“คุณคิดว่าความเงียบจะช่วยปิดบังความจริงไปได้นานแค่ไหนกันคะ ธีร์?”
น้ำเสียงของรินรดาราบเรียบ หากทว่ามันสั่นสะท้านอยู่ในลำคอ หญิงสาวไม่ได้รอคำตอบ เธอขยับกายเข้าไปในห้องทำงานที่มืดสลัวของชายหนุ่ม กลิ่นอายของบุหรี่ราคาแพงและคราบความกดดันอบอวลอยู่ในอากาศจนแทบหายใจไม่ออก ธีร์ที่นั่งอยู่หลังโต๊ะไม้ตัวใหญ่เงยหน้าขึ้น แววตาของเขาไหววูบเพียงชั่วครู่ ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาที่เธอคุ้นเคย
ธีร์วางปากกาในมือลงช้าๆ เสียงกระทบของมันกับพื้นโต๊ะดูดังกังวานในความเงียบสงัด “คุณมาที่นี่ทำไม ริน... ที่นี่ไม่ใช่ที่สำหรับคนอย่างคุณ”
“คนอย่างฉัน? คนที่เคยเป็นทุกอย่างในชีวิตของคุณ หรือคนที่คุณพยายามจะทำลายให้แหลกคากองเถ้าถ่านอย่างตอนนี้กันแน่คะ?” รินรดาก้าวเท้าเข้าใกล้จนหยุดอยู่เบื้องหน้าเขา แสงไฟสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะตกกระทบใบหน้าซีกหนึ่งของชายหนุ่ม เผยให้เห็นรอยกระตุกที่มุมปากของเขา—มันไม่ใช่รอยยิ้ม แต่มันคือความสมเพช
“อย่าพยายามแสดงเป็นนางเอกผู้กล้าหาญเลย” ธีร์แค่นหัวเราะในลำคอ “คุณรู้ดีว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับครอบครัวของคุณในวันนั้น มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ และคุณก็รู้ดีกว่าใครว่าใครเป็นคนกุมชนักติดหลังคุณไว้”
คำพูดนั้นเปรียบเสมือนใบมีดที่กรีดลงบนแผลเดิม รินรดารู้สึกเหมือนหัวใจถูกบีบจนแทบหยุดเต้น แต่เธอก็ฝืนความสั่นไหวในดวงตาไว้ เธอไม่ได้มาเพื่อร้องไห้ และเธอไม่ได้มาเพื่อขอความเมตตา
“ฉันมาที่นี่เพื่อบอกให้คุณหยุด” เธอพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นขึ้น “หยุดใช้อดีตเป็นเครื่องมือทำลายปัจจุบันของคนอื่น อคินไม่เกี่ยวอะไรกับเรื่องของเรา และคุณก็ไม่มีสิทธิ์ลากเขาลงมาอยู่ในหลุมพรางที่คุณขุดขึ้นเอง”
ธีร์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายกำยำของเขากดดันให้บรรยากาศในห้องดูบีบคั้น รินรดาเห็นมือของเขาที่กำแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ธีร์ก้าวเข้ามาใกล้เธอ ระยะห่างระหว่างทั้งสองลดลงจนรับรู้ได้ถึงลมหายใจที่ร้อนผ่าว
“คุณปกป้องเขา?” ธีร์กระซิบข้างหูเธอ เสียงของเขาทุ้มต่ำและสั่นพร่าด้วยแรงโทสะที่ซ่อนไว้ “รินรดา... คนที่ทอดทิ้งคุณไปตอนที่คุณอ่อนแอที่สุด คือไอ้ช่างภาพนั่นไม่ใช่หรือไง? คุณลืมไปแล้วเหรอว่าใครกันแน่ที่อยู่ข้างคุณในวันที่โลกของคุณพังทลาย”
“คนที่อยู่ข้างๆ ฉันวันนั้น ไม่ได้ทำลายชีวิตฉันเหมือนที่คุณกำลังทำ!” รินรดาตวาดกลับ ดวงตาของเธอมีประกายกร้าว “ความรักของคุณมันเป็นแค่กรงขังธีร์ คุณรักตัวเองมากเกินกว่าจะมองเห็นว่าความต้องการของคุณมันกำลังฆ่าคนรอบข้าง”
