ดิบเถื่อนกลางไร่ฝิ่น: รอยทมิฬมรดกเลือด•ตอนที่ 5

สายตาที่อ่านไม่ออก

ผลงานโดย ธานินทร์แดนเถื่อน
กลิ่นอายควันบุหรี่ราคาแพงผสมผสานกับกลิ่นอายดิบเถื่อนของผืนดินแห้งแล้งในห้องทำงานกว้าง ลอยวนเวียนอบอวลราวกับกรงขังที่มองไม่เห็น ศิลา วรโชติเมธี ไม่ได้ขยับเขยื้อนร่างกายไปไหน ร่างสูงใหญ่ที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามภายใต้เสื้อเชิ้ตพับแขนเผยให้เห็นรอยสักจาง ๆ ตรงท่อนแขนแกร่ง ยังคงตรึงร่างบางของรินรดาไว้แนบชิดกับแผงอกของเขา ความใกล้ชิดนี้มันมากเกินกว่าที่มนุษย์คนหนึ่งจะรักษาจังหวะการหายใจให้เป็นปกติได้ เสียงหัวใจของเธอเต้นกระหน่ำราวกองโจรบุกเข้าประชิดเมือง ขณะที่หัวใจของเขา... กลับนิ่งสงบ เยືือกเย็น และทรงพลังราวกับผู้ล่าที่กำลังสนุกสนานกับการต้อนเหยื่อให้จนมุม รินรดาเม้มริมฝีปากแน่นจนซีดเผือด ดวงตากลมโตที่เคยฉายแววท้าทายและดื้อรั้น ตอนนี้กลับไหวระริกด้วยความหวาดหวั่นที่เธอพยายามซ่อนไว้ภายใต้เกราะกำบังอันเปราะบาง "ปล่อยฉัน..." เสียงของเธอแหบพร่า หญิงสาวพยายามดันแผงอกแข็งแกร่งออกด้วยเรียวแรงทั้งหมดที่มี แต่สำหรับศิลาแล้ว มันไม่ต่างอะไรกับการสะกิดเบา ๆ ของลูกแมว "ปล่อยเหรอ?" ศิลาทวนคำ เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันออกมาด้วยความเย้ยหยัน มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นอย่างเหี้ยมเกรียม รอยยิ้มที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงจนหนתเหน็บ "คุณเหยียบเข้ามาในเขตอิทธิพลของผม ขโมยข้อมูลที่ผมหวงแหน แล้วยังกล้าต่อปากต่อคำกับผม... คุณคิดจริง ๆ หรือรินรดา ว่าคนอย่างศิลาจะปล่อยให้เหยื่อเดินกลับออกไปเฉย ๆ โดยไม่มีรอยแผล?" สายตาของเขาจับจ้องเธอราวกับเหยื่อที่รอวันขย้ำ มันเป็นสายตาที่อ่านไม่ออก—มีทั้งความกระหาย ความดุดัน และประกายไฟบางอย่างที่ลุกโชนอยู่ลึก ๆ ในดวงตาสสีเข้มคู่นั้น เป็นประกายไฟที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่งที่ขวางหน้าให้มอดไหม้เป็นจุล "ฉันไม่ได้ขโมยอะไรทั้งนั้น!" เถียงสู้สุดใจแม้แผ่นหลังจะชนเข้ากับขอบโต๊ะทำงานไม้สักทองจนไร้ทางถอย "ฉันแค่มาสำรวจพื้นที่ตามสิทธิของนักธรณีวิทยา เอกสารพวกนั้นมันควรจะเป็นความจริง ไม่ใช่ความลับสกปรกในไร่ฝิ่นเถื่อนของคุณ!" คำพูดที่เต็มไปด้วยความหยิ่งผยองและไม่ยอมก้มหัวให้นั้น แทนที่จะทำให้มาเฟียหนุ่มโกรธเกรี้ยว กลับยิ่งไปจุดชนวนความกระหายดิบเถื่อนในตัวเขาให้พุ่งทะยานขึ้นถึงขีดสุด ศิลาแค่นหัวเราะในลำคอ ร่างสูงขยับเข้าไปใกล้จนแทบไม่มีช่องว่างระหว่างกัน ลมหายใจอุ่นร้อนที่เจือกลิ่นนิโคตินจาง ๆ ปัดผ่านแก้มเนียนของเธอ รินรดากลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ สัญชาตญาณการเอาตัวรอดกรีดร้องลั่นในหัว สมองสั่งให้หนี แต่ร่างกายกลับแข็งทื่อราวกับโดนมนต์สะกดจากซาตานในร่างมนุษย์ "ความลับสกปรกงั้นเหรอ..." ศิลาโน้มใบหน้าลงกระซิบชิดใบหูเล็ก เสียงทاษพร่าต่ำเตี้ยเรี่ยดินจนขนลุกซู่ไปทั้งร่าง "ปากเก่งดีนี่รินรดา หวังว่าเวลาที่ผมลงโทษคุณ ความอวดดีพวกนี้มันจะยังอยู่ครบนะ" มือหนาข้างหนึ่งที่เคยโอบเอวบางไว้ เลื่อนขึ้นมาตรึงท้ายทอยของเธอไว้แน่น บังคับให้เงยหน้าขึ้นรับสัมผัส