"คุณเคยกลัว... การที่จะต้องจดจำอะไรสักอย่างเพียงเพราะว่ามันเป็นสิ่งเดียวที่เหลืออยู่ไหมคะ"
รินรดาเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันในห้องทำงานที่เต็มไปด้วยกลิ่นจางๆ ของกระดาษเก่าและน้ำยาล้างฟิล์ม เธอไม่ได้มองหน้าอคิน ดวงตาคู่สวยที่มักจะนิ่งสงบดั่งผิวน้ำยามไร้ลม บัดนี้กลับทอดมองออกไปนอกหน้าต่าง ที่ซึ่งความมืดมิดของยามค่ำคืนกลืนกินทุกสรรพสิ่งจนเหลือเพียงแสงไฟสลัวจากเสาไฟถนน
อคินที่กำลังขยับตัวจะจัดเรียงกองภาพถ่ายในมือชะงักลง เขาวางทุกอย่างลงช้าๆ พลางหันมามองแผ่นหลังที่ดูบอบบางแต่กลับแบกรับความหนักอึ้งไว้เกินกว่าที่ใครคนหนึ่งควรจะได้รับ ความเงียบในห้องยืดเยื้อราวกับจะถ่วงน้ำหนักหัวใจของคนทั้งคู่
"ความกลัวไม่ได้หมายถึงความอ่อนแอหรอกนะรดา" อคินตอบเสียงเรียบ ทว่าก้องกังวานด้วยความปรารถนาดี เขาก้าวเข้ามาใกล้โดยเว้นระยะห่างที่พอเหมาะ ไม่รุกล้ำเกินไปแต่ก็ไม่ปล่อยให้เธอต้องเดียวดาย "บางครั้ง... การเก็บความทรงจำไว้ในที่มืดมันก็ทำให้เราเจ็บปวดมากกว่าการปล่อยให้มันได้รับแสงบ้าง"
รินรดาหมุนตัวกลับมา เผยให้เห็นแววตาที่สั่นไหวเพียงชั่วครู่ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความเรียบเฉยตามความเคยชิน เธอเดินไปที่โต๊ะทำงาน หยิบกล่องไม้ใบเก่าที่ล็อกแน่นหนาออกมาวางลง
"ธีร์... เขาไม่ได้แค่ต้องการทำลายความสุขของฉัน" เสียงของเธอแผ่วเบาเหมือนกระซิบ "เขากำลังพยายามลบตัวตนของครอบครัวฉันทิ้งไป เพียงเพราะเขาไม่สามารถยอมรับได้ว่า คนที่เขามองว่าด้อยค่าในวันวาน คือคนเดียวที่ได้รับความรักจากพ่อและแม่ของเขามากกว่าที่เขาเคยได้รับ"
อคินขมวดคิ้ว "ที่เขาทำแบบนี้ เพราะเขารู้เรื่องในคืนนั้นใช่ไหม คืนที่บ้านของคุณต้องพังทลาย"
"เขาเป็นคนทำลายมันค่ะ"
คำพูดนั้นเรียบง่าย ทว่ารุนแรงราวกับมีดกรีดลงบนความเงียบ อคินรู้สึกเหมือนลมหายใจสะดุด เขาไม่เคยคิดว่าความบาดหมางที่ธีร์แสดงออกจะลึกซึ้งถึงขั้นอาชญากรรมทางจิตวิญญาณได้ขนาดนี้ รินรดายกมือขึ้นลูบขอบกล่องไม้ นิ้วมือของเธอสั่นเทาเล็กน้อยเมื่อสัมผัสกับรอยตำหนิบนฝากล่อง
"คืนนั้นฝนตกหนักมาก ฉันยังจำเสียงกระจกแตกและเสียงตะโกนของแม่ได้ดีที่สุด" เธอเริ่มเล่า ภาพในอดีตฉายชัดในห้วงความคิด "ธีร์ไม่ได้ตั้งใจจะฆ่าใครตั้งแต่แรก แต่ความริษยาที่เขาสั่งสมมาตั้งแต่วัยเด็กทำให้เขาขาดสติ เขาจุดไฟในห้องเก็บเอกสารเพียงเพื่อจะทำลายผลงานที่พ่อฉันภูมิใจ... แต่เขาไม่รู้หรอกว่าตอนนั้น ฉันกับน้องสาวซ่อนตัวอยู่ในนั้นด้วย"
อคินทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ข้างๆ ความรู้สึกอึดอัดแน่นในอก เขาเพิ่งเข้าใจว่าทำไมรินรดาถึงได้กลายเป็นคนที่หวาดกลัวการผูกมัดและมักจะสร้างกำแพงกั้นผู้คนไว้เสมอ เธอไม่ได้เพียงแค่สูญเสียครอบครัว แต่เธอสูญเสียความไว้ใจในมนุษย์ไปในคืนนั้นด้วย
"ทำไมคุณถึงไม่บอกตำรวจ หรือเอาเรื่องเขาให้ถึงที่สุด" อคินถามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
"เพราะเขาถือหลักฐานบางอย่างไว้" รินรดาเงยหน้าสบตาเขา แววตานั้นเต็มไปด้วยความแค้นเคืองที่ซ่อนอยู่ลึกๆ "บันทึกของพ่อ... ที่ธีร์ขโมยไป มันมีบางอย่างที่ถ้าเปิดเผยออกมา จะทำให้ชื่อเสียงของครอบครัวฉันด่างพร้อยตลอดกาล เขาใช้มันเป็นเครื่องต่อรองว่าถ้าฉันเปิดปาก เขาก็จะแฉเรื่องที่พ่อฉันอาจจะไม่ได้บริสุทธิ์อย่างที่ทุกคนคิด"
