เสียงแก้วคริスタルกระทบโต๊ะไม้สักทองดังสนั่น ลั่นกังวานไปทั่วห้องทำงานมืดทึบที่อบอวลไปด้วยกลิ่นควันบุหรี่ราคาแพงและกลิ่นอายดินปืน รินรดาหอบหายใจจนอกอิ่มกระเพื่อมไหว ร่างเพรียวบางสั่นสะท้อนด้วยแรงโทสะที่สะสมมาแรมเดือนจนถึงขีดจำกัด ดวงตาคู่สวยแดงก่ำจ้องมองบุรุษเบื้องหน้าด้วยความรู้สึกที่ระเบิดออกราวกับลาวาใต้เปลือกโลก
"คุณมันบ้า... ศิลา! คุณคิดว่าชีวิตคนเป็นแค่หมากบนกระดานอำนาจของคุณหรือไง!"
เสียงหวานที่เคยแข็งกร้าวบัดนี้สั่นเครือด้วยความอัดอั้นตันใจ หญิงสาวปัดแฟ้มเอกสารสิทธิ์การถือครองที่ดินบนโต๊ะกระจัดกระจายไม่เป็นท่า เศษกระดาษปลิวว่อนราวกับใบไม้ร่วงหล่นท่ามกลางพายุคลั่ง รินรดายืนจังก้า ปลายนิ้วเรียวจิกเข้าหากันจนเล็บจิกฝ่ามือเพื่อระงับความสั่นเทา เธอไม่กลัวเกรงต่อรัศมีมืดมนที่แผ่ออกมาจากร่างสูงใหญ่ที่นั่งไขว่ห้างอยู่หลังโต๊ะทำงานแม้แต่น้อย ความอดทนที่เธอพยายามประคับประคองมาตลอดพังทลายลงในวินาทีนี้
ศิลา วรโชติเมธี ไม่ได้ขยับเขยื้อนกายหนาแม้แต่น้อย ใบหน้าคมคายที่ประดับด้วยรอยแผลเป็นจางๆ นิ่งสงบดั่งผิวน้ำในคืนไร้เดือน นัยน์ตาคมกริบสีนิลกาฬหรี่ลงมองหญิงสาวตรงหน้า ประกายไฟในแววตาดิบเถื่อนคู่นั้นสะท้อนภาพร่างอันสั่นเทิ้มของเชลยสาวผู้ดื้อรั้น เขายกแก้ววิสกี้ขึ้นจิบช้าๆ ราวกับพายุอารมณ์ของเธอนั้นเป็นเพียงสายลมเย็นที่พัดผ่านไร่ฝิ่นยามค่ำคืน
"หมดความอดทนแล้วหรือครับ... คุณนักธรณีวิทยาคนเก่ง" เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้น เรียบเรื่อยแต่น่าขนลุก "ผมก็นึกว่าคุณจะทนพยศได้นานกว่านี้เสียอีก"
"ฉันไม่ใช่ทาส ไม่ใช่สมบัติที่คุณจะโยนให้ใครหรือเก็บไว้ขังลืมตามอำเภอใจ!" รินรดาระเบิดเสียงกรีดร้องออกมาด้วยความคับแค้น น้ำตาหยดใสไหลรินอาบแก้มเนียนอย่างไม่อาจอดกลั้น แต่แววตากลับไม่มีความอ่อนแอ มีเพียงไฟแห่งความพยศที่ลุกโชน "ถ้าคุณเกลียดฉันนัก ทำไมไม่ฆ่าฉันให้ตายเสียตั้งแต่แรก ทำไมต้องเก็บฉันไว้ทรมานทางอารมณ์อยู่แบบนี้!"
พรึบ!
ร่างสูงใหญ่ของศิลาผุดลุกขึ้นเต็มความสูง เร็วกว่าที่รินรดาจะทันตั้งตัว กลิ่นอายบุหรี่จางๆ ผสมผสานกับกลิ่นกายเฉพาะตัวของผู้ชายอันตรายโถมเข้าใส่จนเธอก้าวถอยหลังโดยสัญชาตญาณ ทว่าแผ่นหลังกลับชนเข้ากับชั้นหนังสือไม้สักอย่างจัง ไม่มีทางหนี ไม่มีช่องว่างให้หลบเลี่ยง
ศิลาสาวเท้าเข้ามาประชิด ร่างหนาใหญ่ทาบทับกักขังเธอไว้ในวงแขน แกร่งดั่งกำแพงเหล็ก ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับซอกคอระหงเมื่อโน้มใบหน้าลงกระซิบชิดริมใบหู เสียงของเขาต่ำพร่า สั่นประสาท และเปี่ยมด้วยแรงดึงดูดอันตราย
"ฆ่าคุณเหรอ... รินรดา" ศิลาแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและสั่นระริกด้วยแรงปรารถนาอันดิบเถื่อนที่ถูกปลุกเร้า "ผมลงทุนเดิมพันทุกอย่างเพื่อดึงคุณเข้ามาในกรงขังของผม แล้วคุณคิดว่าผมจะปล่อยให้คุณตายง่ายๆ อย่างนั้นหรือครับ... ไม่มีทาง"
ปลายนิ้วหยาบกร้านมีรอยด้านจากการจับปืนและบังคับม้าเอื้อมขึ้นเชยคางสُวสวยให้เงยขึ้นบังคับสบตา แรงบีบที่คางนั้นไม่เบาเลยทีเดียว แต่มันไม่ใช่ความเจ็บปวดที่น่ารังเกียจ มันคือพันธนาการที่ทำให้หัวใจของรินรดากระหน่ำเต้นรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยกระแสความร้อนรุ่มที่แล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กายอย่างน่าละอาย
"ปล่อยนะ... อื้อ!"
คำพูดประท้วงถูกกลืนหายไปในลำคอ เมื่อริมฝีปากหยักลึกประกบจูบลงมาอย่างไร้ความปรานี ศิลารุกรานอย่างไร้ความปรานี เรียวปากหนาบดขยี้กลีบปากนุ่มนวลอย่างหิวกระหาย ลมหายใจของทั้งคู่หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวในความเงียบงันของห้องทำงาน ความโกรธแค้นและพายุอารมณ์แปรเปลี่ยนเป็นเพลิงสวาทที่ลุกโชนขึ้นอย่างไร้การควบคุม รินรดาทุบกำปั้นเล็กๆ ลงบนอกแกร่งเพื่อประท้วง แต่กล้ามเนื้อแน่นขนัดของเขาไม่ได้สะเทือนแม้แต่น้อย กลับยิ่งทำให้เขารัดร่างเธอแน่นขึ้นจนแทบหลอมละลายติดไปกับแผงอก
รสจูบที่ดุดันและเอาแต่ใจค่อยๆ เปลี่ยนเป็นความลึกซึ้งวาบหวาม ศิลาตักตวงความหวานล้ำจากโพรงปากนุ่มอย่างตะกละตะกลาม ลิ้นร้อนเกี่ยวพันตักตวงความซ่านสยิวจนรินรดาขาอ่อนยวบยาบ มือเรียวที่เคยทุบตีเปลี่ยนเป็นกำเสื้อเชิ้ตของเขาไว้แน่นเพื่อพยุงร่างไม่ให้ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น ความรู้สึกต่อต้านมลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงสัญชาตญาณดิบเถื่อนของชายหนุ่มที่ปลุกเร้าไฟปรารถนาในกายสาวให้ตื่นขึ้นอย่างเต็มตัว
ร่างสูงช้อนอุ้มร่างบางขึ้นแนบอกในท่าเจ้าสาวอย่างง่ายดาย โดยที่ริมฝีปากยังคงไม่ผละออกจากกัน รินรดาส่งเสียงประท้วงอู้อี้ในลำคอเมื่อแผ่นหลังถูกวางลงบนโซฟาหนังแท้ตัวกว้างกลางห้อง ศิลาทาบทับลงมาทันที น้ำหนักตัวของเขาตรึงเธอไว้ใต้ร่าง ร่างกายแนบชิดกันทุกตารางนิ้วจนรับรู้ได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวเร็วดั่งกลองศึก
