"หลบไปทางนั้นเสียสิริน... ตรงนี้ไม่เหมาะกับคนขวัญอ่อนอย่างเธอหรอก"
อคินกระซิบเบาๆ น้ำเสียงของเขาไม่ได้มีความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย เขายังคงรักษารอยยิ้มเยือกเย็นนั่นไว้ประหนึ่งเป็นหน้ากากที่สวมทับใบหน้าจริงจังเอาไว้ ธีร์ก้าวพ้นขอบบันไดขั้นสุดท้ายขึ้นมา ทันทีที่สายตาของชายหนุ่มปะทะกับภาพเหตุการณ์ตรงหน้า แววตาของเขาก็ฉายชัดถึงความเกลียดชังที่กรุ่นโกรธดั่งลาวาใต้ชั้นดิน
"นึกว่าใคร ที่แท้ก็แมลงสาบที่หนีไปได้เมื่อคราวก่อน" ธีร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงต่ำพร่า เขาไม่ได้มองรินรดาเลยแม้แต่น้อย สายตาจดจ้องเพียงร่างของอคินที่ยืนบังตัวเธอไว้
รินรดาทำได้เพียงกลั้นลมหายใจ หัวใจของเธอเต้นระรัวจนแทบจะหลุดออกมาจากอก ความเงียบในห้องโถงไม้เก่าแก่ที่เคยอบอุ่นกลับกลายเป็นความกดดันจนอากาศรอบตัวดูจะเบาบางลง เธอสัมผัสได้ถึงกลิ่นบุหรี่จางๆ ที่โชยมาจากเสื้อโค้ทของธีร์ กลิ่นที่เตือนให้เธอนึกถึงฝันร้ายในอดีตที่เธอพยายามหนีมาตลอดหลายปี
"การต้อนรับของธีร์ยังคงร้อนแรงเสมอเลยนะ" อคินหัวเราะในลำคอ ก่อนจะหมุนตัวกลับมาหาเธอ สายตาของเขาเปลี่ยนเป็นอ่อนโยนอย่างฉับพลันราวกับมีสวิตช์ปิดเปิดอารมณ์ "ริน... ผมจัดงานนิทรรศการภาพถ่ายไว้ที่แกลเลอรีท้ายเมืองคืนนี้ ถ้าอยากรู้ว่าตัวตนของผมที่แท้จริงคืออะไร ไปหาผมที่นั่นนะ อย่าให้ใครมาเปลี่ยนใจคุณได้"
เขาทิ้งท้ายไว้เพียงเท่านั้น ก่อนจะก้าวเดินผ่านธีร์ไปอย่างไม่สะทกสะท้าน ไหล่ของทั้งสองกระแทกกันแรงจนเกิดเสียงดัง รินรดายืนตัวแข็งทื่ออยู่กับที่ ขณะที่ธีร์ก้าวเข้ามาใกล้เธอ กลิ่นบุหรี่นั้นเข้มข้นขึ้นจนน่าเวียนหัว
"อย่าไป" ธีร์เอ่ยสั้นๆ มือหนาของเขาเอื้อมมาคว้าข้อมือเธอไว้แน่น "ผู้ชายคนนั้นไม่ได้สะอาดอย่างที่เธอคิด ริน"
***
ค่ำคืนนั้น แสงไฟจากสปอตไลต์ในแกลเลอรีดูจ้าจนแสบตา ภาพถ่ายนับร้อยใบที่ถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบตามผนังห้องเล่าเรื่องราวที่แตกต่างกันออกไป ภาพคนเหงาในมุมมืด ภาพตึกร้างที่ดูบิดเบี้ยว และภาพใบหน้าของรินรดาในมุมที่เธอไม่เคยเห็นตัวเองมาก่อน... มันเป็นภาพที่ดูโศกเศร้าแต่น่าหลงใหล
รินรดาเดินไปตามทางเดินอย่างเลื่อนลอย ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีตีกันวุ่นวายในหัว เธอไม่ควรมาที่นี่ แต่ความอยากรู้อยากเห็นเกี่ยวกับ 'ตัวตน' ของอคินที่เขาอ้างถึงมันมีพลังดึงดูดรุนแรงเกินกว่าจะต้านทาน
"คุณมาจริงๆ ด้วย" เสียงของอคินดังขึ้นจากด้านหลัง เขาเปลี่ยนมาอยู่ในชุดสูทสีเข้มที่ดูเป็นทางการ แต่นัยน์ตายังคงความเยาว์วัยและซุกซนเหมือนเดิม "ชอบรูปไหนที่สุดครับ?"
