เงาไม้ใต้แสงดาว: บันทึกความทรงจำที่ไม่เคยจาง•ตอนที่ 29

การเดินทางที่ไม่คาดคิด

ผลงานโดย ดาวตกคืนคริสต์มาส
"คุณจะถอยกลับตอนนี้ก็ได้นะริน... แต่ถ้าก้าวขาออกไปแล้ว เราจะไม่มีทางรู้เลยว่าสิ่งที่รออยู่ที่ปลายทางนั้น คือคำตอบหรือคำสาปกันแน่" เสียงของอคินไม่ได้มีความร่าเริงอย่างที่เคยเป็น มือของเขาที่จับพวงมาลัยรถแน่นจนเห็นเส้นเลือดปูดโปนบ่งบอกถึงความกดดันที่เขากำลังแบกรับ รินรดานั่งนิ่งอยู่ข้างๆ ดวงตาคู่สวยจ้องมองทัศนียภาพที่เปลี่ยนจากตึกสูงระฟ้ากลายเป็นทิวทัศน์สีเขียวขุ่นของป่าเขาที่ค่อยๆ โอบล้อมเข้ามาเหมือนสัตว์ร้ายที่กำลังอ้าปากกว้าง รินรดาไม่ตอบ เธอเพียงแค่ยกมือขึ้นแตะสร้อยคอรูปจี้ทรงหยดน้ำที่ตกทอดมาจากมารดา ปลายนิ้วสัมผัสความเย็นเยียบของโลหะที่เตือนสติว่า บาดแผลในอดีตไม่ได้หายไปไหน มันแค่รอเวลาที่จะปริแตกออกมาพร้อมกับความจริงที่ธีร์พยายามกลบฝังไว้ "ฉันไม่มีที่ให้ถอยแล้วอคิน" เสียงของเธอแผ่วเบาแต่กังวานด้วยความเด็ดเดี่ยว "ถ้าวันนี้เราไม่ไปที่หมู่บ้านนั้น ทุกอย่างที่ฉันพยายามอดทนมาตลอดจะกลายเป็นความสูญเปล่า คุณก็รู้ว่าธีร์ไม่ได้ต้องการแค่ทำลายชีวิตฉัน แต่มันต้องการให้ฉันเห็นภาพตัวเองแตกสลายไปต่อหน้าเขา" รถคันเก่งแล่นผ่านทางโค้งหักศอก อคินเหลือบมองกระจกหลังเป็นครั้งที่สิบในรอบชั่วโมง เขาไม่ได้บอกรินรดาว่าเขารู้สึกเหมือนมีรถสีดำคันหนึ่งขับตามพวกเขามาตั้งแต่ตัวเมือง แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นสำคัญ ความกังวลใจจริงๆ ของเขาคือใบหน้าของรินรดาที่ดูไร้สีเลือดลงทุกที "ริน ฟังนะ..." อคินผ่อนคันเร่งลงเมื่อถึงทางแยกที่ดูอ้างว้าง "ไม่ว่าข้างหน้าจะเป็นภาพความทรงจำที่สวยงาม หรือความลับที่เน่าเฟะที่สุดในครอบครัวคุณ ผมจะอยู่ตรงนี้ ผมจะไม่ปล่อยให้ใครหน้าไหนมาดึงคุณกลับไปสู่จุดที่มืดมิดอีก" รินรดาหันมามองเขา ดวงตาที่เคยว่างเปล่ากลับไหวระริกชั่วครู่ "ทำไมคุณถึงยอมเสี่ยงขนาดนี้อคิน? ทั้งที่รู้ว่าธีร์เป็นคนแบบไหน... คนที่ขี้อิจฉาและพร้อมจะทำลายทุกอย่างที่เขาไม่สามารถครอบครองได้" "เพราะผมเห็นเงาของตัวเองในตัวคุณไงล่ะ" อคินตอบเสียงเรียบ แต่สายตาที่เขามองถนนนั้นดูสั่นไหว "เราต่างก็เป็นเศษซากของความทรงจำที่พยายามจะมีชีวิตอยู่ต่อ... แค่นั้นก็เพียงพอแล้วไม่ใช่หรือคะที่จะเป็นเหตุผลในการปกป้องใครสักคน" บรรยากาศในรถเงียบงันลงทันที มีเพียงเสียงเครื่องยนต์ที่ครางต่ำและการเคลื่อนไหวของต้นไม้ข้างทางที่กรีดกรายผ่านหน้าต่าง รถแล่นเข้าสู่เขตพื้นที่ห่างไกล บ้านเรือนเริ่มหายไป เหลือเพียงถนนลูกรังที่ขรุขระ กลิ่นดินหลังฝนตกอบอวลเข้ามาในห้องโดยสาร เป็นกลิ่นของความหลัง กลิ่นที่ทำให้รินรดาแทบหยุดหายใจ เมื่อมาถึงหน้ากระท่อมไม้เก่าแก่ที่ตั้งอยู่กลางไร่ร้างแห่งหนึ่ง อคินดับเครื่องยนต์ ความเงียบที่เข้าจู่โจมนั้นหนักอึ้งกว่าครั้งไหนๆ ทั้งคู่ก้าวลงจากรถ รินรดาสูดหายใจลึก ก้าวเท้าเดินนำไปยังระเบียงไม้ที่ผุพัง เธอจำที่นี่ได้ดี ที่นี่คือที่ที่ครอบครัวของเธอเคยมีความสุขที่สุด ก่อนที่ทุกอย่างจะพังทลายลงด้วยน้ำมือของคนที่เธอเคยเรียกว่า 'คนรัก' มือของเธอสั่นขณะแตะลูกบิดประตู ประตูไม้ฝืดเคืองส่งเสียงครวญครางก่อนจะเปิดออก เผยให้เห็นห้องโถงที่เต็มไปด้วยฝุ่นและร่องรอยของการรื้อค้น บนโต๊ะกลางห้องมีกล่องไม้ใบเก่าที่รินรดาจำได้แม่นว่าแม่ของเธอเคยซ่อนมันไว้ "นั่นไง..." อคินกระซิบ เขารีบก้าวเข้ามาข้างหลังเธอ พลางหยิบไฟฉายขึ้นส่องกล่องไม้นั้น รินรดาเอื้อมมือไปเปิดฝากล่องอย่างกล้าๆ กลัวๆ สิ่งที่อยู่ข้างในไม่ใช่ทองคำหรือสมบัติล้ำค่า แต่มันคือปึกจดหมายและบันทึกที่เขียนด้วยลายมือของธีร์... ไม่ใช่แค่จดหมายรัก แต่มันคือแผนการทั้งหมด แผนการที่ธีร์จงใจทำให้ครอบครัวของเธอตกเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีทุจริต เพื่อที่เขาจะได้รับมรดกและกลายเป็น 'ผู้ช่วยชีวิต' ที่จะกอบกู้ทุกอย่างในเวลาต่อมา ความโกรธแค้นแล่นริ้วขึ้นมาจนรินรดาตัวสั่นเทา เธอหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งขึ้นมาอ่าน ก่อนที่ดวงตาจะเบิกกว้างด้วยความตระหนก "อคิน... นี่มันไม่ใช่อดีต แต่มันคือแผนการที่เขากำลังทำกับคุณด้วย!" "หมายความว่ายังไง?" อคินถามด้วยน้ำเสียงสงสัย ก่อนที่รินรดาจะได้ตอบ ทันใดนั้นไฟฉายในมืออคินก็ดับวูบ เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก้าวขึ้นมาบนระเบียงไม้จนเกิดเสียงดังเอี๊ยดอ๊าด รินรดาหันขวับไปมองที่หน้าต่างบานที่แตกละเอียด เห็นเงาสูงโปร่งที่คุ้นตาหยุดนิ่งอยู่ตรงนั้น พร้อมกับเสียงหัวเราะทุ้มต่ำที่เย็นยะเยือกจนขนลุกซู่ "ขอบคุณที่อุตส่าห์ตามหาความจริงมาให้ถึงที่นี่นะครับรินรดา" เสียงของธีร์ดังขึ้นจากในความมืด พร้อมกับแสงไฟจากรถอีกคันที่สาดส่องเข้ามาในบ้านจนทั้งคู่ต้องยกมือขึ้นบังตา "พวกคุณไม่ได้เดินทางมาที่นี่เพื่อหาความจริงหรอกครับ... พวกคุณเดินทางมาที่นี่เพื่อ 'จบ' เรื่องราวทั้งหมดในที่ที่มันเริ่มต้นต่างหาก" รินรดาสัมผัสได้ถึงความเย็นของปากกระบอกปืนที่จ่อเข้าที่ต้นคอของเธอจากเงามืดด้านหลัง โดยที่อคินไม่สามารถทำอะไรได้เลย นอกจากยืนนิ่งเป็นเป้านิ่งในความมืดมิดนั้น ร่วมเดินทางค้นหาความจริงที่แสนโหดร้ายไปพร้อมกับรินรดาและอคินในตอนหน้า แล้วคุณจะพบว่าความรักกับความเกลียดชังห่างกันเพียงเส้นด้ายบางๆ เท่านั้นค่ะ ขอบพระคุณนักอ่านที่ร่วมเป็นเงาใต้แสงดาวและติดตามความเข้มข้นมาจนถึงตอนนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (ดาวตกคืนคริสต์มาส)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาไม้ใต้แสงดาว: บันทึกความทรงจำที่ไม่เคยจาง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%