มืออีกข้างทำหน้าที่ราวกับคีมเหล็กที่ล็อกข้อมือทั้งสองข้างของเธอไขว้ไว้เหนือศีรษะอย่างง่ายดาย รินรดากรีดร้องประท้วงในลำคอเมื่อริมฝีปากหยักทาบทับลงมาอย่างไร้ความปรานี มันไม่ใช่จูบแห่งความอ่อนหวาน แต่เป็นการจู่โจมที่ดุดัน เร่าร้อน และเต็มไปด้วยการครอบครอง รสชาติของความดิบเถื่อนแผ่ซ่านไปทั่วโพรงปาก เรียวลิ้นร้อนรุกรานเข้ามาตักตวงความหวานอย่างไร้ความปรานี บดขยี้เรียวปากนุ่มจนบวมเจ่อ รินรดาทั้งทุบทั้งดิ้นรนสุดแรงเกิด มือที่ถูกตรึงพยายามสะบัดให้หลุดพ้นจากพันธนาการ แต่วัตถุประสงค์ของศิลากลับยิ่งแน่วแน่และรุนแรงขึ้น แรงดึงดูดทางเพศที่ระเบิดออกมาอย่างไร้การควบคุมทำให้บรรยากาศในห้องร้อนระอุขึ้นในพริบตา ศิลาไม่ได้สนใจเสียงททุบตีหรือแรงขัดขืนนั้นเลยแม้แต่น้อย เขากลับใช้ความแข็งแกร่งบดเบียดแนบชิดเรือนร่างนุ่มนิ่มเข้าหาตัวจนแนบสนิท สัมผัสจากฝ่ามือใหญ่ที่ลูบไล้ไปตามสรีระโค้งเว้าภายใต้เสื้อผ้าเนื้อบางทำให้หญิงสาวสะท้านเฮือก ความร้อนจากฝ่ามือของเขาแผดเผาผิวเนื้อทุกตารางนิ้วที่สัมผัสจนเธอแทบหลอมละลาย รสจูบที่ดุเดือดเริ่มเปลี่ยนเป็นความลึกล้ำและเย้ายวน เมื่อศิลาผ่อนปรนจังหวะลงเล็กน้อยเพื่อให้เธอได้หายใจ แต่กลับใช้ริมฝีปากไล้ซอกซอนลงมาตามลำคอระหง ขบเม้มเบา ๆ จนเกิดรอยแดงกุหลาบฝังรากลึกบนผิวเนื้อเนียนนุ่ม รินรดาหอบสะท้าน ร่างกายที่เคยแข็งขืนเริ่มอ่อนยวบลงอย่างน่าละอาย ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างที่เธอไม่เคยรู้จักมาก่อนกำลังตีรวนขึ้นมาในอก ทั้งกลัว ทั้งตื่นเต้น และ... หวามไหวจนน่ากลัว "คุณ... อื้อ... ศิลา..." เสียงครางประท้วงเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากที่บวมเจ่อ เมื่อปลายนิ้วแข็งแรงเริ่มสอดแทรกเข้าไปใต้ร่มผ้า ลูบไล้แผ่นหลังเนียนด้วยสัมผัสที่ทั้งคุกคามและปลุกเร้าในเวลาเดียวกัน ศิลาเงยหน้าขึ้นมาสบตาเธอนิ่ง ดวงตาคมกริบฉายแววปรารถนาอันดิบเถื่อนที่พุ่งสูงจนน่ากลัว หน้าอกแผ่กว้างกระเพื่อมไหวตามจังหวะการหายใจที่หนักหน่วง เขาก้มลงกระซิบชิดริมฝีปากที่สั่นเทาของเธอด้วยน้ำเสียงพร่าสั่นแต่เด็ดขาด "จำไว้... ว่าคุณเป็นของผม ตั้งแต่แรกที่คุณก้าวเข้ามาเหยียบที่นี่แล้ว..." ทว่า ในวินาทีที่ศิลากำลังจะประทับริมฝีปากลงมาครอบครองเธออีกครั้ง เสียงเคาะประตูก็จลังรุนแรงขัดจังหวะขึ้นสามครั้งติด ๆ กัน ตามด้วยเสียงตะโกนกระหืดกระหอบของลูกน้องคนสนิทที่หน้าห้อง "นายใหญ่ครับ! แย่แล้วครับ! ตำรวจปราบปรามยาเสพติดนำกำลังบุกเข้ามาถึงหน้าไร่แล้วครับ!" ศิลาชะงักกึก แววตาดุดันที่เต็มไปด้วยความปรารถนาเมื่อครู่เปลี่ยนกลับเป็นความเหี้ยมเกรียมและเย็นเยียบในเสี้ยววินาที เขาดึงสติกลับมาอย่างรวดเร็ว ปล่อยมือออกจากข้อมือของรินรดา แต่สายตากลับยังคงจ้องมองหญิงสาวด้วยรอยยิ้มเยือกเย็นที่แฝงไปด้วยอันตรายถึงชีวิต หวังว่ารี้ดเดอร์ทุกท่านจะยังหายใจทันกับความดุเดือดนี้นะครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานของ ธานินทร์แดนเถื่อน ครับ
สารจากนักเขียน (ธานินทร์แดนเถื่อน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดิบเถื่อนกลางไร่ฝิ่น: รอยทมิฬมรดกเลือด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%