“วางปืนลงเสียเถอะธีร์... ก่อนที่ความแค้นจะเผาผลาญแม้กระทั่งลมหายใจสุดท้ายของนายเอง”
เสียงของรินรดาราบเรียบ หากทว่าสั่นไหวลึกๆ อยู่ในลำคอ เธอไม่ได้ถอยหนีแม้ปลายกระบอกปืนเย็นเฉียบของธีร์จะจ่อตรงมาที่หน้าอกของเธอ ท่ามกลางโกดังร้างที่คละคลุ้งไปด้วยกลิ่นน้ำมันเบนซินและฝุ่นควันจากเศษไม้เก่าๆ
ธีร์หัวเราะหึในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูแห้งแล้งและแตกสลาย แววตาของเขาไม่ได้สะท้อนภาพของหญิงสาวตรงหน้า แต่กำลังมองย้อนกลับไปในอดีตที่บิดเบี้ยว “ความแค้นน่ะเหรอริน? มันไม่ได้เผาฉันหรอก มันคือเชื้อเพลิงเดียวที่ทำให้ฉันยังมีชีวิตอยู่ต่างหาก... ตลอดเวลาที่เธอมีความสุขกับไอ้ช่างภาพนั่น เธอเคยรู้บ้างไหมว่าหัวใจของฉันมันกลายเป็นเถ้าถ่านไปตั้งแต่วันที่เธอเดินจากมา”
อคินที่ยืนอยู่ไม่ไกล ก้าวออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าว แม้จะรู้ว่าสถานการณ์นี้อันตรายเพียงใด “นายเข้าใจผิดมาตลอด ธีร์... รินไม่เคยจากนายไปเพราะความสุขของเธอเอง แต่เพราะเธอไม่อยากเห็นนายต้องพังพินาศไปพร้อมกับความยึดติดของนายต่างหาก”
“หุบปาก!” ธีร์ตวาด ลั่นไกปืนจ่อใกล้เข้ามาอีกจนรินรดาสัมผัสได้ถึงแรงสั่นไหวจากปลายนิ้วของเขาที่สั่นเทา “แกมันก็แค่คนนอก แกไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับนรกที่ฉันต้องเจอหลังจากที่เธอทิ้งไป”
รินรดาหลับตาลงครู่หนึ่ง ก่อนจะลืมตาขึ้นจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่แดงก่ำของอดีตคนรัก “ถ้าการที่ฉันรอดมาได้คือบาป งั้นให้ฉันเป็นคนรับกรรมนั้นเองเถอะค่ะ” เธอก้าวเข้าหาปลายกระบอกปืนโดยไม่สนใจอคินที่พยายามคว้าแขนเธอไว้ “ยิงสิคะธีร์... ถ้ามันจะทำให้ความเจ็บปวดในใจนายจางลงได้บ้าง แต่จงจำไว้ว่า เมื่อกระสุนนัดนี้ลั่นออกไป สิ่งเดียวที่นายจะทำลายไม่ใช่ฉัน แต่คือเศษเสี้ยวสุดท้ายของความเป็นมนุษย์ที่นายยังหลงเหลืออยู่”
ความเงียบงันปกคลุมพื้นที่กว้างใหญ่ มีเพียงเสียงลมหวีดหวิวที่ลอดผ่านรอยแตกของผนังไม้ ปะทะกับกลิ่นน้ำมันที่ถูกราดไว้รอบห้อง ธีร์หายใจหอบแรงขึ้นเรื่อยๆ มือที่ถือปืนสั่นเทิ้มอย่างเห็นได้ชัด ความเกลียดชังที่สั่งสมมานานปีเหมือนกำลังปะทะกับความทรงจำอันอ่อนหวานที่เขายังซ่อนไว้ในส่วนลึกที่สุดของหัวใจ
“ริน... ทำไมเธอถึงไม่เคยกลัวฉันเลย” ธีร์พึมพำ น้ำตาหยดหนึ่งไหลผ่านแก้มซูบตอบ “ทำไมเธอถึงต้องใจดีกับคนที่ทำลายชีวิตเธอด้วย”
“เพราะฉันรู้ว่าใต้เงาไม้ที่มืดมิดที่สุด ยังมีแสงดาวซ่อนอยู่เสมอ” รินรดาก้าวประชิดตัวเขาจนปลายกระบอกปืนแตะที่หน้าอกเสื้อของเธอ “นายไม่ใช่ปีศาจธีร์ นายเป็นเพียงเด็กผู้ชายคนหนึ่งที่หลงทางในคืนที่หนาวเหน็บ... วางมันลงนะคะ กลับบ้านเรากันเถอะ”
ทันใดนั้นเอง ธีร์ก็แค่นยิ้มออกมาเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะหันปลายกระบอกปืนออกจากรินรดาและจ่อเข้าที่ขมับของตัวเอง อคินพุ่งตัวเข้ามาด้วยสัญชาตญาณ แต่ทว่าประกายไฟจากปลายบุหรี่ที่ธีร์เคยทิ้งไว้บนพื้นซึ่งนองไปด้วยน้ำมันกลับกลายเป็นตัวเร่งปฏิกิริยา!
เปลวเพลิงสีส้มวูบวาบพุ่งพรวดขึ้นจากพื้นราวกับงูยักษ์ที่ตื่นจากการหลับใหล เสียงระเบิดเบาๆ ดังสนั่นไปทั่วโกดัง ควันไฟหนาทึบม้วนตัวขึ้นสูงกลืนกินทุกอย่างในพริบตา รินรดารู้สึกถึงแรงกระแทกมหาศาลที่ผลักเธอให้กระเด็นออกไปจากรัศมีของเปลวเพลิง ในขณะที่เสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัดท่ามกลางเสียงไฟที่โหมกระหน่ำ
ร่างของธีร์หายวับไปในม่านควัน อคินพยายามจะวิ่งฝ่ากองไฟเข้าไปแต่กลับถูกความร้อนที่ระอุจนหายใจไม่ออกสกัดไว้ รินรดาพยุงตัวขึ้นด้วยความเจ็บปวด เธอมองเข้าไปในใจกลางของความมืดมนที่มีเพียงแสงสีส้มแดงฉานเริงระบำ
ทว่า ในเสี้ยววินาทีก่อนที่โครงสร้างไม้ด้านบนจะถล่มลงมา เธอเห็นมือข้างหนึ่งยื่นออกมาจากกลุ่มควัน—ไม่ใช่มือของธีร์ แต่เป็นมือของผู้ชายที่สวมแหวนรุ่นที่เธอจำได้แม่นยำ... แหวนรุ่นที่เธอเคยทำหายไปเมื่อสิบปีก่อน ในวันที่ครอบครัวของเธอจากไปตลอดกาล!
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่านความเจ็บปวดและแสงสว่างมาด้วยกันจนถึงตอนนี้ แล้วพบกันในบทสรุปสุดท้ายนะคะ ดาวตกคืนคริสต์มาส
เงาไม้ใต้แสงดาว: บันทึกความทรงจำที่ไม่เคยจาง•ตอนที่ 42
ไฟที่เผาไหม้ทุกอย่าง
ผลงานโดย ดาวตกคืนคริสต์มาส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาวตกคืนคริสต์มาส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาไม้ใต้แสงดาว: บันทึกความทรงจำที่ไม่เคยจาง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!