขวางระหว่างรินรดากับธีร์ในจังหวะเดียว
ธีร์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยก่อนจะยักไหล่ "ผมแค่เอาของมาคืนให้รินน่ะ ของที่มันควรจะอยู่กับเจ้าของมาตั้งนานแล้ว"
รินรดาพยายามจะซ่อนเอกสารไว้ข้างหลัง แต่ทว่าสายตาที่เฉียบคมของอคินกลับจับจ้องไปยังเศษกระดาษที่หลุดออกมาจากซอง มันคือภาพถ่ายขาวดำที่ถ่ายในคืนที่เกิดอุบัติเหตุ ภาพของรถที่พังยับเยิน... และภาพของชายคนหนึ่งที่ยืนมองดูซากรถจากมุมมืด
อคินชะงักไป เขามองภาพนั้นสลับกับใบหน้าที่ซีดเผือดของรินรดา "ริน... นั่นมันภาพอะไร? ทำไมมันถึงอยู่ในมือของไอ้หมอนี่?"
รินรดานิ่งงัน น้ำตาแห่งความอัดอั้นทะลักออกมา เธอไม่รู้จะอธิบายอย่างไรในเมื่อความจริงที่เธอพยายามปกปิดอคินไว้ กำลังถูกเปิดโปงโดยคนที่เธอเกลียดชังที่สุด
"อคิน... ฉัน..."
"ไม่ต้องพูดริน" อคินขัดขึ้น แววตาของเขาเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง "ถ้าคุณไม่ยอมบอกความจริงกับผม ผมคงต้องเป็นคนอ่านมันเอง"
เขาก้าวเข้าไปคว้าเอกสารในมือเธอทันที ทว่าในจังหวะที่มือของเขาสัมผัสกับกระดาษ เสียงโทรศัพท์มือถือของรินรดาก็ดังขึ้นทำลายความเงียบที่น่าอึดอัดนั้น เป็นเบอร์แปลกที่ไม่เคยเห็นมาก่อน แต่เมื่อเธอรับสาย เสียงที่ตอบกลับมาทำให้เธอทรุดลงไปกองกับพื้นในทันที
"รินรดา... ถ้าไม่อยากให้ภาพเหล่านั้นกลายเป็นข่าวหน้าหนึ่งในวันพรุ่งนี้ ก็อย่าเพิ่งรีบเชื่อสิ่งที่มันบอกเธอ... เพราะฉันยังมีอีกส่วนที่สำคัญกว่าซ่อนไว้อยู่... คนที่ฆ่าพ่อแม่เธอ ไม่ใช่น้าของเธอ แต่เป็น 'คนใน' ที่ยืนอยู่ข้างๆ เธอตอนนี้ต่างหาก"
อคินชะงักค้าง มือที่ถือเอกสารสั่นระริกขณะที่สายตาของเขามองไปที่รินรดา แต่ในแววตานั้นกลับสะท้อนถึงความหวาดระแวงที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความเจ็บปวดและปริศนาครั้งนี้ไปพร้อมกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
เงาไม้ใต้แสงดาว: บันทึกความทรงจำที่ไม่เคยจาง•ตอนที่ 27
ความจริงที่ถูกปิดตาย
ผลงานโดย ดาวตกคืนคริสต์มาส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาวตกคืนคริสต์มาส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาไม้ใต้แสงดาว: บันทึกความทรงจำที่ไม่เคยจาง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!