“อย่าขยับ... ริน”
เสียงของอคินไม่ได้ดังนัก แต่มันสั่นพร่าและแฝงไปด้วยความตึงเครียดที่แทรกซึมไปถึงกระดูกสันหลังของรินรดา ความมืดมิดในห้องไม่ได้เพียงแค่บดบังทัศนียภาพ แต่มันกำลังกัดกินความกล้าหาญที่เหลืออยู่น้อยนิดของเธอ สัมผัสเย็นเฉียบบนไหล่นั้นยังคงชัดเจน ราวกับรอยประทับจากน้ำแข็งที่ค่อยๆ ลุกลามความหนาวเหน็บไปทั่วร่าง
หัวใจของรินรดาเต้นรัวราวกับกลองรบที่กำลังจะแตกสลาย เธอสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายจางๆ... กลิ่นน้ำหอมผสมกับกลิ่นอับของไม้เก่าที่เธอจำได้แม่นยำ มันคือกลิ่นของอดีตที่เธอพยายามฝังกลบไว้ใต้ผืนดินที่เรียกว่าความลืมเลือน
“อคิน...” เธอเรียกชื่อเขาแผ่วเบา เสียงของเธอแหบพร่า “นั่น... นั่นไม่ใช่คนใช่ไหม”
อคินไม่ตอบ เขาขยับตัวเข้ามาใกล้จนไหล่ของเขาเบียดกับไหล่เธอ ความอบอุ่นจากร่างกายของเขากลายเป็นปราการด่านสุดท้ายที่กันไม่ให้เธอร่วงหล่นลงสู่ความหวาดกลัวที่ไร้ก้นบึ้ง เขาหยิบไฟฉายจากกระเป๋ากางเกง มือที่มักจะมั่นคงเวลาถือกล้องถ่ายรูปบัดนี้กลับสั่นเทาเล็กน้อยเมื่อเขาเปิดสวิตช์ แสงไฟสีขาวนวลสว่างวาบขึ้น ทะลุผ่านความมืดเข้าปะทะกับกำแพงห้องที่ว่างเปล่า
ความเงียบงันถาโถมเข้าใส่ราวกับคลื่นยักษ์ ไม่มีใครอยู่ตรงนั้น... ไม่มีแม้แต่เงา แต่ทว่า บนไหล่ของรินรดา ผ้าแจ็กเก็ตสีเข้มของเธอมีรอยเปียกชื้นเป็นวงกว้าง คล้ายกับมีใครบางคนเพิ่งจะวางมือลงไปจริงๆ
รินรดาทรุดตัวลงนั่งกับพื้นอย่างหมดแรง อคินรีบเข้าไปประคอง เธอเห็นสายตาของเขาสะท้อนความเจ็บปวดและความห่วงใยที่ลึกซึ้งจนเธอเกือบจะร้องไห้ออกมา
“ฉันไม่ได้ตาฝาดใช่ไหม อคิน” รินรดาถามพลางยกมือขึ้นลูบไหล่ตัวเอง สัมผัสนั้นยังหลอกหลอน “มันเหมือนกับว่า... เขาจะกลับมาทวงคืนทุกอย่าง”
อคินไม่ได้ตอบทันที เขาหันไปมองรอบห้องด้วยสายตาดุดันที่รินรดาไม่เคยเห็นมาก่อน ก่อนจะหันกลับมาสบตาเธอด้วยความแน่วแน่ “ไม่ว่าจะเป็นใครหรืออะไรก็ตามริน... ฉันอยู่นี่ และฉันจะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายเธอได้อีก ต่อให้ต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม”
ท่ามกลางมรสุมอารมณ์ที่พัดกระหน่ำในใจรินรดา เสียงเคาะประตูห้องก็ดังขึ้นอย่างรัวและถี่ ราวกับคนที่อยู่ด้านนอกกำลังร้อนรนจนรอไม่ไหว รินรดาสะดุ้งเฮือก อคินขยับตัวไปขวางหน้าเธอไว้อย่างอัตโนมัติ เขาค่อยๆ เดินไปที่ประตู ก่อนจะตัดสินใจเปิดมันออกช้าๆ
คนที่ยืนอยู่ตรงหน้าคือ ‘มายา’ เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของรินรดา ใบหน้าของเธอซีดเผือด ผมเผ้าดูยุ่งเหยิงผิดจากมาดสาวมั่นที่เคยเป็น ดวงตาคู่สวยแดงก่ำจากการผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก
“ริน! แกต้องไปกับฉัน เดี๋ยวนี้!” มายาแทรกตัวเข้ามาในห้องโดยไม่รอคำอนุญาต เธอตรงดิ่งเข้ามากอดรินรดาแน่นจนแทบหายใจไม่ออก “ฉันเห็นธีร์... ฉันเห็นเขาที่หน้าตึกเมื่อครู่นี้ เขากำลังจ้องขึ้นมาที่ห้องแก... ริน เขาไม่ได้มาดีแน่ๆ”
รินรดาตัวแข็งทื่อ ชื่อของธีร์เป็นเหมือนรอยแผลเป็นที่ฉีกขาดซ้ำๆ เมื่อได้ยินชื่อเขาร่างกายของเธอก็เหมือนจะปฏิเสธการรับรู้ทุกอย่าง อดีตคนรักที่เคยเป็นดั่งโลกทั้งใบ กลับกลายเป็นปีศาจที่คอยบดขยี้ชีวิตของเธอในปัจจุบัน
“มายา... เขาจะกลับมาทำไมกัน” รินรดาถามเสียงสั่น “ทุกอย่างมันจบไปตั้งนานแล้วไม่ใช่เหรอ”
“สำหรับแกมันจบ แต่สำหรับเขามันเพิ่งเริ่มต้น!” มายาผละออกแล้วจับไหล่รินรดาแน่น บังคับให้สบตา “แกไม่รู้หรอกว่าตอนที่แกไม่อยู่ เขาทำอะไรไว้บ้าง เขาเฝ้ามองแก เขาตามเก็บทุกอย่างที่เป็นของแก... ริน เขาไม่ได้แค่ริษยา แต่มันคือความคลั่งไคล้ที่บิดเบี้ยว!”
