กลิ่นไอดินชื้นและกลิ่นฉุนกึกของยางฝดิบอบอวลอยู่ในความมืดทึบของเรือนเก็บพืชผล ภายใต้แสงไฟสลัวจากตะเกียงน้ำมันก๊าดที่แขวนอยู่บนคานไม้ รินรดาซ่อนแผ่นหลังแนบติดกับกระสอบป่านบรรจุเมล็ดฝดิบดิบที่กองสุมกันสูงท่วมหัว ลมหายใจของเธอหอบกระชั้น ไอร้อนจากร่างสูงใหญ่ที่ก้าวเข้ามาประชิดตัวทีละน้อยทำให้บรรยากาศรอบกายแคบลงจนแทบหายใจไม่ออก
ศิลาย่างเท้าเข้ามาอย่างเงียบเชียบ ราวกับเสือดาวที่กำลังต้อนเหงื่อชุ่มร่างให้จนมุม รอยแผลเป็นบนขมับของเขาเต้นตุบตามจังหวะชีพจร ดวงตาคมกริบราวกับเหยี่ยวทะเลทรายจ้องมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยประกายตาดิบเถื่อนที่ผสมผสานระหว่างความแค้นเคืองและความปรารถนาอันดิบดิบ
"คิดว่าหนีพ้นไปได้สักกี่น้ำ รินรดา"
เสียงทุ้มต่ำรอดไรฟันออกมา มันไม่ใช่คำถาม แต่เป็นการพิพากษาจากเจ้าชีวิตที่กุมชะตากรรมของเธอไว้ทั้งหมด นิ้วแกร่งเอื้อมไปคว้าข้อมือเรียวเล็กที่พยายามซ่อนบางสิ่งไว้เบื้องหลัง ปลายเล็บของเธอจิกเข้ากับฝ่ามือตัวเองจนเลือดซิบ แต่ความเจ็บปวดทางกายเทียบไม่ได้เลยกับแรงกดดันมหาศาลที่แผ่ออกมาจากตัวชายหนุ่ม
รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แม้ริมฝีปากจะแห้งผากและสั่นระริก แต่แววตาดื้อรั้นของเธอยังคงเปล่งประกายท้าทาย เธอไม่ยอมก้มหัวให้เขาเด็ดขาด แม้จะรู้ดีว่าในดินแดนเถื่อนแห่งนี้ กฎหมายไม่มีความหมายเท่ากับคำสั่งของศila วรโชติเมธี
"ปล่อยฉัน... ศิลา คุณไม่มีสิทธิ์มาขังฉันไว้ที่นี่" เสียงของเธอแหบพร่าแต่เต็มไปด้วยศักดิ์ศรี
ศิลาหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นต่ำทุ้มและน่ากลัว เขากระชากข้อมือเธอเข้ามาหาตัวจนร่างบางกระแทกเข้ากับอกแกร่งที่เต็มไปด้วยมัดกล้าม กลิ่นกายบุรุษผสมผสานกับกลิ่นบุหรี่ราคาแพงและกลิ่นอายดินโคลนพุ่งเข้าปะทะนาสิกของเธอ แรงดึงดูดระหว่างทั้งคู่รุนแรงราวกับกระแสไฟฟ้าแรงสูงที่พร้อมจะช็อตทุกอณูความรู้สึกให้มอดไหม้
"ไม่มีสิทธิ์? ผู้หญิงที่ลักลอบส่งพิกัดแปลงปลูกฝดิบให้พวกตำรวจป่าไม้... มีสิทธิ์อะไรมาต่อรองกับฉัน" ศมลาโน้มใบหน้าลงมาต่ำ จนลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดซอกคอขาวเนียน "เธอคิดตื้นเกินไป ริน... คิดเหรอว่าแผนตื้นๆ ของเธอจะตบตาฉันได้"
รินรดาสะท้านเฮือกเมื่อริมฝีปากร้อนจัดของเขาปัดผ่านใบหู แต่ในจังหวะที่ศิลากำลังได้ใจและประมาท รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ก็ปรากฏขึ้นที่มุมปากอิ่ม เธอแกล้งทำตัวอ่อนแรง ซบหน้าลงกับอกเขาเสมือนคนยอมจำนน แต่นิ้วมืออีกข้างที่ซ่อนอยู่ด้านหลังกลับค่อยๆ ควานหาขวดแก้วขนาดเล็กบรรจุผงเคมีระคายเคืองที่เธอแอบขโมยมาจากห้องแล็บภาคสนาม
"ฉันไม่ได้โง่พอจะสู้กับคุณตรงๆ หรอก... ศิลา"
สิ้นเสียงกระซิบ รินรดาก็สาดผงเคมีเข้าใส่ใบหน้าของชายหนุ่มเต็มแรง!
"ย๊าก!"
ศิลาคำรามลั่นด้วยความตกใจ ผงเคมีแสบร้อนเข้าตาจนเขาต้องผละถอยหลังด้วยความเจ็บปวด มือหนายกขึ้นกุมใบหน้า ร่างกายเซถลาไปชนกองกระสอบจนฝุ่นคลุ้ง นี่คือเล่ห์กลขั้นเด็ดขาดที่เธอตระเตรียมไว้เพื่อซื้อเวลาหนี
ไม่รอช้า รินรดาหมุนตัววิ่งพุ่งไปยังประตูบานเล็กที่เชื่อมออกสู่ไร่ฝดิบทันที หัวใจของเธอเต้นระรัวราวกับจะหลุดออกมานอกอก เสียงฝีเท้าของเธอเหยียบย่ำลงบนพื้นดินแห้งแล้ง ท่ามกลางความมืดมิดของรัตติกาลที่มีเพียงแสงจันทร์สลัวนำทาง
ทว่า... ความเงียบงันถูกกระชากด้วยเสียงคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ดังมาจากด้านหลัง
"คิดว่าจะรอดไปได้งั้นเหรอ รินรดา!"
