"เลิกมองผมด้วยสายตาเหมือนกำลังวิเคราะห์ซากปรักหักพังเสียทีเถอะครับริน... บางทีความจริงที่เธอตามหา อาจจะไม่ได้สวยงามเหมือนภาพถ่ายในอัลบั้มเก่าๆ ของเธอก็ได้นะ"
อคินกระแทกแก้วกาแฟลงบนโต๊ะไม้เก่าๆ ในเพิงพักริมทาง เสียงของมันดังบาดหูท่ามกลางความเงียบงันของค่ำคืนในชนบท เขาไม่ได้โกรธ แต่แววตาที่มักจะดูขี้เล่นเสมอมาบัดนี้กลับวูบไหวราวกับเปลวเทียนที่ถูกลมพัดแรง รินรดาชะงักมือที่กำลังจัดวางแผนที่ เธอเงยหน้าขึ้นมองคนตรงข้าม ความนิ่งเฉยที่เธอใช้เป็นเกราะกำบังมาตลอดหลายปีเริ่มแตกร้าว
"แล้วถ้าฉันบอกว่า ฉันไม่เคยคาดหวังให้มันสวยงามล่ะ?" เธอโต้กลับ น้ำเสียงราบเรียบแต่ทว่าหนักแน่น "ฉันแค่ต้องการให้มันจบ... ไม่ว่าปลายทางของความโหดร้ายนั้นจะเป็นอะไร ฉันต้องเป็นคนเห็นมันด้วยตาตัวเอง ไม่ใช่ให้คนอื่นมาตัดสินแทน"
อคินแค่นยิ้ม เขาขยับตัวเข้ามาใกล้จนรินรดาได้กลิ่นไอจางๆ ของกลิ่นยาสูบผสมกับกลิ่นอายดินฝนที่ติดตัวเขามาตลอดการเดินทาง "ความรักกับความเกลียดชังมันห่างกันแค่เส้นด้ายเส้นเดียวจริงๆ อย่างที่เธอเคยบอกนั่นแหละริน... และตอนนี้ เธอกำลังก้าวเท้าลงไปบนเส้นด้ายนั้นโดยไม่รู้ตัวเลยว่า หากมันขาดขึ้นมา ใครกันแน่ที่จะเป็นคนตกลงไปในเหว"
รินรดาไม่ตอบ เธอเบือนหน้าหนีไปทางหน้าต่างที่มืดมิด เห็นเพียงเงาสะท้อนของตัวเองในกระจกเงาที่พร่ามัว เธอสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่แผ่ออกมาจากตัวชายหนุ่มข้างกาย เขาไม่ใช่แค่เพื่อนร่วมทางที่แสนดี แต่เขากลายเป็น 'พื้นที่ปลอดภัย' เพียงแห่งเดียวที่เธอมีในยามที่โลกทั้งใบกำลังจะพังทลาย
"ทำไมต้องเป็นเธอ..." รินรดาพึมพำ น้ำเสียงที่เคยแข็งกร้าวอ่อนแสงลง "ทำไมต้องเข้ามาขวางทางในสิ่งที่ฉันควรจะต้องเผชิญตามลำพัง"
อคินเอื้อมมือมาแตะเบาๆ ที่หลังมือของเธอ ผิวสัมผัสที่อุ่นจัดทำให้หัวใจของรินรดาสั่นไหวอย่างควบคุมไม่ได้ "เพราะผมมองเห็นตัวเองในเงาของเธอไงริน เงาที่ซ่อนความเจ็บปวดไว้ใต้รอยยิ้ม... เราสองคนต่างก็เป็นคนหลงทางที่พยายามหาบ้านในกองซากปรักหักพังของอดีต และผมก็จะไม่ยอมให้เธอถูกมันฝังกลบไปเด็ดขาด"
บรรยากาศในห้องแคบๆ นั้นกดดันจนแทบหายใจไม่ออก ทว่าในความตึงเครียดนั้นกลับมีความผูกพันบางอย่างก่อตัวขึ้น มันไม่ใช่ความรักที่หวือหวา แต่มันคือความเข้าใจที่ลึกซึ้งจนคนสองคนไม่ต้องใช้คำพูดอธิบาย รินรดาปล่อยให้มือของเขาจับไว้อย่างนั้น นี่เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่เธอรู้สึกว่า 'รอยร้าว' ในใจของเธอได้รับการโอบอุ้ม
ทว่าความเงียบที่แสนอบอุ่นกลับถูกทำลายลงด้วยเสียงฝีเท้าที่ดังแว่วมาจากข้างนอก มันไม่ใช่เสียงเดินที่ไร้ทิศทาง แต่มันคือจังหวะการเดินที่หนักแน่น มั่นคง และเปี่ยมไปด้วยเจตนาบางอย่าง
อคินชะงัก มือของเขาบีบมือรินรดาแน่นขึ้นโดยอัตโนมัติ สัญชาตญาณในฐานะช่างภาพที่ต้องคอยสังเกตความผิดปกติรอบตัวเตือนภัยเขาทันที เขาลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว สายตาคมกริบกวาดมองไปที่ประตูไม้เก่าๆ ที่กำลังสั่นไหวเบาๆ จากแรงลมข้างนอก
