เซฟโซนของคนปากร้ายคือปลายปากกาผม•ตอนที่ 3

รอยร้าวในพล็อตเรื่อง

ผลงานโดย ดรากอนไรเดอร์
เสียงกระดาษ A4 ปึกหนาที่ถูกกระแทกลงบนโต๊ะทำงานกระจกใส เกิดเสียงทึบหนักหน่วงสะท้อนก้องไปทั่วห้องประชุมเงียบสงบ แอร์ตัวใหญ่ทำความเย็นจนผิวเนื้อเย็นเยียบ แต่ไอความคุุกกรุ่นที่แผ่ออกมาจากร่างของบรรณาธิการสาวกลับร้อนระอุเสียยิ่งกว่าเตาผิง "คุณรวิศ... ช่วยอธิบายพล็อตช่วงท้ายของบทที่สิบสองให้ผมฟังหน่อยครับ ว่าทำไมตัวละคร 'สารวัตรปกรณ์' ถึงรู้ว่าฆาตกรจะลงมือที่โกดังร้างริมแม่น้ำเจ้าพระยา ทั้งที่ในสำนวนหลักและหลักฐานทั้งหมดที่ปรากฏก่อนหน้านั้น มันชี้เป้าไปที่ย่านเยาวราชอย่างชัดเจน" พิมพ์มาดายืนเท้าแขนทั้งสองข้างลงกับขอบโต๊ะ โน้มตัวเข้าหาชายหนุ่มที่นั่งไขว่ห้างอยู่ฝั่งตรงข้าม ดวงตากลมโตคู่คมกริบจ้องเขม็งราวกับจะทะลุผ่านกรอบแว่นสายตาไปถึงก้น A ในสมองของนักเขียนเบสต์เซลเลอร์ รวิศยังคงนิ่งสนิท ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะสวมหน้ากากความเย็นชาไว้เป็นเกราะกำบัง ปรากฏรอยยิ้มมุมปากเยียบเย็น เขาค่อยๆ เอนหลังพิงพนักเก้าอี้หนังแท้ ประสานมือไว้บนหน้าท้องท่าทีสบายๆ ราวกับเรื่องที่กำลังถูกซักฟอกอยู่นี้เป็นเพียงบทสนทนารสชาติจืดชืดในร้านกาแฟ "ถ้าคุณพิมพ์สละเวลาอ่านนิยายสืบสวนด้วยสมอง ไม่ใช่ด้วยอคติส่วนตัว คุณก็น่าจะเห็นร่องรอยของเบาะแสที่ผมโปรยไว้ตั้งแต่บทที่สาม... หรือว่าสมองอันปราดเปรื่องของบรรณาธิการมือทองคนนี้ จะประมวลผลข้อมูลไม่ทันนักเขียนโลกลืมอย่างผมกันล่ะครับ" น้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่แฝงด้วยความเย้ยหยันบาดลึกถูกส่งตรงมาอย่างไร้ความปรานี พิมพ์มาดาขบกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นรอยนูน เธอไม่ได้โกรธที่โดนเหน็บแนม แต่มันคือความหงุดหงิดที่เขามักจะใช้ความกวนประสาทมากลบเกลื่อนจุดบอดในงานเขียนเสมอ "ผมไม่ได้ตาบอด และผมก็อ่านงานของคุณละเอียดกว่าที่คุณคิดครับ คุณรวิศ!" พิมพ์มาดากระชากเสียงลอดไรฟัน ดึงเอกสารแผ่นหนึ่งขึ้นมาแล้วชูให้เห็นรอยหมึกสีแดงที่เธอวงกลมไว้ตัวโตๆ "ตรงนี้... หน้าสี่สิบเจ็ด บรรทัดที่สิบสอง คุณบรรยายว่าสารวัตรปกรณ์เหลือบมองนาฬิกาพกโบราณเรือนทองที่มีรอยขีดข่วนลึกรูปดาวห้าแฉกที่ฝาหลัง ก่อนจะตัดสินใจหักพวงมาลัยรถเลี้ยวขวาเข้าสู่ถนนสายรองมุ่งหน้าสู่โกดังร้าง... คุณอ้างว่านั่นคือสัญชาตญาณ แต่นักสืบมืออาชีพที่ผ่านคดีมาโชกโชน ไม่มีการตัดสินใจบนความเสี่ยงร้อยเปอร์เซ็นต์แบบไร้เหตุผลรองรับหรอกครับ เว้นเสียแต่ว่า... นาฬิกาเรือนนั้น หรือรอยขีดข่วนรูปดาวห้าแฉกนั่น