เงาไม้ใต้แสงดาว: บันทึกความทรงจำที่ไม่เคยจาง•ตอนที่ 12

สัญญาณเตือน

ผลงานโดย ดาวตกคืนคริสต์มาส
"อย่ารับสายริน... วางมันลงเดี๋ยวนี้" เสียงของอคินไม่ได้ดัง แต่สั่นพร่าด้วยความกังวลที่ปิดไม่มิด มือหนาที่วางอยู่บนบ่าของรินรดาบีบแน่นจนรู้สึกได้ถึงแรงกดดัน รินรดานิ่งงัน ดวงตากลมโตจ้องมองหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่สั่นไหวอยู่บนโต๊ะไม้โอ๊กเก่าแก่ ชื่อที่ปรากฏหราบนหน้าจอไม่ใช่ชื่อที่ควรจะกลับมาปรากฏในชีวิตของเธออีก—‘ธีร์’ ความเงียบในห้องทำงานเล็กๆ ของเธอราวกับถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงเสียงหัวใจที่เต้นรัวดั่งกลองรบ รินรดาเม้มริมฝีปากแน่นจนซีดเผือด เธอรู้ดีว่าหากกดรับ นั่นหมายถึงการเปิดประตูบานที่เธอพยายามตอกตะปูปิดตายมานานหลายปี แต่หากปล่อยให้มันดับไป ความกระหายใคร่รู้ที่ซ่อนอยู่ลึกๆ ในใจกลับร้องตะโกนว่านี่อาจเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้ายที่ขาดหายไปเกี่ยวกับคืนวันคริสต์มาสปีนั้น นิ้วเรียวสั่นเทาเอื้อมไปแตะหน้าจอ ปัดปุ่มรับสายท่ามกลางสายตาไม่เห็นด้วยของอคินที่ถอยออกไปยืนพิงกำแพงอย่างอึดอัด "ริน... ยังอยู่ที่นั่นสินะ" เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังลอดผ่านลำโพงออกมา น้ำเสียงนั้นไม่ได้มีความโหยหา แต่มันแฝงไปด้วยความเย้ยหยันที่ทำให้ขนลุกซู่ รินรดาสูดหายใจเข้าลึก พยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่นเมื่อตอบกลับ "คุณต้องการอะไรธีร์ เราจบกันไปนานแล้ว" "จบ? ความคิดของเธอยังซื่อตรงเหมือนเดิมเลยนะรินรดา" เสียงปลายสายหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ฟังดูเย็นเยียบเหมือนคมมีดที่กรีดลงบนความทรงจำ "ความผิดที่เธอพยายามกลบฝังน่ะ มันไม่เคยเน่าเปื่อยหรอก แต่มันกำลังจะส่งกลิ่นเหม็นเน่าออกมาเตือนให้เธอรู้ว่า... ของขวัญที่ฉันเตรียมไว้ให้ในคืนนั้น มันยังไม่ถูกแกะห่อเลย" รินรดาหน้าถอดสี มือที่ถือโทรศัพท์ลดระดับลงมาโดยไม่รู้ตัว "คุณหมายความว่ายังไง เรื่องคืนนั้นมันเป็นอุบัติเหตุ คุณเองก็รู้ดีที่สุด" "อุบัติเหตุงั้นเหรอ?" ธีร์เว้นจังหวะไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกระซิบผ่านสายด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนเป็นจริงจังจนน่าขนลุก "ไปที่บ้านพักริมน้ำหลังเก่าหลังสิบปีที่เธอเคยไปสิ แล้วเธอจะได้รู้ว่าทำไมแสงดาวในคืนคริสต์มาสถึงได้ดับมืดลงถาวรสำหรับครอบครัวของเธอ... อ้อ และเตือนไว้ก่อนนะ อย่าพา 'ช่างภาพ' ของเธอไปด้วย ถ้าเธอไม่อยากให้ภาพถ่ายใบสุดท้ายของเขาเป็นรูปศพของตัวเอง" ติ๊ด! เสียงสัญญาณตัดสายทิ้งไป ทิ้งให้รินรดายืนค้างอยู่กับความเงียบงัน อคินเดินเข้ามาใกล้ พยายามจะคว้าโทรศัพท์ไปดู แต่รินรดากลับถอยหลังหนี ดวงตาของเธอว่างเปล่าเหมือนคนวิญญาณหลุดลอย ความทรงจำที่เธอพยายามกักขังไว้ในกล่องดำเริ่มกระจัดกระจายออกมา ภาพเปลวเพลิงที่แผดเผาบ้านหลังเก่าในคืนหิมะแรก ภาพเงาของใครบางคนที่ยืนมองดูความพินาศจากมุมมืด... ใช่แล้ว เงาไม้นั่น มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ "ริน... เขาพูดว่าอะไร" อคินถาม