เงาไม้ใต้แสงดาว: บันทึกความทรงจำที่ไม่เคยจาง•ตอนที่ 22

ก้าวข้ามขีดจำกัด

ผลงานโดย ดาวตกคืนคริสต์มาส
"คุณเคยกลัว... การที่จะต้องจดจำอะไรสักอย่างเพียงเพราะว่ามันเป็นสิ่งเดียวที่เหลืออยู่ไหมคะ" รินรดาเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันในห้องทำงานที่เต็มไปด้วยกลิ่นจางๆ ของกระดาษเก่าและน้ำยาล้างฟิล์ม เธอไม่ได้มองหน้าอคิน ดวงตาคู่สวยที่มักจะนิ่งสงบดั่งผิวน้ำยามไร้ลม บัดนี้กลับทอดมองออกไปนอกหน้าต่าง ที่ซึ่งความมืดมิดของยามค่ำคืนกลืนกินทุกสรรพสิ่งจนเหลือเพียงแสงไฟสลัวจากเสาไฟถนน อคินที่กำลังขยับตัวจะจัดเรียงกองภาพถ่ายในมือชะงักลง เขาวางทุกอย่างลงช้าๆ พลางหันมามองแผ่นหลังที่ดูบอบบางแต่กลับแบกรับความหนักอึ้งไว้เกินกว่าที่ใครคนหนึ่งควรจะได้รับ ความเงียบในห้องยืดเยื้อราวกับจะถ่วงน้ำหนักหัวใจของคนทั้งคู่ "ความกลัวไม่ได้หมายถึงความอ่อนแอหรอกนะรดา" อคินตอบเสียงเรียบ ทว่าก้องกังวานด้วยความปรารถนาดี เขาก้าวเข้ามาใกล้โดยเว้นระยะห่างที่พอเหมาะ ไม่รุกล้ำเกินไปแต่ก็ไม่ปล่อยให้เธอต้องเดียวดาย "บางครั้ง... การเก็บความทรงจำไว้ในที่มืดมันก็ทำให้เราเจ็บปวดมากกว่าการปล่อยให้มันได้รับแสงบ้าง" รินรดาหมุนตัวกลับมา เผยให้เห็นแววตาที่สั่นไหวเพียงชั่วครู่ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความเรียบเฉยตามความเคยชิน เธอเดินไปที่โต๊ะทำงาน หยิบกล่องไม้ใบเก่าที่ล็อกแน่นหนาออกมาวางลง "ธีร์... เขาไม่ได้แค่ต้องการทำลายความสุขของฉัน" เสียงของเธอแผ่วเบาเหมือนกระซิบ "เขากำลังพยายามลบตัวตนของครอบครัวฉันทิ้งไป เพียงเพราะเขาไม่สามารถยอมรับได้ว่า คนที่เขามองว่าด้อยค่าในวันวาน คือคนเดียวที่ได้รับความรักจากพ่อและแม่ของเขามากกว่าที่เขาเคยได้รับ" อคินขมวดคิ้ว "ที่เขาทำแบบนี้ เพราะเขารู้เรื่องในคืนนั้นใช่ไหม คืนที่บ้านของคุณต้องพังทลาย" "เขาเป็นคนทำลายมันค่ะ" คำพูดนั้นเรียบง่าย ทว่ารุนแรงราวกับมีดกรีดลงบนความเงียบ อคินรู้สึกเหมือนลมหายใจสะดุด เขาไม่เคยคิดว่าความบาดหมางที่ธีร์แสดงออกจะลึกซึ้งถึงขั้นอาชญากรรมทางจิตวิญญาณได้ขนาดนี้ รินรดายกมือขึ้นลูบขอบกล่องไม้ นิ้วมือของเธอสั่นเทาเล็กน้อยเมื่อสัมผัสกับรอยตำหนิบนฝากล่อง "คืนนั้นฝนตกหนักมาก ฉันยังจำเสียงกระจกแตกและเสียงตะโกนของแม่ได้ดีที่สุด" เธอเริ่มเล่า ภาพในอดีตฉายชัดในห้วงความคิด "ธีร์ไม่ได้ตั้งใจจะฆ่าใครตั้งแต่แรก แต่ความริษยาที่เขาสั่งสมมาตั้งแต่วัยเด็กทำให้เขาขาดสติ เขาจุดไฟในห้องเก็บเอกสารเพียงเพื่อจะทำลายผลงานที่พ่อฉันภูมิใจ... แต่เขาไม่รู้หรอกว่าตอนนั้น ฉันกับน้องสาวซ่อนตัวอยู่ในนั้นด้วย" อคินทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ข้างๆ ความรู้สึกอึดอัดแน่นในอก เขาเพิ่งเข้าใจว่าทำไมรินรดาถึงได้กลายเป็นคนที่หวาดกลัวการผูกมัดและมักจะสร้างกำแพงกั้นผู้คนไว้เสมอ เธอไม่ได้เพียงแค่สูญเสียครอบครัว แต่เธอสูญเสียความไว้ใจในมนุษย์ไปในคืนนั้นด้วย "ทำไมคุณถึงไม่บอกตำรวจ หรือเอาเรื่องเขาให้ถึงที่สุด" อคินถามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ "เพราะเขาถือหลักฐานบางอย่างไว้" รินรดาเงยหน้าสบตาเขา แววตานั้นเต็มไปด้วยความแค้นเคืองที่ซ่อนอยู่ลึกๆ "บันทึกของพ่อ... ที่ธีร์ขโมยไป มันมีบางอย่างที่ถ้าเปิดเผยออกมา จะทำให้ชื่อเสียงของครอบครัวฉันด่างพร้อยตลอดกาล เขาใช้มันเป็นเครื่องต่อรองว่าถ้าฉันเปิดปาก เขาก็จะแฉเรื่องที่พ่อฉันอาจจะไม่ได้บริสุทธิ์อย่างที่ทุกคนคิด" ความจริงที่คาดไม่ถึงกระแทกเข้ากลางใจของอคิน ความเงียบกลับมาเยือนอีกครั้ง แต่มันไม่ใช่ความเงียบที่อึดอัด หากเป็นความเงียบที่เต็มไปด้วยความพยายามจะทำความเข้าใจเรื่องราวทั้งหมดที่ซับซ้อนเกินกว่าจะอธิบายได้ด้วยคำพูดเพียงไม่กี่คำ อคินเอื้อมมือไปแตะบนมือของรินรดาอย่างแผ่วเบา สัมผัสที่อบอุ่นนั้นทำให้รินรดาสะดุ้งเล็กน้อย แต่เธอไม่ได้ดึงมือออก "รดา... ไม่ว่าพ่อของคุณจะเป็นอย่างไรในอดีต แต่นั่นไม่ใช่ความผิดของคุณ และคุณไม่จำเป็นต้องแบกมันไว้คนเดียวตลอดไป" "ถ้าฉันปล่อยมือจากเรื่องนี้ ชีวิตของฉันก็คงไม่มีอะไรเหลือให้ยึดเหนี่ยวแล้วค่ะ อคิน" "คุณยังมีฉัน" อคินเอ่ยคำนั้นออกมาอย่างหนักแน่น ทว่ารินรดากลับยิ้มขื่นๆ ให้กับคำปลอบโยนนั้น "คุณอาจจะเปลี่ยนใจในไม่ช้า... เมื่อคุณได้เห็นว่าสิ่งที่อยู่ในกล่องนี้มันทำลายชีวิตคนไปได้มากแค่ไหน" รินรดาตัดสินใจคลายล็อกกล่องไม้ เสียงกุญแจเหล็กกระทบกันดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน เธอค่อยๆ เปิดฝากล่องออก ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นที่หน้าประตูห้องทำงานของเธอ ตามมาด้วยเสียงเคาะประตูที่ไม่ได้เป็นจังหวะเชิญชวน แต่เป็นการทุบประตูด้วยความรุนแรงราวกับจะพังทลายมันลง *ปัง! ปัง! ปัง!* "รินรดา! เปิดประตูเดี๋ยวนี้! ฉันรู้ว่าเธออยู่ที่นั่น... และฉันก็รู้ด้วยว่าเธอกำลังเล่าเรื่องโง่ๆ อะไรให้ช่างภาพกระจอกนั่นฟัง!" เสียงของธีร์ดังแทรกผ่านประตูเข้ามา น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความกราดเกรี้ยวและจิตสังหารที่ยากจะระงับ รินรดาสะดุ้งสุดตัว มือที่ถือรูปถ่ายในกล่องสั่นสะท้าน อคินลุกขึ้นยืนทันที เขารีบขยับมาบังร่างของรินรดาไว้ข้างหลังด้วยสัญชาตญาณของการปกป้อง ทว่ารินรดาที่เพิ่งจะสงบลงได้เพียงชั่วครู่กลับหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาจากกล่อง สายตาของเธอจ้องมองมันด้วยความตื่นตระหนกปนหวาดหวั่น เธอพึมพำกับตัวเองเสียงเบาจนอคินแทบไม่ได้ยิน "ไม่จริง... นี่มันไม่ใช่สิ่งที่เขาเคยขู่ฉันไว้" อคินหันไปมองเธอ "มันคืออะไร รดา" รินรดาสบตาอคินด้วยความหวาดกลัวที่ฉายชัดจนเขาใจหาย "นี่ไม่ใช่บันทึกของพ่อ... แต่มันคือรายชื่อของผู้มีอิทธิพลที่ธีร์รับเงินมาเพื่อกำจัดครอบครัวฉันต่างหาก... อคิน... เราไม่ได้กำลังสู้กับธีร์เพียงคนเดียวแล้ว" ทันใดนั้น ประตูห้องก็ถูกถีบจนเปิดผางออก ร่างสูงใหญ่ของธีร์ก้าวเข้ามาในห้องพร้อมกับรอยยิ้มที่บิดเบี้ยวและปืนในมือที่เล็งตรงมาที่ทั้งสองคน ดาวตกคืนคริสต์มาสขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความสั่นไหวและรอยร้าวในหัวใจของตัวละครไปกับดาวตกคืนคริสต์มาสนะคะ
สารจากนักเขียน (ดาวตกคืนคริสต์มาส)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาไม้ใต้แสงดาว: บันทึกความทรงจำที่ไม่เคยจาง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%