ความจริงที่คาดไม่ถึงกระแทกเข้ากลางใจของอคิน ความเงียบกลับมาเยือนอีกครั้ง แต่มันไม่ใช่ความเงียบที่อึดอัด หากเป็นความเงียบที่เต็มไปด้วยความพยายามจะทำความเข้าใจเรื่องราวทั้งหมดที่ซับซ้อนเกินกว่าจะอธิบายได้ด้วยคำพูดเพียงไม่กี่คำ
อคินเอื้อมมือไปแตะบนมือของรินรดาอย่างแผ่วเบา สัมผัสที่อบอุ่นนั้นทำให้รินรดาสะดุ้งเล็กน้อย แต่เธอไม่ได้ดึงมือออก "รดา... ไม่ว่าพ่อของคุณจะเป็นอย่างไรในอดีต แต่นั่นไม่ใช่ความผิดของคุณ และคุณไม่จำเป็นต้องแบกมันไว้คนเดียวตลอดไป"
"ถ้าฉันปล่อยมือจากเรื่องนี้ ชีวิตของฉันก็คงไม่มีอะไรเหลือให้ยึดเหนี่ยวแล้วค่ะ อคิน"
"คุณยังมีฉัน" อคินเอ่ยคำนั้นออกมาอย่างหนักแน่น ทว่ารินรดากลับยิ้มขื่นๆ ให้กับคำปลอบโยนนั้น "คุณอาจจะเปลี่ยนใจในไม่ช้า... เมื่อคุณได้เห็นว่าสิ่งที่อยู่ในกล่องนี้มันทำลายชีวิตคนไปได้มากแค่ไหน"
รินรดาตัดสินใจคลายล็อกกล่องไม้ เสียงกุญแจเหล็กกระทบกันดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน เธอค่อยๆ เปิดฝากล่องออก ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นที่หน้าประตูห้องทำงานของเธอ ตามมาด้วยเสียงเคาะประตูที่ไม่ได้เป็นจังหวะเชิญชวน แต่เป็นการทุบประตูด้วยความรุนแรงราวกับจะพังทลายมันลง
*ปัง! ปัง! ปัง!*
"รินรดา! เปิดประตูเดี๋ยวนี้! ฉันรู้ว่าเธออยู่ที่นั่น... และฉันก็รู้ด้วยว่าเธอกำลังเล่าเรื่องโง่ๆ อะไรให้ช่างภาพกระจอกนั่นฟัง!"
เสียงของธีร์ดังแทรกผ่านประตูเข้ามา น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความกราดเกรี้ยวและจิตสังหารที่ยากจะระงับ รินรดาสะดุ้งสุดตัว มือที่ถือรูปถ่ายในกล่องสั่นสะท้าน อคินลุกขึ้นยืนทันที เขารีบขยับมาบังร่างของรินรดาไว้ข้างหลังด้วยสัญชาตญาณของการปกป้อง
ทว่ารินรดาที่เพิ่งจะสงบลงได้เพียงชั่วครู่กลับหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาจากกล่อง สายตาของเธอจ้องมองมันด้วยความตื่นตระหนกปนหวาดหวั่น เธอพึมพำกับตัวเองเสียงเบาจนอคินแทบไม่ได้ยิน
"ไม่จริง... นี่มันไม่ใช่สิ่งที่เขาเคยขู่ฉันไว้"
อคินหันไปมองเธอ "มันคืออะไร รดา"
รินรดาสบตาอคินด้วยความหวาดกลัวที่ฉายชัดจนเขาใจหาย "นี่ไม่ใช่บันทึกของพ่อ... แต่มันคือรายชื่อของผู้มีอิทธิพลที่ธีร์รับเงินมาเพื่อกำจัดครอบครัวฉันต่างหาก... อคิน... เราไม่ได้กำลังสู้กับธีร์เพียงคนเดียวแล้ว"
ทันใดนั้น ประตูห้องก็ถูกถีบจนเปิดผางออก ร่างสูงใหญ่ของธีร์ก้าวเข้ามาในห้องพร้อมกับรอยยิ้มที่บิดเบี้ยวและปืนในมือที่เล็งตรงมาที่ทั้งสองคน
ดาวตกคืนคริสต์มาสขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความสั่นไหวและรอยร้าวในหัวใจของตัวละครไปกับดาวตกคืนคริสต์มาสนะคะ
เงาไม้ใต้แสงดาว: บันทึกความทรงจำที่ไม่เคยจาง•ตอนที่ 22
ก้าวข้ามขีดจำกัด
ผลงานโดย ดาวตกคืนคริสต์มาส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาวตกคืนคริสต์มาส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาไม้ใต้แสงดาว: บันทึกความทรงจำที่ไม่เคยจาง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!