เสียงของเขาอ่อนโยนลงทันทีที่เห็นแววตาที่แตกสลายของหญิงสาว "เขารู้... เขารู้ว่าคืนนั้นไม่ได้มีแค่เรื่องของอุบัติเหตุ" รินรดาพึมพำ น้ำตาหยดหนึ่งร่วงหล่นลงบนหลังมือ "อคิน เราถูกหลอกมาตลอดสิบปี เราไม่ได้แค่เสียครอบครัวไป แต่เราถูกขโมยความจริงไปจากชีวิตด้วย" อคินขมวดคิ้วแน่น เขาไม่รู้ว่าธีร์เล่นเกมอะไร แต่เขาสัมผัสได้ถึงอันตรายที่คืบคลานเข้ามาเหมือนเถาวัลย์ที่รัดแน่นรอบคอ "เราจะไม่ไปไหนทั้งนั้น เราจะไปแจ้งความ ไปบอกตำรวจ..." "แจ้งความเหรอ?" รินรดาหัวเราะออกมาอย่างขมขื่น เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความรื่นเริง "คนอย่างธีร์ไม่เคยทำอะไรโดยไม่มีแผนรองรับ ถ้าเขาบอกให้ไป เขาต้องมีบางอย่างรออยู่ที่นั่น และถ้าฉันไม่ไป... เขาจะทำลายทุกอย่างที่ฉันเหลืออยู่ รวมถึงคนข้างๆ ฉันด้วย" เธอเดินไปที่ตู้เสื้อผ้าเก่าๆ คว้าแจ็คเก็ตตัวหนามาสวม อคินมองตามด้วยความเจ็บปวด เขารู้ดีว่าเขากำลังจะสูญเสียการควบคุมสถานการณ์ และที่แย่กว่านั้น คือเขารู้สึกว่ารินรดากำลังตัดสินใจก้าวลงไปในกับดักที่เขามองไม่เห็นทางออก "ถ้าเธอจะไป ฉันก็จะไปกับเธอ" อคินตัดสินใจเด็ดขาด รินรดาหันมามองเขา ดวงตาที่เคยเงียบขรึมบัดนี้มีความเด็ดเดี่ยวที่น่าสะพรึงกลัว "ถ้าไปที่นั่น... อคิน นายอาจจะไม่ได้กลับออกมาอีกเลย" เธอเดินผ่านเขาออกไปที่หน้าบ้าน รถยนต์คันเก่าสตาร์ทเครื่องเสียงดังลั่นท่ามกลางความมืดมิดของยามวิกาล อคินวิ่งตามออกไป แต่มือของเขากลับชะงักงันเมื่อเห็นสิ่งที่อยู่ใต้ที่ปัดน้ำฝนรถของรินรดา มันคือซองจดหมายสีเหลืองซีดที่ดูเหมือนผ่านกาลเวลามานานสิบปี รินรดาดึงมันออกมา มือของเธอสั่นอย่างรุนแรงเมื่อเปิดดูสิ่งที่อยู่ข้างใน เป็นรูปถ่ายใบหนึ่ง... ภาพถ่ายที่แสดงให้เห็นรถยนต์คันที่เธอใช้อยู่ในปัจจุบันจอดอยู่ในที่เกิดเหตุ เมื่อสิบปีก่อน รินรดาทรุดลงกับพื้นทันที ภาพในจดหมายกับความเป็นจริงในปัจจุบันซ้อนทับกันอย่างน่าขนลุก นี่ไม่ใช่คำขู่ธรรมดา แต่มันคือคำประกาศว่าธีร์เฝ้ามองเธอมาตลอด ไม่ใช่แค่ในอดีต แต่เป็นทุกย่างก้าวในชีวิตของเธอ ทันใดนั้น แสงไฟหน้ารถคันหนึ่งก็สาดส่องมาจากหัวถนน พุ่งตรงมายังจุดที่พวกเขายืนอยู่ด้วยความเร็วสูง รินรดาเงยหน้าขึ้นมองด้วยความตระหนก อคินรีบดึงตัวเธอหลบเข้าข้างรถในเสี้ยววินาทีที่รถคันนั้นพุ่งผ่านหน้าพวกเขาไปเพียงไม่กี่คืบ รถคันนั้นเบรกกะทันหันจนยางบดถนนดังสนั่น ก่อนจะถอยหลังกลับมาจอดขวางทางไว้ กระจกฝั่งคนขับเลื่อนลงช้าๆ เผยให้เห็นใบหน้าที่รินรดาจำได้แม่นยำ... แต่ใบหน้านั้นกลับเต็มไปด้วยรอยแผลเป็นที่ดูเหมือนรอยไหม้ และรอยยิ้มที่บิดเบี้ยวเกินกว่าจะเป็นมนุษย์ "มาสายจังนะรินรดา" ธีร์เอ่ยทัก พลางหยิบวัตถุบางอย่างขึ้นมาถือไว้ในมือ "ฉันรอเธอมานานจนแทบจะจุดไฟเผาที่นี่รออยู่แล้ว" สิ่งที่อยู่ในมือของเขากดดันให้หัวใจของรินรดาแทบหยุดเต้น... มันคือรีโมทจุดชนวนบางอย่างที่ติดอยู่กับถังน้ำมันใต้รถของเธอ ขอบคุณที่ติดตามการเดินทางของรินรดานะคะ แล้วพบกันในบทถัดไปค่ะ
สารจากนักเขียน (ดาวตกคืนคริสต์มาส)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาไม้ใต้แสงดาว: บันทึกความทรงจำที่ไม่เคยจาง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%