"อย่าแม้แต่จะคิดก้าวเข้ามาในชีวิตฉันอีก ธีร์... สิ่งที่คุณทำมันเกินกว่าคำว่าให้อภัยไปนานแล้ว"
น้ำเสียงของรินรดาสั่นพร่า ทว่าแววตากลับแข็งกร้าวราวกับแก้วที่ผ่านการเจียระไนจนคมกริบ เธอไม่ถอยหนีแม้รอยร้าวที่บานประตูจะเริ่มปรากฏจากการกระแทกอย่างบ้าคลั่งจากฝั่งตรงข้าม ธีร์ในตอนนี้ไม่ได้ดูเหมือนอดีตคนรักที่แสนสุภาพอีกต่อไป เขากลายเป็นเพียงร่างที่เต็มไปด้วยโทสะและกลิ่นอายของความพ่ายแพ้ที่กัดกินจิตใจ
*ปัง! ปัง! ปัง!*
เสียงฝ่ามือกระแทกบานไม้ดังสนั่นหวั่นไหว รินรดาเห็นเพียงเงาตะคุ่มผ่านช่องตาแมว ดวงตาของชายหนุ่มแดงก่ำด้วยอารมณ์ที่พุ่งพล่าน
"เปิดประตูสิริน! เธอคิดว่าความเงียบของเธอจะซ่อนความจริงเรื่องพ่อของเธอไว้ได้ตลอดกาลหรือไง!" เสียงของธีร์แหบพร่าและสั่นเครือ มันไม่ใช่เสียงตะคอกด้วยความโกรธเพียงอย่างเดียว แต่มันคือเสียงของคนที่ไม่มีอะไรจะเสียอีกแล้ว
รินรดาพิงหลังกับบานประตู ลมหายใจของเธอขาดห้วง มือที่สั่นเทาคว้าขอบโต๊ะข้างกายแน่น เธอไม่ได้กลัวเขา แต่เธอกลัว 'ความจริง' ที่เขากำลังจะขุดคุ้ยออกมาต่างหาก ความลับที่เธอพยายามฝังกลบไว้ใต้ซากปรักหักพังของความทรงจำตลอดสิบปีที่ผ่านมา
ในวินาทีนั้นเอง เสียงเคาะที่รุนแรงกลับเงียบกริบลงอย่างกะทันหัน ความเงียบที่น่าสะพรึงกลัวปกคลุมไปทั่วบ้าน รินรดาชะงัก เธอเอียงหูฟัง ทว่าสิ่งที่ได้ยินกลับไม่ใช่เสียงฝีเท้าที่เดินจากไป แต่มันคือเสียงหัวเราะเบาๆ ที่เสียดแทงหัวใจ
"เธอกลัวสินะ ริน... กลัวว่าถ้าความจริงถูกเปิดเผย อคินคนนั้น... คนที่เธอคิดว่าเขาคือแสงสว่างในชีวิต จะมองเธอด้วยสายตาแบบไหนเมื่อรู้ว่าครอบครัวของเขาคือคนที่ต้องพินาศเพราะใคร"
หัวใจของรินรดากระตุกวูบ เธอรีบคว้าโทรศัพท์ขึ้นมา นิ้วมือที่เย็นเฉียบสั่นระริกขณะกดหาอคิน แต่หน้าจอกลับขึ้นเตือนว่า 'ไม่มีสัญญาณ' ราวกับมีใครบางคนจงใจตัดขาดเธอออกจากโลกภายนอก
"คุณไม่มีสิทธิ์พูดถึงเขา!" รินรดาตะโกนตอบผ่านบานประตู น้ำตาที่เธอพยายามกลั้นไว้เริ่มเอ่อล้น "คุณนั่นแหละที่ทำลายทุกอย่าง! คุณที่ทำให้ครอบครัวฉันต้องจบสิ้น คุณที่ใช้ความแค้นบังตาจนมองไม่เห็นความเป็นคน!"
"ฉันหรือที่ทำลาย?" เสียงของธีร์แผ่วเบาลงทว่าแฝงไปด้วยความร้าวราน "ฉันแค่คนโง่ที่หลงรักผู้หญิงที่พยายามจะฆ่าทั้งครอบครัวฉันในทางอ้อมต่างหากล่ะ รินรดา!"
วินาทีนั้นราวกับเวลาหยุดเดิน รินรดารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบถล่มลงมาตรงหน้า เธอทรุดตัวลงนั่งกับพื้นไม้ที่เย็นเฉียบ ภาพความทรงจำในอดีต—ภาพกองเพลิงในคืนที่แสนโหดร้าย—ย้อนกลับมาฉายชัดอีกครั้ง เธอไม่ได้เป็นเหยื่อผู้บริสุทธิ์อย่างที่เคยหลอกตัวเองมาตลอด... หรือนั่นคือสิ่งที่ธีร์ต้องการให้เธอเชื่อกันแน่?
ประตูห้องนั่งเล่นที่อยู่ถัดไปถูกเปิดออกเบาๆ ไม่ใช่จากทางเข้าหลัก แต่จากระเบียงข้างบ้าน อคินก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเรียบเฉยที่รินรดาไม่เคยเห็นมาก่อน ในมือของเขามีกล้องถ่ายรูปตัวเก่าที่ไม่ได้เปิดใช้งาน แต่สายตาของเขากลับจับจ้องไปยังรินรดาด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก
"ริน... พอเถอะ" อคินเอ่ยขึ้นเสียงเรียบ "เสียงของธีร์ข้างนอกนั่นไม่ได้สำคัญเท่ากับสิ่งที่อยู่ในใจคุณหรอก"
รินรดาเงยหน้าขึ้นมองคนรักด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสับสน "อคิน? คุณเข้ามา... คุณได้ยินที่เขาพูดใช่ไหม"
อคินเดินตรงเข้ามาหาเธอ เขาไม่ได้โอบกอดเหมือนทุกครั้งที่เธออ่อนแอ เขายืนห่างออกไปหนึ่งช่วงแขน ราวกับเส้นขนานที่ไม่มีวันบรรจบกัน "ผมได้ยินมาตลอด ริน เราต่างก็มีบาดแผล แต่ความแค้นของธีร์มันเป็นแค่เงาสะท้อนของความผิดพลาดในอดีตของเราทุกคน"
ธีร์ที่อยู่หน้าประตูเริ่มทุบประตูอีกครั้ง คราวนี้เขากระชากบานประตูจนสลักเริ่มเผยอออก แสงไฟจากภายนอกส่องลอดเข้ามาเป็นทางยาวกระทบกับใบหน้าของธีร์ที่เปียกชื้นไปด้วยเหงื่อและน้ำตา เขาพังประตูเข้ามาได้สำเร็จ!
ธีร์ถลาเข้ามาในบ้านทันทีที่บานประตูหลุดออกจากวงกบ ดวงตาของเขาจ้องเขม็งไปยังอคิน ก่อนจะหัวเราะอย่างบ้าคลั่งในลำคอ "อคิน! นายยังกล้ามายืนเคียงข้างเธออีกงั้นเหรอ? นายรู้ไหมว่าภาพถ่ายพวกนั้น... รูปถ่ายในตู้เซฟที่นายพยายามตามหามาตลอด มันอยู่ที่ไหน?"
อคินชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปสบตารินรดา รินรดารู้สึกถึงความหนาวเหน็บที่แล่นริ้วไปทั่วไขสันหลัง เมื่อเห็นแววตาของอคินที่เปลี่ยนไป แววตาที่ไม่ใช่ความอ่อนโยน แต่เป็นความผิดหวังอย่างลึกซึ้ง
"ริน... บอกเขาไปสิ" อคินพูดเสียงเย็น "บอกเขาไปว่าคุณเก็บรูปพวกนั้นไว้ที่ไหน บอกเขาว่าทำไมคุณถึงยอมให้เรื่องราวในอดีตมันกัดกินชีวิตเรามาจนถึงวันนี้"
รินรดารู้สึกเหมือนอากาศในห้องถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น ความจริงที่เธอพยายามซ่อนมาตลอดชีวิตกำลังจะถูกเปิดเผยในวินาทีนี้ ธีร์ก้าวเข้ามาใกล้เธอมากขึ้น ปลายมีดพับขนาดเล็กที่เขากำลังถืออยู่ในมือสะท้อนแสงไฟวับวาว มันไม่ใช่มีดสำหรับทำร้ายผู้อื่น แต่มันคือเครื่องหมายของการตัดสินใจครั้งสุดท้ายของเขา
"เรามาจบเรื่องนี้กันเถอะริน" ธีร์พูดพร้อมกับก้าวเดินเข้ามา "ในเมื่อความจริงมันคือคำสาป เราก็แค่ต้องทำลายที่มาของคำสาปนั้นเสีย"
รินรดาพยายามจะลุกหนี แต่ขาของเธอกลับไร้เรี่ยวแรง เธอหันไปมองอคินเพื่อขอความช่วยเหลือ ทว่าเขากลับทำเพียงแค่ยืนนิ่งเฉย มือที่ถือกล้องอยู่บีบแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าของใครบางคนดังขึ้นจากด้านหลังของบ้าน เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและเป็นจังหวะมากกว่าเสียงของธีร์หลายเท่า รินรดาเบิกตากว้างเมื่อเห็นเงาร่างของชายชราในชุดสีดำสนิทเดินออกมาจากเงามืดของห้องครัว—ชายคนที่รินรดาจำได้แม่นยำว่าเป็นคนที่เธอเคยเชื่อว่าตายไปแล้วในกองเพลิงเมื่อสิบปีก่อน!
ชายชราคนนั้นยกปืนขึ้นจ่อไปที่ธีร์ ก่อนจะหันมามองรินรดาด้วยสายตาที่เย็นชาดุจน้ำแข็ง "เล่นละครกันพอหรือยัง... รินรดา หลานสาวตัวน้อยของฉัน"
รินรดาลืมหายใจ ความลับที่เธอแบกไว้พังทลายลง พร้อมกับเสียงปืนที่ดังสนั่นก้องกังวานไปทั่วบ้านในคืนที่เงียบสงัด!
ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางผ่านความเจ็บปวดและแสงสว่างในเงาไม้ไปกับรินรดานะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
ดาวตกคืนคริสต์มาส
เงาไม้ใต้แสงดาว: บันทึกความทรงจำที่ไม่เคยจาง•ตอนที่ 41
บทเรียนจากความแค้น
ผลงานโดย ดาวตกคืนคริสต์มาส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาวตกคืนคริสต์มาส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาไม้ใต้แสงดาว: บันทึกความทรงจำที่ไม่เคยจาง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!