“ข้อเสนอของคุณไม่ใช่การร่วมทุน แต่มันคือการฆ่าตัวตายทางธุรกิจค่ะ คุณธีร์”
รินรดาวางเอกสารปึกหนาลงบนโต๊ะไม้โอ๊กขัดเงา เสียงกระดาษกระทบพื้นผิวแข็งดังสนั่นท่ามกลางความเงียบงันในห้องประชุมที่เย็นเยียบไปด้วยเครื่องปรับอากาศ เธอสบตาชายหนุ่มที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม—ธีร์ ผู้ซึ่งวันนี้สวมสูทสั่งตัดเนี้ยบกริบ ทว่านัยน์ตาคู่นั้นกลับไร้ซึ่งความอบอุ่นที่เธอเคยหลงใหลในอดีต
ธีร์ไม่ได้โกรธเคือง เขาเพียงแต่เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะประสานนิ้วมือเข้าหากันอย่างใจเย็น รอยยิ้มบางเบาที่มุมปากดูราวกับจะสมเพชในความไร้เดียงสาของหญิงสาวตรงหน้า
“ฆ่าตัวตายหรือครับริน... หรือว่าคุณแค่กลัว?” เขาเว้นจังหวะ พลางโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย กลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่คุ้นเคยโชยเข้าปะทะจมูกของรินรดาจนเธอต้องกลั้นหายใจ “บริษัทของคุณกำลังสั่นคลอน อดีตที่พังทลายของครอบครัวรินทร์ไพศาลมันตามหลอกหลอนจนหุ้นตกทุกวัน ถ้าไม่ยอมให้ผมเข้าไป ‘จัดการ’ ให้ ทุกอย่างที่คุณพ่อคุณสร้างมา... ก็จะกลายเป็นเพียงเศษซากที่รอเวลาถูกกลืนกินเท่านั้นนะ”
รินรดากำมือแน่นใต้โต๊ะ เล็บจิกเข้าที่ฝ่ามือเพื่อเรียกสติ เธอรู้ดีว่านี่คือกับดัก ธีร์ไม่ได้ต้องการกอบกู้ชื่อเสียงของตระกูลเธอ แต่เขาต้องการฐานอำนาจและกระดานหมากในบริษัทของเธอเพื่อใช้เป็นเครื่องมือฟอกเงินและทำลายคู่แข่งในเครือที่เขาสนใจ
“ฉันเชื่อมั่นในความสามารถของทีมงานและตัวฉันเองค่ะ เราจะผ่านวิกฤตนี้ไปได้โดยไม่ต้องพึ่งพา... อดีตคนรักที่หวังดีจนผิดปกติ”
รินรดาเน้นย้ำคำหลังด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าสั่นไหวเล็กน้อยในระดับที่คนช่างสังเกตอย่างธีร์จับได้ทันที เขาหัวเราะหึในลำคอ ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เดินอ้อมไปข้างหลังเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดข้างใบหูจนรินรดาเผลอตัวถอยกรูด
“ความเชื่อมั่นมันกินไม่ได้หรอกนะริน” ธีร์กระซิบ เสียงของเขาแหบพร่าและเต็มไปด้วยความนัย “และบางที... คนที่ผมหวังดีด้วยที่สุด อาจจะเป็นคนที่ทำให้ผมเจ็บปวดที่สุดก็ได้ ดังนั้น การที่ผมจะดึงบริษัทของคุณลงมาในกองเพลิงเดียวกับผม มันก็ดูยุติธรรมดีไม่ใช่หรือคะ?”
