"คุณคิดจริงๆ หรือคะว่าการเผาเอกสารพวกนั้น จะลบความจริงในอดีตได้"
เสียงของรินรดาดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องทำงานที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของกระดาษเก่าและฝุ่นละอองที่ลอยวนในแสงสลัวจากภายนอก เธอยืนนิ่งอยู่หน้าตู้กระจกบานใหญ่ สะท้อนเงาร่างโปร่งบางที่สวมชุดสูทสีเทาเข้ม แววตาคู่คมกริบทอดมองแผ่นหลังของชายหนุ่มที่ยืนอยู่เบื้องหน้าด้วยความรู้สึกที่ยากจะคาดเดา
ธีร์สะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะค่อยๆ หันกลับมา รอยยิ้มเยдяเยาะปรากฏขึ้นที่มุมปากของเขา ดวงตาคมกริบที่เคยมีความอ่อนโยนซ่อนอยู่ บัดนี้กลับว่างเปล่าและเต็มไปด้วยเปลวไฟแห่งความริษยาที่แผดเผามาเนิ่นนาน
"ความจริงอะไรหรือครับ... ริน คุณต่างหากที่หลอกตัวเองมาตลอด" ธีร์จงใจเน้นเสียงต่ำ เขาก้าวเท้าเข้ามาใกล้ทีละนิด "คุณคิดว่าความสำเร็จที่คุณภาคภูมิใจ มูลนิธิที่คุณทุ่มเทแรงกายแรงใจ หรือแม้กระทั่งความทรงจำเกี่ยวกับครอบครัวของคุณ มันสะอาดบริสุทธิ์จริงๆ งั้นเหรอ"
รินรดากำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความเจ็บแปลบแล่นริ้วขึ้นมา แต่เธอกลับใช้ความเจ็บนั้นเป็นเครื่องเตือนสติไม่ให้แสดงความอ่อนแอออกมาต่อหน้าผู้ชายคนนี้ ธีร์ในยามนี้ไม่ใช่คนรักเก่าที่เธอเคยรู้จักและไว้ใจอีกต่อไปแล้ว เขาคือเงาปีศาจที่ถูกสร้างขึ้นจากปมด้อยและความมืดมนในจิตใจของเขาเอง
"คุณกำลังหมายถึงอะไร" น้ำเสียงของเธอราบเรียบราวกับผิวน้ำในยามไร้ลม แต่มันกลับเต็มไปด้วยแรงกดดันที่ทำให้อากาศรอบตัวหนาทึบขึ้น
"หมายถึงแผนการทั้งหมดที่ผมกำลังจะทำให้มันพังทลายลงยังไงล่ะคะ" ธีร์หัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่เย็นเยียบจนน่าขนลุก "เอกสารที่คุณเห็นในมือผมเมื่อครู่ ไม่ใช่แค่สัญญาซื้อขายที่ดินของมูลนิธิ... แต่มันคือหลักฐานชิ้นสุดท้ายที่จะกระชากหน้ากากผู้มีพระคุณที่คุณเคารพรักนักหนา ให้กลายเป็นฆาตกรตัวจริง"
คำพูดนั้นราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางใจ รินรดาชะงักไปชั่วขณะ ดวงเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจ แม้เธอจะพยายามควบคุมสีหน้าให้เรียบเฉยเพียงใด แต่รอยร้าวบนกำแพงความรู้สึกก็ปรากฏให้เห็นผ่านประกายตาไหววับ
"คุณโกหก..." เธอเค้นเสียงลอดไรฟัน
"ผมไม่เคยโกหกเรื่องที่คุณควรจะรู้มาตั้งนานแล้ว" ธีร์ก้าวเข้ามาประชิดตัว กลิ่นน้ำหอมราคาแพงระคนกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยเข้ามารบกวนประสาทสัมผัส "คุณคิดว่าอคินช่างภาพหนุ่มคนนั้นเข้ามาในชีวิตคุณด้วยความบังเอิญงั้นเหรอ? ตื่นเถอะริน เขาก็แค่หมากตัวหนึ่งในเกมที่ผมเดินไว้ เพื่อคอยดึงคุณให้ออกห่างจากความจริง... และสุดท้าย เขาก็จะต้องสูญเสียทุกอย่างไปพร้อมกับคุณด้วย"
ภาพของอคิน รอยยิ้มที่อบอุ่น และแววตาที่มักจะมองเธอด้วยความห่วงใยผุดขึ้นมาในหัว รินรดารู้สึกเหมือนหัวใจถูกบีบอัดจนแทบหายใจไม่ออก เธอยอมรับว่าอคินคือคนเดียวที่สามารถทลายกำแพงในใจเธอได้ แต่ถ้าหากการมีอยู่ของเขาคือภัยอันตรายที่ถูกชักนำเข้ามาโดยธีร์... เธอจะไม่มีวันให้อภัยตัวเองเด็ดขาด
