เสียงกัปกระแทกโต๊ะไม้สักทองดังสนั่นจนแก้วกาแฟสั่นสะเทือน กลิ่นไอร้อนกรุ่นของคาเฟอีนผสมปนเปไปกับกลิ่นบุหรี่คิวบาชั้นดีที่ลอยวนอยู่ในห้องทำงานทึบแสง ศิลา วรโชติเมธี ไม่ได้สนใจว่าเอกสารสำรวจชั้นหินที่รินรดาเพิ่งทำตกกระจายเกลื่อนพื้นจะเสียหายแค่ไหน ดวงตาคมกริบราวกับพญาอินทรีจ้องมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยประกายไฟที่พร้อมจะเผาทุกอย่างให้เป็นจุล
"คุณคิดว่าเล่นเกมอะไรอยู่ รินรดา?" เสียงทุ้มต่ำตึงเครียดดังขึ้นจากลำคอแกร่ง แฝงไว้ด้วยความดุดันที่ถูกกดทับไว้ภายใต้ความนิ่งงัน "คิดว่าเอาผลตรวจดินปลอมๆ นี่มาตบตาผม แล้วผมจะปล่อยให้คุณเดินลอยชายออกจากไร่ฝิ่นของผมไปได้ง่ายๆ อย่างนั้นเหรอ"
รินรดาเชิดหน้าขึ้น นัยน์ตากลมโตคู่สวยฉายแววท้าทาย เธอไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย แม้ว่าร่างกายจะถูกต้อนให้ถอยร่นจนแผ่นหลังบอบบางแนบชิดติดกับชั้นหนังสือไม้สักหนักอึ้ง ศิลาขยับกายเข้าประชิด ร่างสูงใหญ่ในชุดเชิ้ตพับแขนเผยให้เห็นรอยสักรูปงูเห่าพันก้านกุหลาบดำที่ต้นแขน—สัญลักษณ์แห่งความตายและความหอมหวานที่เธอเกลียดชัง
"ฉันไม่ได้เล่นเกมอะไรทั้งนั้น ศิลา!" เธอตวาดกลับเสียงกร้าว ไม่ยอมลดละ "ข้อมูลนั่นคือความจริง ทางธรณีวิทยาบอกว่าใต้ผืนดินตรงหุบเขาแปลงสามมันเปราะบางเกินกว่าที่คุณจะใช้เป็นพื้นที่ขยายฐานผลิตฝิ่นเถื่อนของคุณ! ถ้าคุณฝืนขุดเจาะ ดินถล่มจะฝังทั้งคนทั้งไร่ของคุณลงไปในนรกแน่!"
ศิลาหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน แต่มันเต็มไปด้วยความเย้ยหยันและอำนาจมืดที่กดดันจนอากาศรอบตัวแทบหมดสิ้น เขาวางมือข้างหนึ่งทับลงบนชั้นหนังสือ กั้นขวางทางหนีของเธอไว้โดยสมบูรณ์ ใบหน้าคมเข้มโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนเจือกลิ่นนิโคตินรินรดอยู่บนพวงแก้มเนียน
"เป็นห่วงผมเหรอ?" เขากระซิบเสียงพร่า แววตาคมกริบกวาดมองริมฝีปากอิ่มที่กำลังเม้มเข้าหากันอย่างดื้อรั้น "หรือว่าแค่กลัวว่าถ้าไร่ของผมพัง แผนการแฝงตัวมาเป็นสายให้ตำรวจปราบปรามยาเสพติดของคุณจะพังตามไปด้วย หืม?"
หัวใจของรินรดาเต้นกระหน่ำจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะแรงดึงดูดอันมหาศาลและอันตรายที่แผ่ออกมาจากตัวชายหนุ่ม กลิ่นกายบุรุษเพศที่ผสมผสานกับความดิบเถื่อนทำให้สติสัมปชัญญะของเธอเริ่มสั่นคลอน เธอยกมือขึ้นดันแผงอกกว้างเอาไว้ แต่กล้ามเนื้อแน่นตึงใต้ร่มผ้ากลับให้ความรู้สึกราวกับกำแพงเหล็กที่ไม่มีวันพังทลาย
"ถอยไปนะ ศิลา... อย่ามาทำรุ่มร่ามกับฉัน" เสียงของเธอขาดห้วงเมื่อนิ้วมือแข็งกระด้างของเขาเอื้อมมาแตะที่ปลายคางมน บังคับให้เธอเงยหน้าขึ้นรับสัมผัสอันจาบจ้วงแต่นุ่มนวลอย่างไม่ทันตั้งตัว
"รุ่มร่ามเหรอ?" ศิลาทวนคำ เสียงกระซิบต่ำลึกดึงดูดวิญญาณ "ผมยังไม่ได้เริ่มทำอะไรที่คุณเรียกว่ารุ่มร่ามเลยด้วยซ้ำ รินรดา... ตั้งแต่วินาทีที่คุณเหยียบเข้ามาในเขตแดนของผม คุณก็ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะปฏิเสธสัมผัสจากผมแล้ว"
นิ้วเรียวที่เคยจับปากกาตรวจสภาพดิน บัดนี้ถูกมือหนาตรึงไว้เหนือศีรษะด้วยมือเพียงข้างเดียว แรงบีบที่ข้อมือไม่ได้รุนแรงจนเจ็บปวด แต่มันเด็ดขาดและทรงพลังเสียจนเธอไร้ทางขัดขืน ดวงตาสองคู่ประสานกันในความเงียบงันที่เต็มไปด้วยสงครามประสาท—สงครามระหว่างศักดิ์ศรีของหญิงสาวผู้ไม่ยอมก้มหัว กับสัญชาตญาณดิบเถื่อนของเจ้าพ่อไร่ฝิ่นผู้กระหายการครอบครอง
