"คุณกำลังโกหกตัวเองอยู่หรือเปล่าคะ รินรดา?"
น้ำเสียงของอคินไม่ได้มีความเยาะหยัน แต่มันกลับเปราะบางเสียจนรินรดาต้องชะงักมือที่กำลังจัดวางแผ่นเสียงบนเครื่องเล่นวินเทจ เธอนิ่งค้างอยู่อย่างนั้น ราวกับว่าเสียงทุ้มต่ำของเขากรีดผ่านกำแพงน้ำแข็งที่เธอสร้างขึ้นมาเนิ่นนาน ภายในห้องนั่งเล่นที่อบอวลไปด้วยกลิ่นจางๆ ของกระดาษเก่าและกาแฟดำ ความเงียบงันกลายเป็นเครื่องมือสื่อสารเพียงอย่างเดียวที่เหลืออยู่ระหว่างพวกเขาในค่ำคืนนี้
รินรดาไม่ได้หันกลับไปมอง เธอเพียงแค่นิ่งฟังเสียงหัวใจตัวเองที่เต้นจังหวะผิดเพี้ยนไปเมื่อเห็นเงาสะท้อนของเขาในกระจกบานใหญ่ที่ติดอยู่ผนังห้อง เขานั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ตัวเก่า มือทั้งสองข้างวางไว้บนเข่า สายตาคมกริบแบบช่างภาพของเขามักจะมองเห็นสิ่งที่คนอื่นมองข้ามเสมอ ไม่เว้นแม้แต่รอยร้าวในแววตาของเธอ
"ฉันไม่ได้โกหก..." รินรดาตอบเสียงแผ่ว เบาจนแทบจะกลืนหายไปกับความมืด "ฉันแค่... เลือกที่จะมองข้ามมันไปบ้าง เพื่อให้ชีวิตมันดำเนินต่อไปได้"
อคินลุกขึ้นช้าๆ เขาเดินเข้ามาใกล้ แต่ยังคงเว้นระยะห่างที่พอดีพอเหมาะ ความอบอุ่นจากร่างกายของเขาส่งผ่านอากาศมาถึงเธอ รินรดารู้สึกได้ถึงแรงดึงดูดที่น่ากลัว มันไม่ใช่ความรักที่หวือหวา แต่มันคือความเข้าใจที่ลึกซึ้งจนน่าตกใจ
"บางครั้ง การมองข้ามก็เหมือนกับการฝังกลบระเบิดเวลาไว้ใต้ฝ่าเท้า" อคินเอ่ยพลางเอื้อมมือไปหยิบแผ่นเสียงแผ่นหนึ่งขึ้นมา "เพลงนี้... ถ้าผมเปิดมัน คุณจะร้องไห้ไหม?"
รินรดาหันกลับมาสบตากับเขา ดวงตาคู่สวยของเธอไหวระริก เธอพยายามรวบรวมสติที่กระจัดกระจาย "มันก็แค่เสียงดนตรีค่ะ อคิน คุณจะไปรู้อะไรเกี่ยวกับความหมายของเพลงนี้กัน"
"ผมรู้ว่าเพลงนี้เป็นเพลงสุดท้ายที่พ่อคุณฟังก่อนที่บ้านหลังนั้นจะ..." อคินหยุดคำพูดไว้แค่นั้น เขาไม่อยากขุดคุ้ยบาดแผลสดๆ แต่เขาก็อยากให้เธอได้ปลดปล่อยเสียที "ริน... ปล่อยมันออกมาบ้างเถอะ การแบกโลกทั้งใบไว้คนเดียวมันทำให้คุณลืมวิธีหายใจไปหมดแล้วนะ"
ดนตรีแจ๊สเปียโนที่เริ่มบรรเลงทำนองเศร้าสร้อยและโหยหวนดังขึ้น อคินเอื้อมมือมาคว้าข้อมือเธอเบาๆ แล้วดึงให้เธอขยับตามจังหวะช้าๆ รินรดาแข็งทื่อในตอนแรก ก่อนที่ไหล่ของเธอจะค่อยๆ ผ่อนคลายลงภายใต้การนำของเขา ความรู้สึกอัดอั้นที่เก็บงำมานานหลายปีเหมือนเขื่อนที่กำลังจะแตก
"ทำไมต้องเป็นคุณ..." เธอพึมพำขณะซบหน้าลงกับไหล่กว้างของเขา กลิ่นน้ำหอมจางๆ ผสมกับกลิ่นอายของแสงแดดและฝุ่นควันที่ติดตัวเขามา ทำให้เธอรู้สึกปลอดภัยอย่างประหลาด "ทำไมต้องทำเหมือนคุณเข้าใจฉันขนาดนี้"