"ใคร?" รินรดาถามด้วยเสียงกระซิบ หัวใจของเธอเต้นรัวเหมือนกลอง
อคินไม่ตอบ เขาดึงรินรดาให้ลุกขึ้นแล้วขยับไปยืนบังเธอไว้ข้างหลัง มือข้างหนึ่งหยิบอุปกรณ์กล้องที่เขามักจะพกติดตัวเป็นอาวุธป้องกันตัวขึ้นมาเตรียมพร้อม ทันใดนั้น เงาร่างหนึ่งที่คุ้นตาภายใต้แสงจันทร์สลัวก็ปรากฏขึ้นที่หน้าต่าง รอยยิ้มที่บิดเบี้ยวและดวงตาที่เต็มไปด้วยความริษยาของคนคนนั้นทำเอาลมหายใจของรินรดาแทบหยุดชะงัก
"ธีร์..." เธอเผลอเรียกชื่อนั้นออกมาด้วยความตระหนก
ชายหนุ่มในเสื้อโค้ทสีเข้มยืนตระหง่านอยู่ตรงนั้น ในมือของเขามีซองเอกสารสีน้ำตาลที่ดูเก่าเก็บยับเยิน เขาไม่ได้มาเพื่อพูดคุย แต่เขามาเพื่อ 'ปิดฉาก' ทุกอย่าง
"การเดินทางที่แสนหวานจบลงแล้วสินะรินรดา" ธีร์เอ่ยขึ้น เสียงของเขาแหบพร่าและเย็นเยียบเหมือนน้ำแข็ง "ฉันอุตส่าห์ตามรอยพวกเธอมาไกลถึงที่นี่ ก็เพื่อจะบอกว่า สิ่งที่เธอพยายามควานหามาตลอดทางน่ะ... ฉันคือคนเดียวที่ถือกุญแจดอกสุดท้ายไว้ และมันกำลังจะถูกเผาทิ้งในคืนนี้พร้อมกับความลับที่เธอไม่มีวันอยากรู้"
เขาหยิบไฟแช็กขึ้นมาจุด เปลวไฟสีส้มสว่างวาบขึ้นท่ามกลางความมืดมิดของค่ำคืน แสงนั้นสะท้อนให้เห็นแววตาที่คลุ้มคลั่งของธีร์ และสิ่งที่อยู่ในมือของเขาไม่ใช่แค่เอกสาร แต่มันคือหลักฐานชิ้นสุดท้ายที่จะเปลี่ยนความจริงทั้งหมดที่รินรดาเชื่อมาตลอดชีวิตให้กลายเป็นเศษขยะ
รินรดาเบิกตากว้าง เธอพยายามจะก้าวออกไป แต่ธีร์กลับเขวี้ยงไฟแช็กนั้นลงบนกองกระดาษในมือ ก่อนจะปล่อยมันร่วงลงบนพื้นไม้ที่แห้งกรังของเพิงพัก!
เปลวไฟลุกโชนขึ้นทันทีราวกับถูกราดด้วยน้ำมัน ความร้อนระอุแผ่ซ่านเข้ามาห่อหุ้มตัวเธอและอคินที่ยังคงยืนตะลึงกับภาพตรงหน้า เสียงไม้ลั่นเปรี๊ยะจากการถูกไฟเผาผลาญดังสนั่นราวกับเสียงหัวเราะเยาะเย้ยของโชคชะตา ธีร์หันหลังเดินหายเข้าไปในเงามืด ทิ้งให้พวกเขาติดอยู่ในวงล้อมของเปลวเพลิงที่กำลังกัดกินทุกอย่าง
อคินคว้าแขนรินรดาไว้แน่นก่อนที่เพดานไม้จะถล่มลงมา "ริน! เราต้องไปเดี๋ยวนี้!"
แต่รินรดากลับทรุดตัวลงกับพื้น สายตาของเธอยังคงจดจ้องไปยังเอกสารที่กำลังมอดไหม้ในกองไฟ... ในเศษเสี้ยวของวินาทีนั้น เธอเห็นชื่อที่เขียนอยู่บนหน้ากระดาษที่ยังไม่ถูกไฟกินหมด ชื่อที่เธอไม่เคยคิดว่าจะปรากฏอยู่ในแฟ้มคดีนี้ ชื่อของ 'บุคคล' ที่เธอเชื่อมั่นและไว้ใจมากที่สุดในชีวิต
นั่นไม่ใช่ความจริงที่เธอตามหา... แต่มันคือความจริงที่เธอไม่อาจยอมรับได้เลยแม้แต่นิดเดียว
ขอบคุณทุกกำลังใจที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้ด้วยกันนะคะ หวังว่าทุกคนจะยังไม่ทิ้งกันไปไหนในบทต่อไปค่ะ
เงาไม้ใต้แสงดาว: บันทึกความทรงจำที่ไม่เคยจาง•ตอนที่ 30
สายลมแห่งการเปลี่ยนแปลง
ผลงานโดย ดาวตกคืนคริสต์มาส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาวตกคืนคริสต์มาส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาไม้ใต้แสงดาว: บันทึกความทรงจำที่ไม่เคยจาง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!