ศิลาไม่รอให้เธอได้เอ่ยคำปฏิเสธใดๆ อีกต่อไป ริมฝีปากหยักลึกทาบทับลงมาอย่างไร้ความปรานี บด 1 ขยี้ และดูดกลืนเสียงททททททททททโต้แย้งทั้งหมดของเธอลงไปในลำคอ รสจูบในคราแรกดุดัน ร้อนแรง และเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกยั่วโมโห แต่ไม่นานนัก มันก็แปรเปลี่ยนเป็นความลุ่มหลงที่ลึกซึ้งและกระหายหิว ราวกับคนกระหายน้ำที่พบเจอบ่อน้ำกลางทะเลทรายอันแห้งผาก
รินรดาเบิกตากว้าง สมองขาวโพลนไปหมด ร่างกายสั่นสะท้านจากกระแสไฟฟ้าแปลกประหลาดที่วิ่งพล่านไปทั่วทุกอณูผิว เธยายามพยายามเบือนหน้าหนีและขัดขืน แต่รสสัมผัสที่ช่ำชองและเปี่ยมด้วยเสน่หาอันดิบเถื่อนของเขากลับทำให้เรียวขาของเธออ่อนยวบ แรงต่อต้านทั้งหมดที่สะสมมานานนับแรมเดือนมลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงเสียงหอบหายใจถี่กระชั้นที่ดังประสานกันในความเงียบ
มือหนาเลื่อนจากข้อมือบางลงมาโอบกระชับเอวคอดกิ่ว ลากไล้ผ่านส่วนโค้งเววภายใต้เสื้อผ้าเนื้อบาง จนเธอต้องแอ่นกายเข้าหาโดยสัญชาตญาณ ความอบอุ่นจากฝ่ามือของเขาแผดเผาผิวเนื้อราวกับถูกไฟลน ความใกล้ชิดที่เกินเลยทำให้เส้นกั้นระหว่างความเกลียดชังและแรงปรารถนาพังทลายลงอย่างไม่เป็นท่า ลิ้นร้อนรุกล้ำเข้ามาตักตวงความหวานล้ำจากโพรงปากอุ่น บังคับให้เธอต้องยอมจำนนต่อจังหวะรักที่เขาเป็นผู้กำหนด
ในห้วงเวลาที่สติกำลังจะหลุดลอย ศิลาผริมฝีปากออกช้าๆ หน้าผากของเขายังคงแนบชิดอยู่กับหน้าผากของเธอ ลมหายใจร้อนระอุเป่ารดพวงแก้มแดงก่ำ แววตาของมาเฟียหนุ่มเวลานี้ไม่ได้มีแต่ความดุดันอีกต่อไป แต่มันเต็มไปด้วยประกายไฟแห่งความปรารถนาที่ลุกโชนอย่างยากจะดับลง
"รสชาติของอันตราย... คุณว่ามันหวานหรือขมกันแน่ รินรดา?" เขาเอ่ยถามเสียงพร่าต่ำข้างใบหู พร้อมกับขบเม้มติ่งหูเบาๆ จนเธอสะดุ้งเฮือก
ก่อนที่รินรดาจะได้ทันตั้งสติหรือเอ่ยปากตอบคำถามอันตรายนั้น เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งติดๆ กันอย่างเร่งรีบ ตามด้วยเสียงตะโกนแหบพร่าของลูกน้องคนสนิทที่หน้าห้องทำงาน
"นายครับ! แย่แล้วครับ... ตำรวจชุดปราบปรามพิเศษ นำโดยสารวัตรภคิน บุกเข้ามาถึงหน้าเขตไร่ฝิ่นแล้วครับ!"
ศิลาชะงัก รอยยิ้มร้ายกาจผุดขึ้นที่มุมปากทันที ในขณะที่รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจและความหวังที่วابวับขึ้นมาในอก แต่มือกำยำของศิลากลับกระชับเอวเธอแน่นขึ้นกว่าเดิม พร้อมกับกระซิบคำสั่งเฉียบขาดที่ข้างหูด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ
"ห้ามส่งเสียงเด็ดขาด... ไม่อย่างนั้น ผมจะทำให้พวกมันเห็นว่าเชลยบนเตียงของผม มีสภาพเป็นอย่างไร"
- ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ห้วงเสน่หาอันดิบเถื่อนนี้ด้วยกันนะครับ -
ดิบเถื่อนกลางไร่ฝิ่น: รอยทมิฬมรดกเลือด•ตอนที่ 9
รสชาติของอันตราย
ผลงานโดย ธานินทร์แดนเถื่อน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ธานินทร์แดนเถื่อน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดิบเถื่อนกลางไร่ฝิ่น: รอยทมิฬมรดกเลือด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!