“คุณจะเก็บความจริงไว้ในกล่องเหล็กนั่นไปจนวันตายเลยหรือไงริน?”
เสียงของอคินไม่ได้ดังนัก แต่มันกรีดผ่านความเงียบงันในห้องใต้หลังคา ราวกับใบมีดที่เพิ่งถูกลับจนคมกริบ รินรดายืนนิ่งอยู่หน้าตู้ไม้เก่าแก่ที่กลิ่นอับของกาลเวลาเกาะกินไปทั่วทุกอณูไม้ มือของเธอกำแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ เธอสัมผัสได้ถึงไอเย็นที่แผ่ออกมาจากกล่องเหล็กสีสนิมเขรอะที่วางอยู่ตรงหน้า
“ไม่ใช่เรื่องของคุณ อคิน... บางอย่างที่ถูกฝังไว้ ถ้าขุดมันขึ้นมา ชีวิตอาจจะพังไม่เป็นท่า” เธอตอบโดยไม่หันกลับไปมอง สายตายังคงจับจ้องอยู่ที่ฝากล่องเหล็กที่มีรอยบุบตรงมุมราวกับถูกกระแทกอย่างแรงในอดีต
อคินก้าวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกก้าว กลิ่นน้ำหอมจางๆ ของเขามักจะทำให้รินรดารู้สึกปลอดภัย แต่วันนี้มันกลับกลายเป็นความอึดอัด “การพังทลายบางครั้งก็ดีกว่าการต้องอยู่กับซากปรักหักพังที่ค่อยๆ กัดกินคุณอยู่ทุกวันนะคะ คุณริน... ดูสิ มือคุณสั่นไปหมดแล้ว”
รินรดาสูดลมหายใจเข้าลึก ความทรงจำเมื่อสิบปีก่อนพรั่งพรูเข้ามาเหมือนเขื่อนแตก ภาพรถคันหรูที่เสียหลักลงข้างทาง เสียงกระจกแตกละเอียด และเงาร่างของใครบางคนที่ยืนมองดูเหตุการณ์นั้นจากระยะไกล... ธีร์ เขาเคยยืนอยู่ตรงนั้น ในคืนที่ฝนตกหนักจนมองไม่เห็นทาง
เธอก้มลงหยิบกุญแจทองเหลืองดอกเล็กที่ซ่อนไว้ใต้แผ่นไม้พื้นห้อง มือที่สั่นเทาของเธอสอดกุญแจเข้าไปในแม่กุญแจที่สนิมเขรอะ เสียงดัง *แกร็ก* ราวกับเสียงกระดูกลั่นในความเงียบ รินรดาชะงักไปครู่ใหญ่ เธอลังเล... หากเปิดออกแล้ว ความเงียบสงบที่เธออุตส่าห์สร้างขึ้นมาพังทลายลงล่ะ?
“ธีร์มาที่ร้านเมื่อวานนี้” อคินทิ้งระเบิดลูกใหญ่ลงกลางห้อง
รินรดาสะดุ้งสุดตัว หันกลับมามองเขาด้วยแววตาที่สั่นระริก “เขามาทำไม? คุณไปบอกอะไรเขา!”