รินรดาหยุดยืนหน้าภาพหนึ่ง เป็นภาพถ่ายระยะใกล้ของดวงตาคู่หนึ่ง... ดวงตาที่เธอมั่นใจว่ามันคือของธีร์ แต่ถูกถ่ายทอดผ่านเลนส์ที่ทำให้มันดูว่างเปล่าและแตกสลาย "ทำไมคุณถึงถ่ายรูปนี้?"
อคินขยับมายืนเคียงข้าง เขาลดเสียงลงจนเกือบเป็นเสียงกระซิบ "เพราะธีร์เป็นคนเดียวที่รู้ว่า... ในคืนที่เกิดอุบัติเหตุครั้งนั้น ใครเป็นคนปล่อยมือคุณให้ร่วงลงไปในเงามืด"
รินรดารู้สึกเหมือนถูกกระชากวิญญาณ ความทรงจำที่เธอพยายามลบเลือนเริ่มตีตื้นขึ้นมาในมโนภาพ ภาพความมืดมิด เสียงกรีดร้อง และสัมผัสเย็นเฉียบของมือใครบางคนที่คลายออกจากการกุมมือเธอในวินาทีวิกฤต เธอหันไปมองอคินด้วยความตกตะลึง
"คุณพูดเรื่องอะไร..."
อคินไม่ตอบ เขากลับหยิบรีโมทตัวเล็กขึ้นมากด สปอตไลต์ในห้องดับลงเกือบทั้งหมด เหลือเพียงไฟดวงหนึ่งที่ส่องตรงไปยังภาพถ่ายลับที่ซ่อนอยู่หลังกำแพงที่เพิ่งถูกเลื่อนเปิดออก ภาพถ่ายบานใหญ่ที่ปรากฏแก่สายตาคือภาพของรินรดาในวันที่เกิดอุบัติเหตุ... แต่มันไม่ได้ถ่ายโดยช่างภาพคนไหน เพราะในรูปนั้นมีรอยนิ้วมือที่เปื้อนเลือดประทับไว้อย่างชัดเจน
"ความจริงมันไม่ได้ถูกเก็บไว้ในเลนส์กล้องหรอกริน" อคินก้มลงกระซิบที่ข้างหูเธอ น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง กลายเป็นความเยือกเย็นที่ทำเอาเธอขนลุกชัน "มันถูกฝังไว้ใต้รอยเลือดบนมือของคุณเอง... และตอนนี้ ธีร์ไม่ได้มาแค่คนเดียว"
เสียงล็อกประตูแกลเลอรีดัง 'คลิก' สะท้อนก้องไปทั่วห้อง รินรดาสะดุ้งสุดตัว เธอหันขวับไปมองที่ประตูทางเข้า แต่กลับพบเงาร่างของชายสองคนที่ก้าวเข้ามาพร้อมกัน คนหนึ่งคือธีร์ที่ถือกล่องโลหะใบเก่าในมือ ส่วนอีกคน... คือคนที่เธอจำได้แม่นว่าเสียชีวิตไปเมื่อสิบปีก่อน
ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามร่วมเดินทางไปกับรินรดาท่ามกลางม่านหมอกแห่งอดีตนะคะ พบกันตอนหน้าค่ะ
ดาวตกคืนคริสต์มาส
เงาไม้ใต้แสงดาว: บันทึกความทรงจำที่ไม่เคยจาง•ตอนที่ 9
งานแสดงภาพถ่าย
ผลงานโดย ดาวตกคืนคริสต์มาส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาวตกคืนคริสต์มาส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาไม้ใต้แสงดาว: บันทึกความทรงจำที่ไม่เคยจาง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!