"เพราะผมเองก็ไม่ต่างจากคุณเท่าไหร่หรอก" อคินตอบเสียงเบา เขากระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น "เราต่างก็เป็นคนแปลกหน้าที่หลงทางในเมืองใหญ่ แต่ตอนนี้ อย่างน้อยเราก็หลงทางไปด้วยกันแล้วนะ"
ความอบอุ่นที่ได้รับทำให้หยาดน้ำตาที่กลั้นไว้ไหลออกมาเงียบๆ รินรดาไม่ได้สะอื้น เธอเพียงแค่ปล่อยให้ความเจ็บปวดละลายไปกับดนตรีและอ้อมกอดของชายตรงหน้า ความผูกพันที่เริ่มก่อตัวขึ้นไม่ใช่เรื่องของเวลา แต่มันคือการยอมรับซึ่งกันและกันท่ามกลางความแตกสลาย
ทว่าในขณะที่บรรยากาศกำลังอ่อนหวานและเปี่ยมไปด้วยความเข้าใจ เสียงเคาะประตูบ้านที่ดังก้องกังวานขึ้นอย่างดุดันกลับทำลายทุกอย่างลง รินรดาผละออกจากอ้อมกอดของอคินทันทีด้วยความตื่นตระหนก สายตาของเธอหันไปมองที่บานประตูหน้าบ้านด้วยความหวาดหวั่นที่แล่นริ้วขึ้นมาถึงสันหลัง
อคินขมวดคิ้ว เขาเดินไปที่ประตูก่อนจะเปิดมันออกอย่างระมัดระวัง ทว่าคนที่ยืนอยู่ตรงนั้นไม่ใช่ใครที่ควรจะมาในเวลานี้ ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อโค้ทสีดำสนิท ใบหน้าของเขาเรียบเฉย ทว่าดวงตากลับฉายแววอาฆาตที่รินรดาจำได้แม่นยำแม้จะผ่านไปกี่ปีก็ตาม
"ไม่เจอกันนานเลยนะ รินรดา" เสียงทุ้มแหบพร่าของธีร์เอ่ยขึ้น พร้อมกับรอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา "ผมบอกคุณแล้วใช่ไหม ว่าไม่ว่าคุณจะหนีไปไกลแค่ไหน สุดท้ายคุณก็จะไม่มีวันหนีเงาของตัวเองพ้น"
เขาก้าวเข้ามาในบ้านโดยไม่ได้รับเชิญ สายตาคมกริบกวาดมองไปทั่วห้องก่อนจะมาหยุดที่มือของอคินที่ยังคงวางอยู่บนไหล่ของรินรดา ธีร์หัวเราะในลำคอแผ่วเบา เป็นเสียงหัวเราะที่ทำให้คนฟังรู้สึกหนาวสั่นไปถึงกระดูกดำ ก่อนจะหยิบรูปถ่ายใบหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเสื้อแล้ววางลงบนโต๊ะ
มันเป็นรูปของรินรดาและอคินที่ถ่ายจากระยะไกลในเช้าวันก่อน... ภาพที่ทำให้รินรดารู้สึกว่าโลกทั้งใบกำลังหยุดหมุน
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่านช่วงเวลาที่เปราะบางไปกับรินรดาและอคินนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
"ดาวตกคืนคริสต์มาส"
เงาไม้ใต้แสงดาว: บันทึกความทรงจำที่ไม่เคยจาง•ตอนที่ 10
เสียงเพลงแห่งความเหงา
ผลงานโดย ดาวตกคืนคริสต์มาส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาวตกคืนคริสต์มาส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาไม้ใต้แสงดาว: บันทึกความทรงจำที่ไม่เคยจาง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!