“เขาไม่ได้มาหาผม เขามาทิ้ง ‘สิ่งนี้’ ไว้ที่หน้าประตู” อคินหยิบรูปถ่ายใบหนึ่งออกมาจากกระเป๋ากางเกง มันเป็นรูปถ่ายขาวดำที่มีรอยไหม้ตรงขอบ เป็นภาพของบ้านหลังเก่าที่เธอกับครอบครัวเคยอาศัยอยู่ก่อนเหตุการณ์ไฟไหม้ครั้งใหญ่ แต่ที่น่าตกใจกว่านั้นคือมีเงาร่างของเด็กชายคนหนึ่งยืนยิ้มอยู่หน้าบ้าน ในมือถือกล่องเหล็กใบเดียวกันนี้เปี๊ยบ
รินรดาแทบหยุดหายใจ เธอคว้ากล่องเหล็กนั้นเปิดออกทันทีอย่างไม่อาจอดกลั้นอีกต่อไป ข้างในมีเพียงบันทึกเล่มหนึ่งที่มีรอยเลือดแห้งกรังติดอยู่ และตลับเทปคาสเซ็ทเก่าๆ อีกหนึ่งม้วน
เธอกดเปิดเครื่องเล่นเทปที่เธอเก็บรักษาไว้อย่างดี เสียงซ่าของสัญญาณรบกวนดังขึ้นสักพัก ก่อนจะแทนที่ด้วยเสียงลมหายใจหนักๆ ของผู้ชายคนหนึ่ง... เสียงที่เธอไม่มีวันลืม เสียงของธีร์
*“ริน... ถ้าเธอได้ยินเสียงนี้ แสดงว่าเธอยังคงพยายามขุดคุ้ยหาความจริง เธอคิดว่าเธอเป็นผู้รอดชีวิตที่โชคร้ายที่สุดเหรอ? ไม่หรอก... เธอคือคนที่ฉันเลือกเก็บไว้ต่างหาก เก็บไว้เพื่อดูว่าความพินาศของคนรอบตัวเธอจะงดงามแค่ไหน”*
รินรดาทรุดเข่าลงกับพื้น ความหนาวเหน็บแล่นปราดเข้าสู่หัวใจ อคินรีบถลาเข้ามาประคองเธอไว้ แต่ดวงตาของเธอกลับเบิกโพลงเมื่อเห็นวัตถุชิ้นสุดท้ายที่ซุกอยู่ก้นกล่อง
มันไม่ใช่แค่บันทึกหรือตลับเทป แต่มันคือนาฬิกาข้อมือเรือนเก่าของพ่อเธอ... นาฬิกาที่ควรจะถูกฝังไปพร้อมกับร่างของเขาในสุสาน แต่มันกลับมาอยู่ที่นี่ ในกล่องเหล็กนี้ พร้อมกับคราบเลือดที่ดูเหมือนเพิ่งจะเปียกชื้นอยู่บนสายหนัง
รินรดาเงยหน้าขึ้นมองอคินด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหวาดระแวง เธอสังเกตเห็นบางอย่างที่ข้อมือของอคิน... รอยแผลเป็นที่รูปทรงเหมือนเข็มนาฬิกาที่เพิ่งเกิดใหม่
“อคิน...” เสียงของเธอแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน “ทำไมนาฬิกาของพ่อฉัน... ถึงมาอยู่ในกล่องนี้ได้ทั้งที่มันไม่ควรจะถูกเปิดออกมาก่อนหน้านี้... และทำไมคุณถึงมีรอยแผลเป็นแบบเดียวกับที่ธีร์เคยมี?”
อคินไม่ได้ตอบ เขายกยิ้มที่มุมปาก ยิ้มที่ดูร่าเริงและอบอุ่นแบบที่เธอเคยหลงรัก แต่วันนี้มันกลับดูบิดเบี้ยวและเยือกเย็นจนน่าสะพรึงกลัว เขาก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวขณะที่เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนกำลังเดินขึ้นบันไดไม้มาหาพวกเขา... จังหวะฝีเท้าที่เธอจำได้แม่นยำว่าเป็นของธีร์
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ยังร่วมเดินทางและขุดคุ้ยความลับอันโหดร้ายนี้ไปพร้อมกับรินรดานะคะ
เงาไม้ใต้แสงดาว: บันทึกความทรงจำที่ไม่เคยจาง•ตอนที่ 8
ความลับในกล่องเหล็ก
ผลงานโดย ดาวตกคืนคริสต์มาส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาวตกคืนคริสต์มาส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาไม้ใต้แสงดาว: บันทึกความทรงจำที่ไม่เคยจาง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!