เสียงนั้นทรงพลังและเหี้ยมเกรียมเกินกว่าที่คนโดนสารเคมีจะไร้พิษสง ศิลาใช้มือเสื้อเช็ดคราบแสบออกจากใบหน้าอย่างรวดเร็ว ความเจ็บปวดไม่ได้ทำให้เขาลดทอนความดุร้ายลงเลย กลับยิ่งปลุกสัญชาตญาณนักล่าในตัวเขาให้ตื่นขึ้นเต็มพิกัด สองขาแกร่งก้าวทะยานติดตามเงาร่างบางที่กำลังวิ่งหนีสุดชีวิตราวกับพายุหมุน
รินรดาหันกลับไปมองด้วยความหวาดกลัวเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าใกล้เข้ามาทุกที ความมืดของไร่ฝดิบทำให้เธอสะดุดรากไม้ล้มลงกับพื้นดิน ฝุ่นดินเปื้อนชุดเซอร์ไววัลจนมอมแมม แต่เธอยังไม่ทันได้ลุกขึ้น ศิลาก็พุ่งเข้ามาคร่อมร่างของเธอไว้ได้อย่างรวดเร็วราวกับเงาทมิฬ
ร่างหนักอึ้งกดทับลงมาบนแผ่นหลังของเธอ แรงกดดันจากร่างของชายหนุ่มทำให้เธอขยับเขยื้อนไม่ได้เลย ศิลาควارข้อมือทั้งสองข้างของเธอล็อกไว้เหนือศีรษะด้วยมือเพียงข้างเดียวอย่างง่ายดาย ลลมหายใจของเขาร้อนจัดและกระชั้นถี่ด้วยความโกรธ
"เกมนี้เธอเล่นแรงเกินไปแล้วนะ รินรดา..."
ศิลาก้มลงกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงของเขาแหบพร่าและเต็มไปด้วยแรงขับทางอารมณ์ที่พุ่งสูงจนน่ากลัว ปลายจมูกโด่งคมคลอเคลียอยู่ข้างแก้มเนียนที่เปื้อนฝุ่นดิน แรงดึงดูดอันดิบเถื่อนระหว่างผู้ล่าและผู้ถูกล่าดึงให้ทั้งสองจมดิ่งลงสู่ห้วงเสน่หาอันมืดมนและไร้ทางหนี
ในวินาทีที่รินรดากำลังจะอ้าปากเถียง ศิลาก็โน้มใบหน้าลงมาประทับริมฝีปากบดขยี้ลงบนกลีบปากนุ่มของเธออย่างดุดัน ไร้ความปรานี แต่เต็มไปด้วยความโหยหาและแรงปรารถนาอันรุนแรงที่ระเบิดออกมาจากการถูกท้าทาย รสจูบทั้งดิบเถื่อนและเร่าร้อนทำให้สมองของหญิงสาวขาวโพลน ศักดิ์ศรีทั้งหมดที่เธอพยายามปกป้องค่อยๆ ละลายหายไปกับสัมผัสอันทรงพลังที่เขามอบให้อย่างไม่ยอมให้ปฏิเสธ
มือแกร่งที่เคยล็อกข้อมือ เลื่อนต่ำลงมาโอบกระชับเอวคอดกิ่ว รั้งร่างบางให้แนบชิดติดกันไร้ช่องว่าง ความร้อนจากกายสาวและกายหนุ่มหลอมรวมกันท่ามกลางบรรยากาศอันคุกรุ่นของไร่ฝดิบ รินรดาครางอือในลำคอด้วยความพ่ายแพ้ต่อสัมผัสวาบหวามที่เขาล่อลวง สติปัญญาและเล่ห์กลทั้งหมดที่เธอเตรียมมาพังทลายลงราบคาบภายใต้อำนาจเสน่หาของมาเฟียหนุ่ม
แต่ทว่า... ในจังหวะที่ลมหายใจของทั้งคู่ประสานเป็นหนึ่งเดียวกันท่ามกลางความมืดมิด เสียงก๊อกแก๊กแปลกปลอมก็ดังขึ้นจากพุ่มไม้หนาทึบเบื้องหน้า
ศิลาชะงักกึก เขาดึงริมฝีปากออกช้าๆ แต่ยังคงตรึงร่างของรินรดาไว้ใต้ร่าง ดวงตาคมกริบกวาดมองไปในความมืดด้วยความระแวดระวัง สัญชาตญาณนักฆ่าบอกเขาว่ามีบุคคลที่สามกำลังซ่อนตัวอยู่บริเวณนี้ และคนผู้นั้นกำลังถืออาวุธเล็งตรงมาที่พวกเขา!
"อยู่นิ่งๆ..." ศิลาคำรามสั่งเสียงต่ำ พร้อมกับเอื้อมมือไปชักปืนพกสั้นที่เหน็บไว้ที่เอวด้านหลังออกมารอรับสถานการณ์อย่างรวดเร็ว
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมติดตามความระทึกขวัญและแรงปรารถนานี้ไปด้วยกันนะครับ - ธานินทร์แดนเถื่อน
ดิบเถื่อนกลางไร่ฝิ่น: รอยทมิฬมรดกเลือด•ตอนที่ 21
แผนซ้อนแผน
ผลงานโดย ธานินทร์แดนเถื่อน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ธานินทร์แดนเถื่อน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดิบเถื่อนกลางไร่ฝิ่น: รอยทมิฬมรดกเลือด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!