เสียงเปิดแฟ้มเอกสารปกหนังสีดำสนิทดังขึ้นเบา ๆ ในห้องทำงานที่เงียบสงัด มีเพียงแสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะส่องกระทบกับกระดาษปึกหนา พิมพ์มาดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก มือเรียวที่ปกติมักจะจับปากกาแก้ต้นฉบับด้วยความมั่นใจ กลับสั่นเทาเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว ปลายจมูกได้กลิ่นจาง ๆ ของกระดาษเก่าและน้ำหอมกลิ่นไม้จันทน์หอมที่คุ้นเคย—กลิ่นประจำตัวของรวิศ
เธอมั่นใจว่าตัวเองเข้ามาในห้องนี้เพื่อหาต้นฉบับบทที่เก้าที่ส่งมาแก้ไม่ผ่านเสียที แต่สิ่งที่อยู่ตรงหน้ากลับไม่ใช่กองกระดาษงานเขียน แต่มันคือแฟ้มลับที่ถูกล็อกรหัสไว้ด้วยวันเดือนปีบางอย่าง... ซึ่งเธอดันกดเดาถูกตั้งแต่ครั้งแรกด้วยความบังเอิญ หรืออาจเพราะสัญชาตญาณของบรรณาธิการที่อ่านใจนักเขียนคนนี้ทะลุปรุโปร่งมานาน
"ไหนดูซิ นักเขียนปากร้ายอย่างคุณซ่อนความลับอะไรไว้ใต้พรม..." พิมพ์มาดากระซิบกับตัวเอง เสียงของเธอดังก้องอยู่ในความเงียบ
บรรทัดแรกของสมุดบันทึกปกหนังเปิดเผยลายมือตวัดหวัดแต่ทรงพลังที่เธอคุ้นตา มันไม่ใช่พล็อตนิยายสืบสวนฆาตกรรมอันซับซ้อนที่ขายดีติดอันดับท็อป แต่เป็นบันทึกความรู้สึกดิบ ๆ ที่ถูกเขียนขึ้นด้วยหัวใจที่แตกสลาย
*‘วันที่ 14 ตุลาคม... ฝนตกหนักเหมือนวันนั้น วันที่ฉันปกป้องเธอไว้ไม่ได้ ทุกตัวอักษรที่ฉันเขียนในวันนี้ มีไว้เพื่อไถ่บาปให้กับความอ่อนแอของตัวเอง’*
ดวงตาคมของพิมพ์มาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย หัวใจกระตุกวูบอย่างแรง ความรู้สึกท้าทายและอยากเอาชนะเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความหนับหน่วงในอก ภาพจำของรวิศผู้เย็นชา ปากร้าย และชอบทำตัวผลักไสผู้คนรอบข้าง ฉายซ้อนทับขึ้นมาในหัว ปมในอดีตที่ทุกคนในสำนักพิมพ์ต่างคาดเดา แต่วันนี้มันถูกกางออกตรงหน้าเธออย่างไร้การป้องกัน
เธอกวาดสายตาอ่านหน้าถัดไปอย่างหยุดไม่ได้
*‘บรรณาธิการพิมพ์มาดา... ผู้หญิงอะไร ปากเก่งเป็นบ้า เธอไม่รู้เลยสักนิดว่าทุกครั้งที่เธอเถียงตาใส ยืนกรานจะแก้ต้นฉบับตามใจชอบ มันทำให้ฉันต้องใช้ความอดทนมากแค่ไหนในการห้ามใจไม่ให้ดึงเธอเข้ามาจูบให้หายดื้อ... แต่ฉันทำไม่ได้ คนอย่างรวิศไม่มีสิทธิ์มีความสุข’*
พรึบ!
ลมหายใจของพิมพ์มาดาติดขัด ร่างเพรียวชะงักค้าง ราวกับถูกกระแสไฟฟ้าอ่อน ๆ วิ่งพล่านไปทั่วแผ่นหลัง เลือดในกายสูบฉีดจนใบหน้าร้อนผ่าว ความโกรธที่เคยมีเพราะโดนเขาวิพากษ์วิจารณ์งานอย่างไร้เยื่อใย มลายหาย
เขากำลัง... แอบชอบเธออย่างนั้นหรือ? หรือนี่เป็นแค่กลไกการป้องกันตัวของคนปากแข็งที่ใช้ตัวหนังสือระบายความอัดอั้น
พลิกไปอีกหน้า... ลายมือเริ่มสั่นเทาและหนักหน่วงขึ้น
*‘วันนี้เธอถามฉันว่า เซฟโซนของฉันคืออะไร... ฉันอยากบอกเธอเหลือเกินว่า เซฟโซนเดียวที่ฉันโหยหา ไม่ใช่ปลายปากกา ไม่ใช่ยอดขายอันดับหนึ่ง... แต่คือรอยยิ้มของเธอต่างหาก ยัยตัวแสบ’*
หยดน้ำตาอุ่นร้อนร่วงเผาะลงบนกระดาษสีนวลโดยไม่ทันตั้งตัว พิมพ์มาดายกมือขึ้นปิดปากตัวเองแน่นเพื่อกลั้นเสียงสะื้น ความรู้สึกอัดแน่นในอกจนแทบหายใจไม่ออก เธอนึกถึงแววตาสีเข้มที่มักจะมองเธอด้วยความหงุดหงิดปนเอ็นดูทุกครั้งที่ปะทะคารมกัน ที่แท้... กำแพงเหล็กกล้าที่เขาสร้างขึ้นไม่ได้มีไว้ทำร้ายใคร แต่มันมีไว้ปกป้องหัวใจที่แหลกสลายของเขาต่างหาก
แกร็ก!