อคินยืนฟังเงียบๆ แต่กำปั้นของเขาที่กำแน่นอยู่ข้างลำตัวนั้นบอกทุกอย่าง เขาเดินเข้ามาใกล้มายาแล้วเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงพลัง “ถ้าเขาอยู่ข้างล่างนั่นจริงๆ ผมจะเป็นคนจัดการเอง มายา... พาเธอไปที่ที่ปลอดภัยที่สุดซะ ผมมีวิธีที่จะล่อให้เขาเผยตัวออกมา”
รินรดามองอคินด้วยความตกใจ “อคิน คุณจะทำอะไร? อย่าเสี่ยงแบบนั้นนะ!”
อคินหันมายิ้มให้เธอ เป็นรอยยิ้มที่อ่อนโยนที่สุดเท่าที่เขาเคยให้เธอมา มันเป็นรอยยิ้มที่ใช้ปลอบประโลมความกลัวที่เกาะกินใจ “ผมไม่ได้เสี่ยงริน ผมแค่จะจบเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด เพื่อที่หลังจากนี้... เราจะได้ใช้ชีวิตโดยไม่ต้องมีเงาของใครมาคอยหลอกหลอน”
บรรยากาศในห้องดูเหมือนจะกดดันขึ้นไปอีกขั้น เมื่อเสียงเปียโนที่ดังแว่วมาจากห้องว่างข้างๆ ห้องของรินรดาเริ่มบรรเลงทำนองเดิมที่เธอเคยแต่งไว้สมัยยังคบกับธีร์... ทำนองเพลงที่ไม่มีใครในโลกนี้รู้ นอกจากเขากับเธอเท่านั้น!
มายาเบิกตากว้างจนแทบถลน เธอขยับมาบังรินรดาไว้ “ริน... นั่นมัน... เสียงเพลงนั่น...”
รินรดาลุกขึ้นยืน ร่างกายของเธอสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่อยู่ เธอเดินตรงไปที่ผนังที่กั้นระหว่างห้องของเธอกับห้องข้างๆ ก่อนจะค่อยๆ วางมือทาบลงไป เสียงเพลงนั้นหยุดกะทันหัน พร้อมกับแรงสั่นสะเทือนจากฝั่งตรงข้ามที่เหมือนมีใครบางคนกำลังกระแทกประตูปิดลงอย่างแรงจนฝุ่นจากเพดานร่วงกราวลงมา
ในขณะที่ทั้งสามคนกำลังตกอยู่ในภวังค์แห่งความสะพรึง ประตูห้องของรินรดาก็ถูกเปิดผางออกโดยไม่มีใครคาดคิด ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อโค้ทสีดำสนิทก้าวเข้ามาหยุดนิ่งอยู่ตรงกรอบประตู ใบหน้าที่เคยหล่อเหลาดูโทรมและบิดเบี้ยวไปด้วยความแค้นดวงตาที่จับจ้องมาที่รินรดานั้นว่างเปล่า ราวกับคนตายที่เพิ่งฟื้นจากหลุม
“ฉันบอกแล้วไงรินรดา... ว่าไม่ว่าเธอจะซ่อนตัวอยู่ที่ไหน” ธีร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เย็นยะเยือกจนน่าขนลุก “เธอก็หนีเงาของตัวเองไม่พ้น”
ขอบคุณที่ติดตามอ่านมาจนถึงตอนนี้ และหวังว่าทุกคนจะยังคงให้กำลังใจรินรดากันต่อไปนะคะ
เงาไม้ใต้แสงดาว: บันทึกความทรงจำที่ไม่เคยจาง•ตอนที่ 25
มิตรภาพท่ามกลางมรสุม
ผลงานโดย ดาวตกคืนคริสต์มาส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาวตกคืนคริสต์มาส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาไม้ใต้แสงดาว: บันทึกความทรงจำที่ไม่เคยจาง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!