เงาไม้ใต้แสงดาว: บันทึกความทรงจำที่ไม่เคยจาง•ตอนที่ 17

การปะทะ

ผลงานโดย ดาวตกคืนคริสต์มาส
“ถ้าคุณคิดว่าการกลับมาของคนตายจะทำให้โลกของรินกลับมาเป็นปกติได้... ผมเกรงว่าคุณเข้าใจผิดถนัดครับ” เสียงของอคินไม่ได้ดัง แต่มันหนักแน่นและเฉียบคมเหมือนใบมีดที่เพิ่งผ่านการลับมาอย่างดี เขาไม่ได้ขยับตัวออกจากตำแหน่งที่ยืนบังหน้าประตูห้องทำงานของรินรดาเอาไว้ ดวงตาเรียวคมของช่างภาพหนุ่มจ้องมองชายอีกคนเบื้องหน้าด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก ธีร์ยกมุมปากขึ้นเพียงเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา ดวงตาคู่นั้นของเขาแห้งแล้งและเต็มไปด้วยร่องรอยของความโหยหาที่บิดเบี้ยว เขากระชับเสื้อโค้ทสีเข้ม กลิ่นอายของความเย็นเยียบที่ติดตามตัวเขามาดูเหมือนจะแผ่ซ่านเข้ามาในห้องโถงที่อบอุ่นแห่งนี้ “คนตายงั้นเหรอ?” ธีร์แค่นหัวเราะในลำคอ “คุณพูดเหมือนกับว่าคุณเป็นเจ้าของชีวิตเขาอย่างนั้นแหละอคิน คุณก็แค่คนแปลกหน้าที่รินรดาบังเอิญเจอในวันที่เธอกำลังแตกสลาย... อย่าพยายามสวมบทบาทวีรบุรุษให้มันมากไปเลย” “ผมไม่ใช่ฮีโร่” อคินก้าวออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าว บีบช่องว่างระหว่างเขากับธีร์ให้แคบลงจนสัมผัสได้ถึงแรงปะทะของกระแสความคิดที่ต่างขั้ว “แต่ผมเป็นคนที่เห็นรินรดา ‘หายใจ’ อีกครั้งในวันที่เธอเลือกที่จะตายไปพร้อมกับอดีตที่คุณทิ้งเอาไว้” บรรยากาศในห้องโถงเงียบสนิทจนได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นรัวของรินรดา ซึ่งยืนตัวแข็งทื่ออยู่หลังบานประตูไม้บานใหญ่ เธอปิดปากแน่น มือสั่นเทาจนต้องกุมไว้ที่หน้าอก ความทรงจำที่เธอพยายามฝังกลบกำลังถูกขุดขึ้นมาด้วยถ้อยคำของชายสองคนที่เธอผูกพันที่สุดในชีวิต... หนึ่งคือความเจ็บปวดที่ไม่มีวันลืม และอีกหนึ่งคือความอบอุ่นที่เธอเพิ่งเรียนรู้ที่จะรับมัน “เธอยังไม่รู้อะไรอีกเยอะ” ธีร์ก้าวเข้ามาใกล้ขึ้น สายตาของเขาจ้องเขม็งไปที่ประตูด้านหลังอคิน “รินรดาไม่เคยลืมหรอกครับ เธอแค่รอเวลา... รอเวลาที่เธอจะรู้ว่าความหวังดีของคุณมันก็แค่ภาพลวงตาที่ฉาบไว้เพื่อกลบเกลื่อนความเห็นแก่ตัว” “ถ้าการปกป้องรินรดาจากคนอย่างคุณคือความเห็นแก่ตัว” อคินโน้มตัวลงไปกระซิบด้วยน้ำเสียงต่ำและดุดัน “งั้นผมก็ยินดีจะเป็นคนที่เห็นแก่ตัวที่สุดในโลก” “น่าประทับใจ” ธีร์ปรบมือเบาๆ สองสามครั้ง ก่อนจะหุบยิ้มฉับพลัน ใบหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นเรียบตึง “คุณคิดว่าคุณรู้จักเธอดีแค่ไหนกันเชียว? คุณเห็นแผลเป็นที่หัวใจเธอตอนที่เธอร้องไห้จนไม่มีน้ำตาไหม? คุณเคยรู้หรือเปล่าว่า... สิ่งที่เธอกลัวที่สุดไม่ใช่การสูญเสียผมไป แต่เป็นการที่เธอกำลังจะทำลายคุณให้พังพินาศเหมือนที่เธอทำกับครอบครัวของเธอเอง!” ประโยคสุดท้ายนั้นราวกับลูกธนูที่พุ่งทะลุทะลวงความเงียบ รินรดาที่อยู่หลังประตูถึงกับเซถอยหลัง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัว ความจริงที่ถูกฉีกกระชากออกมาจากปากของธีร์ไม่ใช่แค่การโกหก แต่เป็นความจริงที่เธอพยายามหลอกตัวเองมาตลอดหลายปี อคินชะงักไปเล็กน้อย แต่แววตาของเขายังคงไม่สั่นคลอน “นั่นก็เป็นเรื่องระหว่างผมกับรินรดา ไม่ใช่ธุระของคุณ” “รินรดา!” ธีร์ตะโกนเรียกชื่อเธอข้ามหัวอคินไป น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นอ่อนลงกะทันหัน แฝงด้วยความโหยหาที่น่าขนลุก “ออกมาเถอะครับ... ผมรู้ว่าคุณฟังอยู่ อย่าให้เขาหลอกคุณด้วยภาพถ่ายสีสวยๆ เหล่านั้นอีกเลย โลกของความเป็นจริงมันมีสีเทามากกว่าที่คุณเห็นนะริน” ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง อคินนิ่งงัน เขาไม่ได้หันไปมองรินรดา แต่เขารู้ดีว่าเธอกำลังยืนอยู่ตรงนั้น การตัดสินใจของรินรดาในวินาทีนี้จะเปลี่ยนทุกอย่างไปตลอดกาล หากเธอเปิดประตูออกมา นั่นหมายความว่าเธอยอมรับความเจ็บปวดในอดีต แต่ถ้าเธอถอยหนี... นั่นหมายความว่าเธอจะเลือกความเงียบงันที่ไม่มีวันจบสิ้น ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก... เสียงเคาะประตูดังขึ้นเบาๆ จากฝั่งของรินรดา ไม่ใช่เสียงบานประตูที่เปิดออก แต่เป็นเสียงสัญญาณบางอย่างที่เธอส่งผ่านมาทางเนื้อไม้ อคินหันไปมองบานประตูช้าๆ หัวใจของเขาเต้นรัวด้วยความกังวล ในขณะที่ธีร์ขยับยิ้มกว้างด้วยความมั่นใจ เขาเชื่อว่ารินรดาจะเลือกเขา... ผู้ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเลือดเนื้อและบาปกรรมเดียวกัน แต่แล้ว ประตูก็ไม่ได้เปิดออกตามที่ธีร์คาดหวัง หากแต่เป็นโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของอคินที่สั่นขึ้นมา หน้าจอแสดงเบอร์ที่ไม่คุ้นเคย เขาขมวดคิ้วก่อนจะรับสาย “อคิน... ฟังนะ” เสียงของรินรดาดังแผ่วเบาผ่านสายโทรศัพท์ ทว่ามันก้องกังวานในความรู้สึกของเขา “ขอบคุณที่อยู่ตรงนั้น แต่บทนี้... ฉันต้องเป็นคนปิดมันเอง” ก่อนที่อคินจะทันได้เอ่ยปากรั้งไว้ เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นของรินรดาก็ดังขึ้นจากด้านใน เธอไม่ได้เปิดประตูออกไปหาธีร์ แต่เธอเดินไปที่หน้าต่างบานสูงที่เปิดทิ้งไว้ ก่อนจะปีนออกไปสู่ระเบียงหลังบ้านที่ไม่มีใครคาดคิด ธีร์ที่เริ่มรู้ตัวว่ากำลังถูกหักหลังพุ่งเข้ากระแทกประตูจนบานพับแทบหัก แต่สิ่งที่เขาพบมีเพียงห้องที่ว่างเปล่า รินรดาหายไปแล้ว... ทิ้งไว้เพียงกลิ่นหอมจางๆ ของดอกไม้แห้งที่เธอชอบใช้ และบนโต๊ะทำงานกลางห้อง มีรูปถ่ายใบหนึ่งที่อคินเพิ่งล้างออกมาเมื่อวานวางเด่นอยู่ อคินก้าวเข้ามาในห้อง สายตาจับจ้องไปที่รูปถ่ายใบนั้น แล้วเขาก็ต้องหยุดหายใจ... ในรูปไม่ใช่ภาพของเขาหรือรินรดา แต่เป็นภาพของ 'ใครบางคน' ที่ทุกคนต่างคิดว่าตายไปแล้วในเหตุการณ์โศกนาฏกรรมเมื่อสิบปีก่อน คนคนนั้นกำลังยืนยิ้มอยู่หน้าสุสานของครอบครัวรินรดา ในมือถือบันทึกเล่มหนึ่งที่รินรดาตามหามาตลอดชีวิต และที่มุมภาพ... มีเงาของใครคนหนึ่งที่ยืนจ้องมองอยู่จากพุ่มไม้ ซึ่งลายมือที่เขียนกำกับไว้หลังภาพนั้นทำให้อคินต้องมือสั่นจนแทบทำรูปหลุดมือ: *'ความลับไม่ได้ฝังอยู่ในดินหรอกรินรดา แต่มันกำลังเดินอยู่ในบ้านหลังนี้กับเราทุกคน'* ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับความมืดมิดในใจของตัวละครไปพร้อมกับดาวตกคืนคริสต์มาสนะคะ
สารจากนักเขียน (ดาวตกคืนคริสต์มาส)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาไม้ใต้แสงดาว: บันทึกความทรงจำที่ไม่เคยจาง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%