เขาวางนามบัตรสีดำสนิทลงบนเอกสารนั้น ก่อนจะเดินออกจากห้องไป ทิ้งไว้เพียงความกดอากาศที่บีบคั้น รินรดาทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ ผ่อนลมหายใจออกยาวเหยียด เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูหน้าจอที่มีข้อความค้างไว้จากอคิน
*‘อย่าเชื่อใจมันเกินไป แม้แต่รอยยิ้มก็คืออาวุธ’*
เธอเม้มปากแน่น ความโดดเดี่ยวโอบล้อมเธอไว้อีกครั้ง เธอไม่ใช่คนอ่อนแอ แต่ในโลกที่ความจริงถูกบิดเบือนด้วยอำนาจเงินและความแค้นที่ฝังรากลึก การยืนหยัดด้วยตัวเองกลับกลายเป็นงานที่หนักหนาสาหัสที่สุด
เย็นวันนั้น ณ คาเฟ่เล็กๆ ที่เงียบสงบในซอยลึก อคินนั่งรอเธออยู่ก่อนแล้ว เขามองดูรินรดาที่เดินเข้ามาด้วยท่าทางอิดโรย ดวงตาคู่นั้นดูหม่นแสงลงมากกว่าปกติ
“เขากดดันคุณหนักมากใช่ไหม?” อคินถามพลางรินชาสมุนไพรอุ่นๆ ส่งให้ เขาไม่ได้รุกเร้า แต่ความใส่ใจที่เขามีให้เสมอมานั้นกลับทำให้หัวใจของรินรดาที่แข็งกระด้างค่อยๆ อ่อนลง
“เขาไม่ได้กดดันแค่เรื่องงาน แตเขาพยายามขุดเอาเรื่องพ่อกับแม่มาปั่นหัวฉัน อคิน... ฉันไม่เข้าใจว่าทำไมเขาต้องยึดติดกับสิ่งที่จบไปแล้วถึงขนาดนี้”
อคินวางถ้วยชาลง เสียงกระทบจานรองดังเบาๆ “เพราะคนอย่างธีร์ไม่เคยสร้างอะไรด้วยตัวเองริน เขามีชีวิตอยู่ได้ด้วยการทำลายคนอื่น ถ้าเขามองไม่เห็นความพินาศของคนอื่น เขาก็จะมองไม่เห็นคุณค่าในตัวเอง”
ทั้งคู่เงียบไปชั่วขณะ มีเพียงเสียงเพลงแจ๊สเบาๆ ที่คลอเคล้าบรรยากาศ รินรดาหลับตาลง นึกถึงภาพความทรงจำเก่าๆ ที่ธีร์เคยเป็นคนอ่อนโยน แต่ดูเหมือนว่าความทรงจำเหล่านั้นจะเป็นเพียง 'เงา' ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อบังตาก่อนที่เขาจะลงมือมีดปักหลัง
“ฉันตัดสินใจแล้ว” รินรดาลืมตาขึ้น นัยน์ตาสีเข้มข้นฉายแววเด็ดเดี่ยว “ฉันจะยอมเซ็นสัญญา”
อคินเบิกตากว้าง “ริน! คุณกำลังจะเดินเข้ากองเพลิง!”
“ใช่... แต่กองเพลิงนี้ ฉันจะเป็นคนถือไม้ขีดเอง” เธอแสยะยิ้มที่หาได้ยากบนใบหน้าสวย “ถ้าเขาอยากได้บริษัทของฉันไปเป็นเครื่องมือ ฉันก็จะให้เขาได้ใช้มัน แต่เขาจะต้องลืมไปว่า ทุกกลไกในนั้น... ฉันเป็นคนออกแบบมันเองกับมือ”
อคินมองผู้หญิงตรงหน้าด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป ไม่ใช่แค่ความสงสาร แต่เป็นความชื่นชมและความกังวลที่ตีรวนกันอยู่ในอก เขาเอื้อมมือไปกุมมือเธอไว้แน่น “ถ้าอย่างนั้น ผมจะขอเป็นพยานในกองเพลิงนั้นเอง”
ในขณะที่ทั้งคู่กำลังวางแผนการโต้กลับอยู่นั้น เสียงแจ้งเตือนจากแท็บเล็ตของอคินก็ดังขึ้น เขาเลื่อนดูหน้าจอเพียงแวบเดียว ใบหน้าที่เคยผ่อนคลายก็ถอดสีทันที
อคินหันหน้าจอมาทางเธอ ภาพที่ปรากฏคือข่าวพาดหัวหน้าหนึ่งของสำนักข่าวออนไลน์ที่ธีร์เป็นเจ้าของ
'ทายาทสาวตระกูลรินทร์ไพศาล สารภาพผิดกรณีฉ้อโกงบริษัทในเครือ: หลักฐานชิ้นสำคัญถูกเปิดเผยแล้ว'
รินรดาช็อกจนแทบหยุดหายใจ ในภาพข่าวมีรูปถ่ายเธอกำลังยื่นเอกสารบางอย่างให้ใครบางคนเมื่อคืนนี้... และนั่นไม่ใช่ภาพตัดต่อ แต่มันคือภาพที่ถูกแอบถ่ายในห้องทำงานของเธอเองโดยที่เธอไม่รู้ตัว!
ประตูร้านกาแฟถูกผลักเข้ามาอย่างแรง ชายในชุดสูทสีดำกลุ่มใหญ่เดินเรียงแถวเข้ามาพร้อมกับหมายจับในมือ และคนที่เดินนำหน้าเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเยือกเย็นคือธีร์ เขาหยุดตรงหน้าโต๊ะของทั้งคู่ก่อนจะก้มลงกระซิบ
“เกมจบแล้วริน... แต่คนที่จะต้องขังตัวเองอยู่ในกรงขังแห่งความหลังตลอดไป ไม่ใช่ผมหรอกครับ”
ขอบพระคุณทุกท่านที่ยังคงร่วมเดินทางผ่านความสั่นไหวและรอยร้าวในหัวใจของตัวละครไปกับดาวตกคืนคริสต์มาสนะคะ
เงาไม้ใต้แสงดาว: บันทึกความทรงจำที่ไม่เคยจาง•ตอนที่ 20
เกมการเมืองของธีร์
ผลงานโดย ดาวตกคืนคริสต์มาส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาวตกคืนคริสต์มาส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาไม้ใต้แสงดาว: บันทึกความทรงจำที่ไม่เคยจาง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!