เงาไม้ใต้แสงดาว: บันทึกความทรงจำที่ไม่เคยจาง•ตอนที่ 4

จดหมายที่ไม่มีจ่าหน้า

ผลงานโดย ดาวตกคืนคริสต์มาส
“ถ้าจะฆ่ากันให้ตาย ก็ช่วยทำในที่ที่ฉันมองเห็นหน้าชัดๆ หน่อยเถอะค่ะ” รินรดาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าสั่นไหวเล็กน้อยในระดับที่คนช่างสังเกตเท่านั้นที่จะสัมผัสได้ เธอวางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะทำงานที่รกเรื้อไปด้วยข้าวของชิ้นสำคัญจากอดีต สายตาของเธอยังคงจับจ้องไปที่ซองจดหมายสีขาวสะอาดตาที่วางเด่นอยู่บนพรมเช็ดเท้าหน้าห้องพัก—ซองที่ไม่มีแม้แต่รอยแสตมป์ ชื่อผู้ส่ง หรือกระทั่งที่อยู่ผู้รับ ไม่มีใครรู้ว่าเธออยู่ที่นี่... ไม่มีใครนอกจากเขา เสียงฝีเท้าหนักๆ ของอคินดังขึ้นที่หน้าประตูในจังหวะที่เธอตัดสินใจเอื้อมมือไปหยิบจดหมายฉบับนั้นขึ้นมา สัญชาตญาณการป้องกันตัวสั่งให้รินรดาซ่อนจดหมายไว้ใต้สมุดบันทึกเล่มหนาอย่างรวดเร็ว เธอขยับตัวกลับมานั่งเก้าอี้ ปรับสีหน้าให้เป็นปกติก่อนที่เขาจะเปิดประตูเข้ามา “ริน... ผมซื้อกาแฟมาฝาก” อคินก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มที่มักจะส่งให้เธอเสมอ แต่วันนี้ดวงตาคู่นั้นกลับดูหม่นแสงลงอย่างประหลาด เขาชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อเห็นท่าทีที่ผิดปกติของหญิงสาว “เป็นอะไรไปหรือเปล่า? ดูหน้าคุณซีดๆ นะ” “ฉันแค่... นอนไม่ค่อยหลับค่ะ” รินรดาตอบพลางรับแก้วกาแฟมาถือไว้ ความร้อนจากแก้วไม่ได้ช่วยให้ปลายนิ้วที่เย็นเฉียบของเธออุ่นขึ้นเลยแม้แต่น้อย เธอสังเกตเห็นรอยเปื้อนสีดำคล้ายถ่านบนปกเสื้อเชิ้ตของเขา “แล้วคุณล่ะคะ ไปทำอะไรมา ทำไมเสื้อถึงเป็นรอยแบบนั้น?” อคินก้มมองเสื้อตัวเองแล้วหัวเราะเบาๆ ในลำคอ “พอดีแวะไปที่โรงพิมพ์เก่าหลังตลาดมาน่ะครับ อยากได้รูปฟิล์มบางส่วนที่เก็บไว้ที่นั่น... ฝุ่นมันเยอะไปหน่อย” คำตอบนั้นฟังดูสมเหตุสมผล แต่ในความรู้สึกของรินรดา มันกลับดูประดิษฐ์จนน่าหวาดหวั่น เธอจำได้ดีว่าโรงพิมพ์นั้นปิดตัวไปนานกว่าสามปีแล้วหลังจากเกิดเหตุเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ และคนส่วนใหญ่ก็ไม่มีใครกล้าเฉียดกรายไปแถวนั้น เมื่ออคินขอตัวไปจัดเตรียมอุปกรณ์กล้องในห้องนั่งเล่น รินรดาก็รีบคว้าจดหมายฉบับนั้นออกมาฉีกเปิดด้วยใจที่เต้นระรัว กระดาษด้านในไม่ได้ถูกพิมพ์ด้วยเครื่องจักร แต่มันถูกเขียนด้วยลายมือหวัดๆ ที่ดูคุ้นตาอย่างน่าประหลาดใจ *‘ระวังคนที่ยิ้มให้เธอในยามที่เธอมืดแปดด้านที่สุด... บางทีแสงดาวที่เธอคิดว่านำทาง อาจเป็นเพียงเงาของกับดักที่เขากางไว้รออยู่ ไม่ว่าเขาจะเป็นใคร อย่าเชื่อใจแม้แต่ลมหายใจของตัวเอง – จากคนที่รู้ดีที่สุด’* รินรดาตัวชาไปทั้งร่าง สายตาของเธอเลื่อนไปมองที่ประตูห้องนั่งเล่นที่แง้มอยู่เล็กน้อย เห็นเพียงแผ่นหลังของอคินที่กำลังตรวจสอบเลนส์กล้องอย่างใจจดใจจ่อ ชายหนุ่มผู้ที่ก้าวเข้ามาในชีวิตเธอในวันที่เธอสูญเสียทุกอย่าง ชายผู้ที่เป็น ‘แสงสว่าง’ เพียงหนึ่งเดียวในโลกที่มืดมิดของเธอ แต่แล้วภาพในอดีตก็แล่นเข้ามาในหัว... ภาพของธีร์ อดีตคนรักที่มักจะทำตัวเป็นสุภาพบุรุษแสนดีก่อนจะทิ้งรอยแผลเป็นไว้ให้เธอทั้งกายและใจ รินรดากำจดหมายในมือแน่นจนกระดาษยับย่น หรือนี่จะเป็นกลเกมของธีร์ที่ต้องการจะทำลายความไว้ใจเพียงน้อยนิดที่เธอยังเหลืออยู่? หรือจะเป็นคำเตือนจริงๆ จากคนที่เห็นตัวตนที่แท้จริงของอคิน? “ริน... คุณว่ามุมนี้เป็นไง?” เสียงอคินตะโกนแทรกเข้ามาขัดจังหวะความคิด เธอสะดุ้งสุดตัวและรีบยัดจดหมายเข้าช่องลับในกระเป๋าถือ “สวยดีค่ะ... สวยจนน่ากลัวเลย” เธอตอบกลับไปโดยไม่ได้มองภาพที่เขาถามถึง เมื่อบรรยากาศเริ่มอึดอัด อคินวางกล้องลงแล้วเดินเข้ามาหาเธอช้าๆ เขาทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าที่ข้างเก้าอี้ ดวงตาสีน้ำตาลเข้มจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเธอเหมือนจะอ่านความลับที่ซ่อนอยู่ “คุณกำลังกลัวอะไรอยู่หรือเปล่า ริน? บอกผมได้ไหม... ผมสัญญาว่าจะไม่มีวันปล่อยให้ใครมาทำร้ายคุณได้” รินรดาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่นั้น พยายามหาเศษเสี้ยวของความลวง แต่สิ่งที่เธอเห็นกลับมีเพียงความปรารถนาดีที่ดูจริงใจจนน่าเจ็บปวด เธอลังเล... นิ้วของเธอสัมผัสได้ถึงคมกระดาษของจดหมายในกระเป๋าที่อยู่ใกล้ตัว “ฉัน... ฉันแค่คิดถึงเรื่องอดีตค่ะ” เธอโกหกคำโต อคินยกยิ้มอ่อนโยนก่อนจะยื่นมือมาแตะเบาๆ ที่พวงแก้มของเธอ ความอุ่นจากมือเขาทำให้รินรดารู้สึกสับสนจนแทบบ้า ในวินาทีนั้นเอง เสียงโทรศัพท์มือถือของอคินก็ดังขึ้น เขาหยิบมันขึ้นมาดู แล้วสีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว—จากความอ่อนโยนกลายเป็นความเย็นชาที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน เขาตัดสายทิ้งโดยไม่รับ และวางโทรศัพท์คว่ำหน้าลงกับโต๊ะด้วยท่าทางกระวนกระวาย “ใครโทรมาเหรอคะ?” รินรดาถามด้วยน้ำเสียงที่พยายามจะให้เป็นปกติที่สุด “โฆษณาน่ะครับ... ไม่มีอะไร” เขาตอบสั้นๆ ก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วเดินออกไปที่ระเบียงห้องทันที รินรดารอจนแน่ใจว่าเขาออกไปแล้ว เธอจึงแอบหยิบโทรศัพท์ของเขาขึ้นมาเปิดดูด้วยมือที่สั่นเทา หน้าจอที่ยังสว่างอยู่เผยให้เห็นข้อความล่าสุดจากหมายเลขที่ไม่ได้บันทึกชื่อไว้ *‘แผนการคืบหน้าไปถึงไหน? อย่าลืมว่าถ้าผู้หญิงคนนั้นรู้ความจริง... เราทั้งคู่ไม่รอดแน่ ธีร์สั่งให้จัดการเรื่องนี้ให้จบภายในคืนนี้’* โลกทั้งใบของรินรดาหมุนคว้างเมื่อเห็นชื่อ ‘ธีร์’ ปรากฏบนหน้าจอ สิ่งที่น่ากลัวกว่าการถูกหักหลัง คือการรู้ว่าคนที่เธอฝากชีวิตไว้ด้วยตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา แท้จริงแล้วคือหมากตัวสำคัญที่ถูกส่งมาเพื่อต้อนเธอให้จนมุม เสียงเปิดประตูดังขึ้นอีกครั้ง อคินยืนอยู่ตรงนั้นด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง เขาไม่ได้มองเธอด้วยความอ่อนโยนอีกต่อไป แต่เป็นสายตาของนักล่าที่พบเหยื่อในกรงขังที่ไม่มีทางหนี “คุณแอบดูโทรศัพท์ผม... อย่างนั้นเหรอครับ รินรดา?” ด้วยรักจาก "ดาวตกคืนคริสต์มาส" ค่ะ
สารจากนักเขียน (ดาวตกคืนคริสต์มาส)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาไม้ใต้แสงดาว: บันทึกความทรงจำที่ไม่เคยจาง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%