มือใหญ่สอดเข้าใต้กลุ่มผมยาวสลวย ปลายนิ้วสร่างซ่านลูบไล้ไปตามแนวสันหลัง ขยับปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของเธอออกทีละเม็ดอย่างไร้ความปราณี ผิวเนียนละเอียดสีน้ำผึ้งต้องกับแสงไฟสลัวเผยให้เห็นสัดส่วนโค้งเว้าวับแวม ลมหายใจของศิลาขาดห้วง ดวงตาคมกริบฉายแววปรารถนามืดบอดจนน่ากลัว
"คุณมัน... คนเผด็จการ..." รินรดาหอบสะท้าน เงยหน้าขึ้นพ่นลมหายใจร้อนผ่าวใส่ปลายคางของเขา ขณะที่มือบางข้างหนึ่งแตะสัมผัสลาดไหล่กว้างอย่างเผลอไผล
"ใช่... ผมมันเผด็จการ" ศิลาคำรามต่ำในลำคอ ก้มลงซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่น ขบเม้มผิวเนื้ออ่อนจนเกิดรอยสีกุหลาบจางๆ เพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ "และคุณก็หนีไม่พ้นเงื้อมมือผมหรอก... รินรดา"
เสียงครางหวานหลุดรอดจากริมฝีปากอิ่มเมื่อสัมผัสร้อนลุ่มไล่ต่ำลงมาเรื่อยๆ ความตึงเครียดและความเคียดแค้นเมื่อชั่วโมงก่อนถูกแผดเผาจนมอดไหม้ เหลือไว้เพียงเสียงหอบหายใจระทึกและไฟสวาทที่โหมกระหน่ำในค่ำคืนอันมืดมิดของไร่ฝิ่น ทว่า... ท่ามกลางบรรยากาศที่กำลังร้อนแรงจนถึงขีดสุด เสียงเคาะประตูดังสนั่นหวั่นไหวก็ผ่ากลางความเงียบขึ้นถึงสามครั้งติดๆ กัน
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
ศิลาชะงักกรามขบเข้าหากันแน่นด้วยความหงุดหงิดระคนโกรธที่ถูกขัดจังหวะ ร่างหนาผงกศีรษะขึ้นเล็กน้อยด้วยใบหน้าถมึงทึง ดวงตาดุดันตวัดมองไปทางประตูไม้บานใหญ่ที่ปิดสนิท
"นายครับ!" เสียงตะโกนร้อนรนของไอ้ก้อง มือขวาคนสนิทดังทะลุประตูเข้ามา น้ำเสียงนั้นสั่นเครือจนผิดปกติ "แย่แล้วครับนาย... มีคนบุกรุกเผาโรงเก็ยฝิ่นโซน C วอดวายหมดแล้ว แถมพวกมัน... ทิ้งสัญลักษณ์เลือดไว้ที่หน้าไร่ครับ!"
ศิลาชะงักนิ่ง นัยน์ตาสีนิลวาวโรจน์ขึ้นด้วยจิตสังหารอันเย็นเยียบ ร่างกายที่เคยโอบกอดหญิงสาวไว้แนบเนื้อค่อยๆ ผละออกช้าๆ อย่างจำใจ รินรดานอนหอบหายใจสะท้านอยู่บนโซฟา รีบดึงเสื้อผ้าให้เข้าที่ด้วยความตกใจระคนโล่งอก ทว่าเมื่อเธอเงยหน้าขึ้นสบตากับศิลา หัวใจก็ต้องกระตุกวูบ
ศิลาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แววตาดุดันราวมัจจุราชหันกลับมามองเธอนิ่งสนิท ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียมชนิดที่รินรดาไม่เคยได้ยินมาก่อน
"คืนนี้เรายังเคลียร์กันไม่จบ... แต่ตอนนี้ มีหนี้เลือดที่ต้องชำระก่อน"
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามความดุเดือดนี้ด้วยใจระทึกนะครับ
* * * * * * * * * *
* * * * * * * * * *
*(หมายเหตุ: นิยายเรื่องนี้สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ห้ามมิให้ผู้ใดคัดลอก ดัดแปลง หรือนำเนื้อหาไปเผยแพร่ต่อโดยไม่ได้รับอนุญาต)*
ดิบเถื่อนกลางไร่ฝิ่น: รอยทมิฬมรดกเลือด•ตอนที่ 13
ขีดจำกัดอดทน
ผลงานโดย ธานินทร์แดนเถื่อน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ธานินทร์แดนเถื่อน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดิบเถื่อนกลางไร่ฝิ่น: รอยทมิฬมรดกเลือด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!