“หลักฐานไม่ได้อยู่ในกระดาษแผ่นนั้นหรอกค่ะธีร์ แต่มันอยู่ในสายตาของคุณ... ในวินาทีที่คุณพยายามอธิบายว่า ‘ไม่รู้เรื่อง’ แต่เหงื่อกาฬกลับซึมออกมาตามไรผม”
รินรดาวางแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลเก่าคร่ำลงบนโต๊ะไม้ตัวหนา เสียงกระแทกเบาๆ ดังสะท้อนอยู่ในห้องทำงานที่เงียบงันจนได้ยินเสียงหัวใจของตัวเอง เธอจ้องมองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยสายตาที่เย็นเยียบดั่งน้ำแข็งขั้วโลก—สายตาที่ไร้ซึ่งเยื่อใยที่เคยมีให้กันในฐานะคนรักเก่า
ธีร์หัวเราะหึในลำคอ ใบหน้าของเขาดูซีดเผือดแม้พยายามจะฝืนยิ้มที่มุมปาก “ริน... คุณกำลังหลอนไปเอง สิ่งที่คุณพยายามปะติดปะต่อมันเป็นแค่ภาพในหัวของคุณเท่านั้น”
“ภาพในหัวเหรอคะ?” รินรดาลุกขึ้นยืนช้าๆ เดินอ้อมโต๊ะเข้าไปหาเขาจนระยะห่างลดน้อยลงจนแทบจะสัมผัสได้ถึงไออุ่นที่น่ารังเกียจนั้น “ถ้ามันเป็นแค่ภาพในหัว ทำไมเลขบัญชีที่โอนเข้าสู่กองทุนเถื่อนนั่น ถึงมีลายเซ็นดิจิทัลที่จดทะเบียนด้วยชื่อเล่นที่คุณใช้เรียกฉันแค่คนเดียวล่ะคะ”
ธีร์ชะงัก ลมหายใจของเขาเริ่มติดขัด ความมั่นใจที่เคยสร้างขึ้นมาพังทลายลงในพริบตา เขารีบก้มลงมองแฟ้มเอกสารบนโต๊ะ มือที่พยายามจะคว้ามันมาทำลายสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ แต่อคินที่ยืนเฝ้าอยู่ที่ประตูตั้งแต่ต้น กลับก้าวเข้ามาขวางไว้ด้วยท่าทางนิ่งเฉย ทว่าแววตาของช่างภาพหนุ่มกลับวาวโรจน์ไปด้วยความโกรธแค้น
“วางมือซะ ธีร์” อคินกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่เต็มไปด้วยแรงกดดัน “ผมถ่ายรูปทุกอย่างไว้หมดแล้ว วันที่นายไปยืนดักรอครอบครัวของรินที่สถานีรถไฟ วันที่นายวางแผนทำลายทุกอย่างเพื่อสนองปมด้อยในใจตัวเอง... นายไม่ใช่แค่เงาหรอก นายมันคือความมืดที่พยายามกัดกินคนอื่นเพื่อให้ตัวเองรู้สึกว่ามีตัวตน”
“นายเงียบไปเลยอคิน! มึงไม่มีสิทธิ์มายุ่งเรื่องของเรา!” ธีร์ตวาดลั่น ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเดือดดาลที่ปิดไม่มิด
รินรดามองดูการต่อสู้ทางอารมณ์ของทั้งคู่ด้วยความรู้สึกที่ว่างเปล่า ความโกรธแค้นที่เธอเคยมีมันมอดไหม้ไปหมดแล้ว เหลือเพียงความสมเพชที่แผ่ซ่านอยู่ในอก เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดเปิดไฟล์เสียงบันทึกบทสนทนาหนึ่งที่เพิ่งได้รับมาจาก ‘เงา’ ในอดีตเมื่อครู่
เสียงในเครื่องดังชัดเจน เป็นเสียงของธีร์ที่กำลังคุยกับบุคคลปริศนาถึงแผนการใส่ร้ายครอบครัวของเธอเพื่อฮุบสมบัติและทำลายเกียรติของตระกูล
“จำเสียงตัวเองได้ไหมคะ?” รินรดาถามเบาๆ แต่มันดังก้องในโสตประสาทของธีร์ “วันที่คุณกอดฉัน คุณพูดว่าคุณรัก... แต่ในวันที่คุณทำลายฉัน คุณกลับหัวเราะให้กับความทุกข์ของฉันผ่านโทรศัพท์เครื่องนี้”
ธีร์ทรุดตัวลงกับเก้าอี้ ดวงตาเบิกโพลง เขามองไปรอบห้องเหมือนคนหมดหนทาง สายตาที่เคยหยิ่งผยองถูกแทนที่ด้วยความหวาดกลัวต่อสิ่งที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้ เขาพยายามรวบรวมสติเพื่อจะพูดแก้ต่าง แต่เสียงของรินรดากลับตัดฉับขึ้นมาก่อน
“จบแล้วค่ะธีร์ ทุกอย่างที่ฉันเคยเสียไป วันนี้ฉันจะทวงคืนด้วยกฎหมาย... และด้วยมือของฉันเอง”
อคินเดินเข้ามาใกล้รินรดา พร้อมกับยื่นมือไปกุมมือที่เย็นเฉียบของเธอไว้เบาๆ เพื่อให้กำลังใจ ธีร์มองภาพนั้นด้วยความริษยาที่ยังคงพลุ่งพล่านอยู่ในใจ เขารู้ดีว่าเขากำลังจะสูญเสียทุกอย่าง แต่ในขณะที่ตำรวจที่ได้รับแจ้งจากอคินกำลังเดินทางมาถึงหน้าบ้านพักนั้น เขากลับเงยหน้าขึ้นและแสยะยิ้มที่น่าขนลุก
“ริน... คุณคิดว่าความจริงจบแค่นี้เหรอ?” ธีร์แค่นหัวเราะแม้ดวงตาจะไร้ความรู้สึก “คุณรู้จักพ่อตัวเองดีพอหรือยัง? ก่อนที่ครอบครัวคุณจะพังพินาศ ใครกันแน่ที่เป็นคนเปิดประตูให้ผมเข้าไปในบ้านวันนั้น...”
รินรดาชะงักกึก ความเย็นวาบแล่นผ่านสันหลังเมื่อได้ยินชื่อบุคคลที่ไม่คาดฝันหลุดออกมาจากปากของธีร์ พร้อมกับเสียงเคาะประตูบ้านดังรัวและหนักแน่นราวกับพายุที่กำลังโหมกระหน่ำเข้ามาในชีวิตที่เธอกำลังพยายามซ่อมแซมให้กลับมาเป็นปกติ
ดาวตกคืนคริสต์มาสขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามเดินทางผ่านรอยร้าวของความทรงจำมาด้วยกันจนถึงตอนนี้นะคะ
เงาไม้ใต้แสงดาว: บันทึกความทรงจำที่ไม่เคยจาง•ตอนที่ 40
ความจริงเปิดเผย
ผลงานโดย ดาวตกคืนคริสต์มาส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาวตกคืนคริสต์มาส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาไม้ใต้แสงดาว: บันทึกความทรงจำที่ไม่เคยจาง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!