"คุณกำลังปิดบังอะไรอยู่...ริน"
เสียงของธีร์ไม่ได้ดัง แต่ก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของรินรดาพอๆ กับเสียงหัวใจที่เต้นรัวจนแทบจะทะลุออกมาจากอก เธอชะงักมือนิ่งขณะกำลังจัดเรียงแฟ้มเอกสารสำคัญบนโต๊ะทำงาน ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อเงาสูงโปร่งของชายหนุ่มทาบทับลงมาบนแผ่นกระดาษ แสงไฟสีส้มสลัวในห้องทำงานยามค่ำคืนขับให้ใบหน้าของเขาดูคมเข้มและน่าเกรงขามกว่าที่เคยเป็น
"ฉันบอกคุณไปแล้วว่าทุกอย่างจบลงเมื่อสิบปีก่อน" รินรดาตอบโดยไม่หันกลับไปมอง มือของเธอที่ยังวางอยู่บนแฟ้มนั้นสั่นเทาเล็กน้อยจนแทบสังเกตไม่เห็น แต่นั่นก็มากพอที่จะทำให้คนขี้ระแวงอย่างธีร์ฉีกยิ้มที่มุมปาก
"จบเหรอ?" ธีร์ขยับเข้าใกล้จนรินรดาได้กลิ่นน้ำหอมไม้ซีดาร์จางๆ ที่เคยคุ้นเคย "ความลับที่เน่าเฟะน่ะ ถ้าไม่ขุดมันขึ้นมาล้างให้สะอาด มันก็แค่ฝังตัวอยู่ใต้ดิน รอวันที่จะส่งกลิ่นเหม็นจนคนรอบข้างทนไม่ไหวนั่นแหละ"
รินรดาสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ เธอหันกลับไปเผชิญหน้ากับเขา ดวงตาคู่สวยที่เคยเรียบเฉยบัดนี้มีประกายกร้าวอย่างปิดไม่มิด "งั้นคุณก็คงเป็นคนที่น่าสงสารที่สุด เพราะคุณเอาแต่หมกมุ่นอยู่กับกองซากศพของความทรงจำ ทั้งที่โลกข้างนอกนั่นก้าวไปไกลจนคุณมองไม่เห็นแล้ว"
ธีร์แค่นหัวเราะในลำคอ แววตาของเขาวูบไหวด้วยความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเกลียดชัง "โลกที่ก้าวไปข้างหน้าของเธอ...รวมถึงอคินด้วยใช่ไหม?"
ชื่อของอคินเปรียบเสมือนรอยร้าวบนแก้วที่กำลังจะแตกกระจาย รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานจนได้ยินเสียงเข็มนาฬิกาเดินเป็นจังหวะที่น่าอึดอัด เธอรู้ดีว่าธีร์ไม่ได้มาที่นี่เพื่อเรียกร้องความยุติธรรม แต่เขามาเพื่อเขย่าขวัญและทำลายความสงบสุขที่เธอพยายามสร้างขึ้นมาอย่างยากลำบาก
"เรื่องของฉันกับเขา ไม่เกี่ยวกับคุณ" เธอตอบเสียงเรียบ
"เกี่ยวข้องสิ... เกี่ยวข้องอย่างที่สุด" ธีร์โน้มตัวลงมาจนระยะห่างระหว่างกันเหลือเพียงไม่กี่นิ้ว "เพราะทุกที่ที่เธอไป ไม่ว่าจะมุมมืดของเมืองหรือแสงดาวที่เธอคิดว่าปลอดภัย จะมีเงาของฉันตามติดไปเสมอ รินรดา... เธอหนีอดีตไม่พ้นหรอก"
เมื่อธีร์เดินจากไปทิ้งไว้เพียงความเงียบงันและบรรยากาศอันหนักอึ้ง รินรดาทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ด้วยความรู้สึกอ่อนแรง ความรู้สึกแปลกประหลาดที่เหมือนมี 'ใครบางคน' กำลังจับจ้องเธออยู่จากความมืดมิดภายนอกหน้าต่างเริ่มเด่นชัดขึ้น ความรู้สึกที่ว่าผิวหนังบริเวณต้นคอกำลังเย็นวาบราวกับมีสายตาคู่หนึ่งกำลังกรีดผ่านชั้นเนื้อเข้าไปถึงกระดูก
เธอเดินไปที่หน้าต่าง บานกระจกสะท้อนภาพใบหน้าที่ซีดเผชิญของเธอเอง เธอไล่ม่านสีทึบลงมา แต่กลับเห็นแสงไฟจากกล้องถ่ายรูปส่องวาบมาจากมุมมืดของตึกฝั่งตรงข้าม—มุมที่เธอมักจะเห็นอคินไปซุ่มถ่ายรูปอยู่บ่อยครั้ง แต่ครั้งนี้... สัญชาตญาณบอกเธอว่านั่นไม่ใช่อคิน
ความระแวงกัดกินหัวใจเธอจนไม่อาจข่มตาหลับได้ในคืนนั้น รินรดาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาจะกดหาอคิน แต่ปลายนิ้วกลับหยุดชะงักเมื่อเห็นข้อความที่เพิ่งเด้งเข้ามาในแอปพลิเคชันส่งข้อความนิรนาม
'ประตูหลังบ้านล็อคไม่สนิทนะ... ระวังหน่อย'
รินรดาสะดุ้งสุดตัว เธอรีบลุกขึ้นคว้ากุญแจรถเตรียมจะออกจากบ้านทันทีด้วยความตื่นตระหนก แต่เมื่อก้าวเท้าไปถึงโถงทางเดิน เสียงฝีเท้าหนักๆ ที่ดังจากชั้นสองกลับทำให้เธอต้องหยุดชะงัก เสียงนั้นไม่ได้เบาและไม่ได้รีบร้อน มันเป็นเสียงย่ำเท้าที่ตั้งใจให้เธอได้ยิน เสียงที่คุ้นเคยจนน่าขนลุก... เสียงฝีเท้าของคนที่ควรจะตายไปพร้อมกับเปลวเพลิงในเหตุการณ์เมื่อสิบปีก่อน
รินรดาค่อยๆ หันกลับไปมองบันไดที่ทอดตัวยาวขึ้นสู่ความมืดเบื้องบน ความเย็นเยียบแล่นพล่านไปทั่วสันหลังเมื่อเห็นปลายชายเสื้อสีเข้มที่หลบวูบหายไปตรงมุมมืดของทางเดินชั้นบน เธอไม่ได้อยู่ลำพังในบ้านหลังนี้ และคนที่อยู่ตรงนั้น... กำลังฮัมเพลงที่แม่ของเธอเคยร้องกล่อมก่อนนอนทุกคืน
'ดาวตกคืนคริสต์มาส' หวังว่าทุกท่านจะตื่นเต้นไปกับปริศนาที่ค่อยๆ เผยตัวออกมาในตอนนี้ แล้วพบกันในตอนถัดไปนะคะ
เงาไม้ใต้แสงดาว: บันทึกความทรงจำที่ไม่เคยจาง•ตอนที่ 7
เงาที่ตามติด
ผลงานโดย ดาวตกคืนคริสต์มาส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาวตกคืนคริสต์มาส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาไม้ใต้แสงดาว: บันทึกความทรงจำที่ไม่เคยจาง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!