เงาไม้ใต้แสงดาว: บันทึกความทรงจำที่ไม่เคยจาง•ตอนที่ 32

กับดักที่วางไว้

ผลงานโดย ดาวตกคืนคริสต์มาส
"ปล่อยมือจากไหล่ของรินรดาเดี๋ยวนี้ อคิน" เสียงเย็นเยียบของธีร์ดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันของห้องสมุดเก่าแก่ที่กลิ่นกระดาษโบราณอบอวล รินรดาชะงักไปเล็กน้อยขณะที่มือของอคินกำลังเอื้อมมาจัดปอยผมที่ปรกหน้าเธอ สายตาของเขาที่เคยมองเธอด้วยความอ่อนโยนกลับแปรเปลี่ยนเป็นความตึงเครียดขึ้นมาทันที อคินไม่ถอย แต่เขากลับขยับตัวไปบังรินรดาไว้ด้านหลังอย่างปกป้อง "คุณไม่มีสิทธิ์มาสั่งผมที่นี่ ธีร์ และที่สำคัญกว่านั้น คุณไม่มีสิทธิ์มาวุ่นวายกับชีวิตของรินอีก" ธีร์หัวเราะหึในลำคอ ดวงตาคมปลาบของเขาจ้องมองผ่านไหล่ของอคินมายังรินรดา มันไม่ใช่สายตาของคนที่เคยรักกัน แต่เป็นสายตาของนักล่าที่กำลังบีบให้เหยื่อจนมุม "วุ่นวายงั้นหรือ? ผมแค่กำลังเตือนรินรดาด้วยความหวังดี ว่าคนที่ยืนอยู่ข้างเธอน่ะ แท้จริงแล้วกำลังเก็บงำความลับอะไรเอาไว้" รินรดาขมวดคิ้ว เธอสัมผัสได้ถึงหยาดเหงื่อที่ซึมออกมาตามฝ่ามือ หัวใจเต้นผิดจังหวะด้วยความหวาดระแวง ไม่ใช่เพราะเธอไม่เชื่อใจอคิน แต่เพราะเธอรู้จักนิสัยของธีร์ดี... เขาไม่เคยพูดอะไรโดยไม่มีหลักฐานปลอมที่ถูกจัดฉากไว้อย่างแยบยล "คุณหมายความว่ายังไง" รินรดาถาม เสียงของเธอราบเรียบ ทว่าสั่นเครือเพียงเล็กน้อยจนเธอต้องกัดริมฝีปากแน่น ธีร์เดินเข้ามาใกล้จนได้กลิ่นน้ำหอมฉุนกึกที่ชวนสะอิดสะเอียน เขาหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาแล้วเลื่อนหน้าจอ ก่อนจะยื่นไปตรงหน้าเธอ "ดูนี่สิ ริน รูปถ่ายที่อคินแอบถ่ายบ้านพักของครอบครัวเธอเมื่อสามปีก่อน วันที่เกิดเหตุเพลิงไหม้นั่น... นายอคินคนนี้ไม่ได้เป็นแค่ช่างภาพธรรมดาหรอก เขาเป็นคนเฝ้าดูความหายนะของเธอตั้งแต่วินาทีแรก" อคินตัวแข็งทื่อ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง "นั่นมันโกหก! รูปพวกนั้นฉันถ่ายในฐานะนักข่าวอิสระตอนได้รับแจ้งเหตุต่างหาก ธีร์ นายกำลังบิดเบือนความจริง!" "หลักฐานมันชัดเจนขนาดนี้ ใครจะเชื่อคนอย่างนาย" ธีร์ยิ้มเหยียด พลางเบนสายตาไปที่รินรดา "ริน... ผมอุตส่าห์ปกป้องคุณมาตลอด แต่คนคนนี้กลับแสวงหาประโยชน์จากความตายของครอบครัวคุณ เขาถ่ายรูปศพ ถ่ายรูปกองเพลิง เพื่อเอาไปขายเป็นภาพข่าวหน้าหนึ่ง คุณยังจะไว้ใจคนแบบนี้อยู่อีกหรือ?" บรรยากาศในห้องเงียบงันจนได้ยินเสียงลมหายใจ รินรดาจ้องมองรูปถ่ายในหน้าจอโทรศัพท์ มือไม้ของเธอเริ่มสั่น ภาพเหล่านั้นถูกจัดวางอย่างตั้งใจเพื่อให้คนมองเข้าใจผิด เธอจำได้ดีว่าวันนั้นเกิดอะไรขึ้น และอคิน... เขาเป็นคนเดียวที่ดึงเธอออกมาจากความมืดมนในวันที่เธอไม่อยากมีชีวิตอยู่ "ไม่ใช่แบบนั้นนะริน" อคินหันมามองเธอ แววตาของเขาเต็มไปด้วยความเจ็บปวด "เธอเชื่อผมใช่ไหม? วันนั้นฉันไปที่นั่นเพื่อช่วยคน ไม่ใช่เพื่อถ่ายรูปพวกนั้น!" รินรดามองสลับระหว่างชายหนุ่มทั้งสอง คนหนึ่งคือความหลังที่ฝังใจด้วยบาดแผล