เสียงบิดลูกบิดประตูหน้าห้องทำงานดังขึ้นแผ่วเบา พร้อมกับร่างสูงใหญ่ของเจ้าของห้องที่ก้าวเข้ามาพร้อมเสื้อเชิ้ตสีดำพับแขนขึ้นถึงข้อศอก รวิศหยุดชะงักทันทีที่เห็นแสงไฟจากโคมไฟบนโต๊ะทำงาน และเงาร่างของคนที่คุ้นตาชินชา
ดวงตาสีเข้มคู่คมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ก่อนที่เสี้ยววินาทีต่อมา มันจะแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาและตื่นตระหนกอย่างที่พิมพ์มาดาไม่เคยเห็นมาก่อน
"คุณ... เข้ามาทำอะไรในห้องผม" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น เรียบสนทนาแต่แฝงด้วยแรงกดดันมหาศาล
พิมพ์มาดาสูดหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อเรียกสติ มือที่ถือสมุดบันทึกสั่นน้อย ๆ เธอกลืนก้อนสะอื้นลงคอ แล้วค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นสบตากับผู้ชายปากร้ายที่ยืนขวางประตูทางออกอยู่
รวิศกวาดสายตาลงมองสมุดบันทึกในมือเธอ ใบหน้าคมคายซีดเผือดลงชั่วขณะ กรามขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน ความลับที่เขาเก็บซ่อนไว้ด้วยชีวิต ถูกเปิดเผยต่อหน้าผู้หญิงที่อันตรายต่อหัวใจเขามากที่สุดเสียแล้ว
ชายหนุ่มสาวเท้าย่างสามขุมเข้ามาใกล้ด้วยความเร็วระอุ บรรยากาศรอบตัวอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก พิมพ์มาดาถอยหลังไปก้าวหนึ่งจนสะโพกชนกับขอบโต๊ะทำงาน แต่ไม่มีทีท่าว่าจะหวาดกลัว ร่างบางเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ดวงตากลมโตฉายแวววาวทั้งคราบน้ำตาและความท้าทาย
"นักเขียนรวิศคะ..." พิมพ์มาดาเอ่ยเสียงสั่นพร่า ทว่าแฝงความดื้อรั้นอันเป็นเอกลักษณ์ "ปากบอกว่าเกลียดผมนักหนา ปากบอกว่าผมเป็นยัยตัวแสบที่น่ารำคาญ... แต่ในนี้เขียนไว้อีกอย่างนี่คะ?"
รวิศหยุดยืนประชิดตัวเธอ ระยะห่างระหว่างกันแทบไม่เหลือ ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนใจสั่น ไหล่กว้างกักตัวเธอไว้กับโต๊ะทำงานโดยสมบูรณ์ ดวงตาสีเข้มวับโรจน์จดจ้องริมฝีปากอิ่มที่สั่นระริก ก่อนจะเลื่อนขึ้นสบตาเธอนิ่งนาน ราวกับกำลังชั่งน้ำหนักระหว่างความลับที่พังทลาย กับหัวใจที่เต้นรำด้วยความหวาดหวั่น
"ถ้าอ่านแล้ว... ก็ควรจะรู้ตัวนะพิมพ์มาดา" รวิศโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน น้ำเสียงทุ้มต่ำแหบพร่าข้างใบหูเธอ "ว่าการล้ำเส้นเข้ามาในเขตหวงห้ามของคนปากร้ายอย่างผม... มันมีราคาที่ต้องจ่ายแพงแค่ไหน"
หัวใจของพิมพ์มาดาเต้นรำจนแทบกระเด็นออกมานอกอก เมื่อปลายนิ้วอุ่นจัดของรวิศเอื้อมขึ้นมาแตะไล้กรอบหน้าเธออย่างแผ่วเบา เป็นครั้งแรกที่ผู้ชายคนนี้ไร้ซึ่งกำแพง และเป็นครั้งแรกที่เธอไม่คิดจะถอยหนีแม้แต่ก้าวเดียว
ทว่า... ก่อนที่ริมฝีปากของทั้งคู่จะขยับเข้าหามากกว่านั้น เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานของรวิศก็แผดเสียงกรีดร้องทำลายความเงียบขึ้นอย่างไม่รู้กาลเทศะ!
รวิศสบถเบา ๆ ในลำคออย่างขัดใจ แต่สายตาคมกริบที่ก้มลงมองหน้าจอโทรศัพท์กลับทำให้ลมหายใจของเขาสะดุดกึก ใบหน้าคมคายที่เพิ่งจะอ่อนโยนลงเมื่อครู่ กลับมาตึงเครียดและมืดมนลงทันตาเห็นเมื่อเห็นชื่อที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอ
พิมพ์มาดาชำเลืองมองตามสัญชาตญาณ และหัวใจของเธอก็ร่วงหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม เมื่อเห็นชื่อสายเรียกเข้าที่สว่างวาบในความมืด—ชื่อของผู้หญิงคนที่ตายไปแล้ว... แต่กลับปรากฏขึ้นในเวลานี้!
ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ดรากอนไรเดอร์คนนี้ด้วยนะครับ!
เซฟโซนของคนปากร้ายคือปลายปากกาผม•ตอนที่ 8
ความลับในแฟ้มเอกสาร
ผลงานโดย ดรากอนไรเดอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดรากอนไรเดอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนปากร้ายคือปลายปากกาผม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!