“งั้นลองดูสิว่าคุณจะรักเขาได้นานแค่ไหน” ธีร์หัวเราะหึๆ ก่อนจะเดินไปหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลบนชั้นวางหนังสือแล้วโยนมันลงบนโต๊ะต่อหน้าเธอ “ในนั้นมีรูปถ่ายที่คุณจะไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง และถ้าคุณเห็นมัน... ผมรับรองว่าแม้แต่ไอ้อคินที่คุณหลงใหลนักหนา ก็จะกลายเป็นเพียงเศษเสี้ยวความทรงจำที่น่ารังเกียจในชีวิตคุณ”
รินรดามองซองเอกสารนั้นด้วยความรู้สึกเย็นวาบไปถึงสันหลัง มือของเธอสั่นเทาขณะเอื้อมไปแตะมัน ธีร์ไม่ได้ขัดขวาง เขากลับเอนหลังพิงขอบโต๊ะ จ้องมองเธอด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวังที่บิดเบี้ยว
“เปิดดูสิ ริน... ความจริงที่คุณพยายามวิ่งหนีมาตลอดสิบปี มันอยู่ในนั้น”
รินรดาค่อยๆ คลี่ซองออก กระดาษภาพถ่ายใบแรกที่เลื่อนออกมาทำให้ลมหายใจของเธอสะดุด มันเป็นภาพเหตุการณ์ในคืนนั้น... คืนที่เธอสูญเสียทุกอย่าง แต่บุคคลที่ยืนอยู่ในเงามืดเบื้องหลังรถยนต์คันที่เกิดเหตุ ไม่ใช่คนแปลกหน้าที่ไหนเลย หากแต่เป็นคนใกล้ตัวที่เธอไว้ใจที่สุด
ภาพใบที่สอง ใบที่สาม... รินรดาหน้าซีดเผือดจนไร้สีเลือด เธอเซถอยหลังจนสะโพกชนกับขอบโต๊ะ มือที่ถือรูปภาพร่วงหล่นลงกับพื้น เธอมองธีร์ด้วยความรู้สึกแตกสลายที่เกินกว่าจะบรรยาย
“คุณ... คุณทำแบบนี้ไปทำไม” เสียงของเธอแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน
“ผมทำเพื่อดึงคุณกลับมายังที่ของคุณไง” ธีร์ก้าวเข้ามาใกล้เธออีกครั้ง คราวนี้เขาเชยคางเธอขึ้นให้สบตากับเขา “เพราะต่อให้คุณพยายามหนีไปไกลแค่ไหน คนที่จะไม่มีวันทอดทิ้งคุณ... ก็มีแค่ผมคนเดียวเท่านั้น”
ทว่า ในวินาทีที่ธีร์กำลังจะเอื้อมมือมาเช็ดหยาดน้ำตาที่ร่วงหล่นบนแก้มของเธอ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นอย่างแรง... ปัง! ปัง!
บานประตูไม้เปิดผางออกพร้อมกับร่างของใครบางคนที่ยืนหอบหายใจอยู่หน้าห้อง อคินยืนอยู่ตรงนั้นด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยรอยร้าวและความโกรธแค้น เขาไม่ได้มามือเปล่า ในมือของเขามีอุปกรณ์บันทึกเสียงที่กำลังทำงานอยู่
“สิ่งที่เธอกำลังอ่านอยู่ มันเป็นแค่ละครฉากหนึ่งที่เขาจัดฉากขึ้นเท่านั้น ริน!” อคินตะโกนก้อง เสียงของเขาดังลั่นห้อง “อย่าเชื่อในสิ่งที่ตาเห็น เพราะในห้องที่มืดสนิทที่สุด... สัจธรรมที่แท้จริงมักถูกบดบังด้วยเงาเสมอ!”
ขณะที่รินรดากำลังจะหันไปหาอคิน ธีร์กลับคว้าแขนเธอไว้แน่นแล้วกระซิบที่ข้างหูด้วยน้ำเสียงที่ทำเอาขนลุกเกรียว “ลองเลือกดูสิริน... ระหว่างความจริงที่แสนเจ็บปวดกับภาพฝันจอมปลอมที่เขากำลังปรนเปรอให้คุณ ใครกันแน่ที่เป็นปีศาจในเรื่องนี้?”
ขอบพระคุณทุกท่านที่ยังคงร่วมเดินทางผ่านความสั่นไหวและรอยร้าวในหัวใจของตัวละครไปกับดาวตกคืนคริสต์มาสนะคะ
เงาไม้ใต้แสงดาว: บันทึกความทรงจำที่ไม่เคยจาง•ตอนที่ 19
ค่ำคืนที่เงียบงัน
ผลงานโดย ดาวตกคืนคริสต์มาส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาวตกคืนคริสต์มาส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาไม้ใต้แสงดาว: บันทึกความทรงจำที่ไม่เคยจาง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!