และอีกคนคือแสงสว่างที่เธอเพิ่งเริ่มกล้าที่จะก้าวเดินตาม เขาจะทรยศเธอจริงหรือ? หรือนี่เป็นเพียงหมากตัวใหม่ที่ธีร์วางเอาไว้เพื่อตัดขาดเธอจากโลกภายนอก? "ธีร์..." รินรดาเอ่ยขึ้นช้าๆ น้ำเสียงของเธอเปลี่ยนไปเป็นความเด็ดเดี่ยวที่คาดไม่ถึง "รูปพวกนี้... คุณเป็นคนพิมพ์มันออกมาเองใช่ไหม ตั้งแต่กระดาษที่ยังใหม่ไปจนถึงมุมกล้องที่ไม่มีใครสามารถเข้าถึงได้นอกจากคนที่เป็นคน 'จุดไฟ' เอง" ธีร์ชะงักไปครู่หนึ่ง รอยยิ้มบนใบหน้าของเขากระตุกอย่างเห็นได้ชัด แต่เขาก็ยังคงท่าทีนิ่งเฉย "เธอพยายามจะใส่ร้ายผมหรือริน? ความจริงมันประจักษ์อยู่ตรงหน้าแล้ว อย่าให้ความรักบังตาจนมองไม่เห็นความชั่วร้ายของมันเลย" รินรดาแค่นยิ้ม เธอเดินเลี่ยงออกมาจากด้านหลังของอคิน ก้าวเท้าไปหาธีร์จนระยะห่างเหลือเพียงไม่กี่คืบ สายตาของเธอไม่หลบเลี่ยงอีกต่อไป "ถ้าวันนั้นคุณไม่ได้อยู่ตรงนั้น แล้วคุณจะรู้ได้ยังไงว่าอคินมีรูปพวกนี้อยู่ในมือ... ในเมื่ออคินเองยังไม่เคยบอกใครเลยว่าเขามีไฟล์ภาพชุดนั้นเก็บไว้ในฮาร์ดดิสก์ที่ถูกล็อกรหัสเอาไว้" ห้องทั้งห้องเหมือนถูกสูบอากาศออกไปจนหมด ธีร์หน้าถอดสี แต่เขาก็ยังพยายามคุมเชิง "ผม... ผมก็แค่ได้ยินข่าวลือมา" "ข่าวลือที่ไม่มีใครรู้ นอกจากคนที่เป็นคนขโมยฮาร์ดดิสก์เครื่องนั้นไปจากโต๊ะทำงานของฉันเมื่อสัปดาห์ก่อน" รินรดาพูดต่อด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท ทว่าเฉียบคมราวกับใบมีด "ขอบคุณนะธีร์ ที่ยอมสารภาพออกมาเองว่าคุณนั่นแหละที่เป็นคนพยายามทำลายฉันมาตลอด" ธีร์หน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธจัด เขาทำท่าจะก้าวเข้ามาหา แต่จังหวะนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนกลุ่มหนึ่งก็ดังขึ้นจากทางเดินด้านนอก พร้อมกับเสียงผลักประตูที่ดังโครมครามตามมาด้วยแสงไฟฉายที่สาดเข้ามาจนสว่างจ้าไปทั่วห้อง "นั่นใคร!" เสียงตำรวจนายหนึ่งตะโกนขึ้นท่ามกลางความโกลาหล ธีร์หันขวับไปมองที่ประตูอย่างตกใจ ก่อนจะหันกลับมามองรินรดาด้วยสายตาที่อาฆาตแค้นที่สุดเท่าที่เธอเคยเห็น "แกคิดว่าแกชนะงั้นหรือรินรดา? แกยังไม่รู้จัก 'นรก' ที่แท้จริงหรอก!" ก่อนที่เขาจะตัดสินใจทำอะไรบางอย่างที่ไม่มีใครคาดคิด ธีร์ล้วงบางสิ่งออกจากกระเป๋าเสื้อ รินรดารู้สึกใจหายวาบเมื่อเห็นว่ามันคือรีโมทขนาดเล็กที่ดูคุ้นตา... มันคือรีโมทเดียวกับที่ใช้ควบคุมระบบดับเพลิงอัตโนมัติในห้องเก็บเอกสารแห่งนี้ ซึ่งตอนนี้ไฟสัญญาณสีแดงเริ่มกะพริบถี่ขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับเสียงไซเรนที่เริ่มแผดร้องก้องไปทั่วตึก! ขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่านความสับสนและกับดักแห่งอดีตไปกับรินรดานะคะ ทุกการติดตามคือกำลังใจที่สำคัญที่สุดของดาวตกคืนคริสต์มาสค่ะ
สารจากนักเขียน (ดาวตกคืนคริสต์มาส)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาไม้ใต้แสงดาว: บันทึกความทรงจำที่ไม่เคยจาง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%