"อย่าดึงเขาเข้ามาเกี่ยวข้อง!" รินรดาตวาดเสียงกร้าว ดวงตาเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกปลุกเร้าจนถึงขีดสุด
"สายไปแล้วล่ะครับ" ธีร์ยิ้มเยาะ ยกซองเอกสารในมือขึ้นสูง "ตอนนี้ ทีมกฎหมายของผมกำลังยื่นเรื่องอายัดบัญชีทั้งหมดของมูลนิธิ และอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า ข้อมูลทั้งหมดจะถูกส่งต่อไปยังสำนักข่าวทุกแห่ง ภาพลักษณ์ที่คุณสร้างมาตลอดหลายปีจะพังทลายลงในพริบตา... และคุณจะเหลือตัวคนเดียว เหมือนในวันที่ครอบครัวของคุณจากไป"
ประโยคสุดท้ายกรีดแทลงลึกเข้าไปในบาดแผลเก่าที่ยังไม่เคยสมานสนิท รินรดารู้สึกชาไปทั้งร่าง ภาพเหตุการณ์ในอดีต ภาพคราบน้ำตา และความรู้สึกโดดเดี่ยวซัดสาดเข้ามาในโสตประสาท แต่วินาทีนั้นเอง สัญชาตญาณการเอาตัวรอดก็พุ่งพล่านขึ้นมาแทนที่ความอ่อนแอ
เธอไม่ได้ร้องไห้ เธอกลับสูดหายใจเข้าลึก ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่น ก่อนจะยกย่องมุมปากขึ้นบ้าง รอยยิ้มที่ทำให้ธีร์ชะงักกึกด้วยความแปลกใจ
"คุณคิดว่าฉันจะยอมให้คุณทำลายทุกอย่างที่พ่อแม่ฉันสร้างมาง่ายๆ อย่างนั้นหรือคะ ธีร์" รินรดากระซิบเสียงเบา แต่ทว่าก้องกังวานในความเงียบ
เธอก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว มือเรียวยาวเอื้อมไปกดปุ่มสวิทซ์ลับที่ซ่อนอยู่หลังกรอบรูปบนผนัง ทันใดนั้น เสียงบันทึกสนทนาระหว่างเธอกับธีร์เมื่อครู่ก็ดังสะท้อนก้องไปทั่วห้อง ผ่านลำโพงขนาดเล็กที่เชื่อมต่อกับระบบถ่ายGทอดสดไปยังสำนักงานทนายความส่วนตัวและกรมสอบสวนคดีพิเศษทันที
สีหน้าของธีร์เปลี่ยนจากความเย่อหยิ่งกลายเป็นความตื่นตระหนกในเสี้ยววินาที สีหน้าของเขาซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อตระหนักว่าตนเองเพิ่งตกหลุมพรางที่เธอขุดรอไว้
"คุณ... คุณอัดเสียงไว้!" ธีร์โพล่งออกมาอย่างลืมตัว พยายามพุ่งเข้าหาเพื่อแย่งชิงอุปกรณ์บันทึกเสียง แต่รินรดากลับก้าวหลบได้อย่างคล่องแคล่ว แววตาของเธอเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวและเฉียบขาด
"เกมของคุณจบลงแค่นี้แหละค่ะ ธีร์" รินรดากล่าวเสียงเรียบ ขณะที่เสียงเคาะประตูด้านนอกดังขึ้นรัวๆ พร้อมกับเสียงฝีเท้าหลายคู่ที่กำลังมุ่งตรงมายังห้องนี้
ทว่า ก่อนที่ประตูห้องจะถูกเปิดออกโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มารอรับคำสั่ง เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของรินรดาก็แผדเสียงดังขึ้น หน้าจอแสดงชื่อผู้โทรเข้าคือ "อคิน" แต่วินาทีที่เธอกดรับสาย กลับไม่ใช่เสียงของชายหนุ่มที่เธอคุ้นเคย... แต่เป็นเสียงปลายสายที่คุ้นเคยยิ่งกว่ากระซิบลอดเข้ามาด้วยความสั่นเครือ
*"ริน... รีบหนีไป... อคินเขา..."*
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความเจ็บปวดและปริศนาครั้งนี้ไปพร้อมกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
เงาไม้ใต้แสงดาว: บันทึกความทรงจำที่ไม่เคยจาง•ตอนที่ 28
แผนการร้าย
ผลงานโดย ดาวตกคืนคริสต์มาส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาวตกคืนคริสต์มาส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาไม้ใต้แสงดาว: บันทึกความทรงจำที่ไม่เคยจาง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!