มันมีความหมายบางอย่างซ่อนอยู่" บรรยากาศในห้องประชุมพลันเงียบกริบลงทันที อุณหภูมิรอบตัวเหมือนจะดิ่งวูบลงไปอีกหลายองศา รวิศที่เคยนั่งไขว่ห้างด้วยท่าทีผ่อนคลาย ชะงักไปชั่วเสี้ยววินาที นัยน์ตาสีเข้มที่เคยพราวระยับด้วยความเย่อหยิ่ง ไหววูบลงอย่างรวดเร็วก่อนจะถูกกลบฝังด้วยความเย็นชาหนาทึบยิ่งกว่าเดิม ขากรรไกรของเขาขยับเล็กน้อย กล้ามเนื้อบริเวณลำคอไหวระริกจากการกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ไม่มีใครรู้... หรืออย่างน้อยที่สุด ก็ไม่มีใครในสำนักพิมพ์นี้เคยสังเกตรายละเอียดปลีกย่อยในงานเขียนของเขามากลึกซึ้งถึงเพียงนี้ พิมพ์มาดาไม่เพียงแค่อ่านจับผิด เธอกำลังอ่านเข้าไปถึง 'จิตวิญญาณ' และ 'บาดแผล' ที่ซ่อนอยู่หลังตัวอักษร "คุณบัง-เอิญ... ไปเจอนาฬิกาเรือนนี้มาจากไหนเหรอครับ" เสียงของพิมพ์มาดาอ่อนลงโดยไม่รู้ตัว เมื่อดวงตาคู่คมของเธอบังเอิญกวาดไปเห็นมือหนาของรวิศที่วางอยู่บนที่วางแขน กำเข้าหากันแน่นจนข้อนิ้วปูดโปนและเปลี่ยนเป็นสีขาวซีด รวิศไม่ตอบ เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านออกมาจากร่างหนาจนพิมพ์มาดาต้องเผลอถอยหลังไปหนึ่งก้าว รวิศก้าวเข้ามาประชิดขอบโต๊ะฝั่งที่เธอยืนอยู่ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมผสานกับกลิ่นกระดาษและบุคลิกอันตรายลอยเข้าแตะจมูก "อย่ายุ่งไม่เข้าเรื่อง คุณพิมพ์" รวิศโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ จนปลายจมูกแทบจะชนกับกรอบแว่นของหญิงสาว น้ำเสียงของเขาแหบพร่าและสั่นเครือเล็กน้อยอย่างที่เธอไม่เคยได้ยินมาก่อน "งานของผม ผมจะเขียนให้มันจบยังไง ก็เรื่องของผม หน้าที่ของคุณคือตรวจคำผิด แล้วเซ็นอนุมัติสัญญา ไม่ใช่มาทำตัวเป็นจิตแพทย์วิเคราะห์ปมด้อยในอดีตของผม!" "แต่มันสมเหตุสมผลไม่ได้ไงครับ!" พิมพ์มาดาไม่ยอมถอย เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ แม้หัวใจจะเต้นรัวระทึกด้วยแรงดึงดูดประหลาดที่น่ากลัว "ถ้าคุณจะเขียนนิยายสืบสวนที่สมบูรณ์แบบ คุณจะใส่ปมของ 'ความแค้นส่วนตัว' ลงไปในตัวละครโดยไม่มีที่มาที่ไปไม่ได้! รอยแผลเป็นรูปดาวห้าแฉกบนนาฬิกาเรือนนั้น... มันคือสิ่งเดียวกับคดีฆาตกรรมอำพรางเมื่อสิบห้าปีก่อน ที่ตำรวจสรุปสำนวนว่าเป็นอุบัติเหตุ... คดีของครอบครัวคุณใช่ไหมครับ?" คำพูดนั้นราวกับลูกศิษย์ที่พุ่งตรงปักเข้ากลางใจ รวิศชะงักค้าง ดวงตาคมกราบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความตกตะลึงระคนหวาดหวั่น เขาสบตากับเธอนิ่งนาน ราวกับกำลังมองทะลุผ่านวิญญาณของหญิงสาวตรงหน้าเพื่อค้นหาว่าเธอล่วงรู้ความลับนี้มาจากซอกหลืบไหนของความทรงจำ มือหนาข้างหนึ่งยกขึ้นกระชากปกเสื้อเชิ้ตของตัวเองอย่างอึดอัด รวิศหันหลังให้เธอ พ่นลมหายใจร้อนผ่าวออกมาเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ที่กำลังตีรวนขึ้นมาจุกอก ภาพความทรงจำสีเลือด กลิ่นควันไฟ และเสียงนาฬิกาพกที่หยุดเดินเมื่อสิบห้าปีก่อน กลับมาหลอนหลอนในโสตประสาทอีกครั้งอย่างชัดเจน พิมพ์มาดามองแผ่นหลังกว้างที่กำลังสั่นไหวเล็กน้อย ความรู้สึกบางอย่างในใจบีบรัดจนเธอรู้สึกเจ็บแปลบ เธอไม่ได้ตั้งใจจะขุดคุ้ยบาดแผลของเขา แต่วิรุธในสำนวนและการบ้านที่เธอทำการบ้านมาอย่างหนัก ทำให้เธอปฏิเสธไม่ได้ว่า รวิศกำลังใช้พื้นที่ในนิยายเรื่องนี้ เป็น "เซฟโซน" ในการชำระสะสางความแค้นที่เขาแบกรับไว้คนเดียวมาตลอดชีวิต หญิงสาวตัดสินใจก้าวเข้าไปใกล้ แตะปลายนิ้วลงบนท่อนแขนแข็งแรงที่อยู่ภายใต้เนื้อผ้าอย่างแผ่วเบา โดยไร้ซึ่งเจตนาร้าย มีเพียงความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ภายใต้ท่าทีปากจัด "รวิศ... การที่คุณเขียนให้สารวัตรปกรณ์แก้แค้นสำเร็จในนิยาย มันไม่ได้ช่วยให้ความจริงในโลกความเป็นจริงเปลี่ยนแปลงหรอกนะครับ มันมีแต่จะทำให้คุณต้องจมปลักอยู่กับอดีตเดิมๆ ทุกครั้งที่คุณตวัดปลายปากกา..." "คุณรู้อะไร!" รวิศสะบัดแขนออกอย่างแรงจนพิมพ์มาดาเซถอยหลัง เขาหันกลับมาเผชิญหน้าด้วยดวงตาแดงก่ำ เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนชัดเจน "คุณรู้อะไรเกี่ยวกับความเจ็บปวดของการสูญเสียบ้าง คุณเป็นใคร ถึงกล้ามาสั่งให้ผมปล่อยวาง!" ในเสี้ยววินาทีที่ความตึงเครียดพุ่งทะยานจนถึงขีดสุด บานประตูห้องประชุมก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้การเคาะ พร้อมกับร่างระหงของหญิงสาวในชุดสูทแบรนด์เนมราคาแพงที่ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเจิดจ้า "อ้าว... คุยอะไรกันอยู่เหรอคะ ดูท่าทางเครียดกันเชียว พอดีเลยค่ะ รวิศ... แพรวมีข่าวดีเรื่องลิขสิทธิ์แปลต่างประเทศจะมาแจ้ง..." เสียงของ 'แพรวพรรณ' ดาราสาวชื่อดังและอดีคนรักเก่าของรวิศดังแทรกขึ้นมากลางคัน ทำลายบรรยากาศอันเปราะบางระหว่างเขากับพิมพ์มาดาลงอย่างสิ้นเชิง รวิศนิ่งค้างไปในทันที ขณะที่พิมพ์มาดาหันไปมองผู้มาใหม่ด้วยแววตาสั่นไหว ก่อนที่สายตาของเธอจะปะทะเข้ากับรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความหมายของดาราสาว ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับปลายปากกาของผมนะครับ --- ดรากอนไรเดอร์
สารจากนักเขียน (ดรากอนไรเดอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนปากร้ายคือปลายปากกาผม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%