ดิบเถื่อนกลางไร่ฝิ่น: รอยทมิฬมรดกเลือด•ตอนที่ 6

เดิมพันด้วยแผนที่

ผลงานโดย ธานินทร์แดนเถื่อน
กลิ่นบุหรี่มวนหนาผสมผสานกับกลิ่นไอดินชื้นยามค่ำคืน ลอยอวลอยู่ในห้องทำงานทึบทึบที่มีเพียงแสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะ ศิลาไม่ได้ขยับตัวไปไหนเลยตั้งแต่ปล่อยมือจากเธอ ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนจนเห็นกล้ามเนื้อแน่นขนัดและรอยสักเลือนราง นั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้หนังสีเข้ม สายตาคมกริบดั่งพญาอินทรีมองตรงไปยังร่างบางที่ยืนหยัดอยู่กลางห้องด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก รินรดาหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นความสั่นเทาที่หลงเหลือจากแรงปะทะเมื่อครู่ ปลายเล็บจิกเข้าหากลางฝ่ามือจนเจ็บ แต่เธอไม่มีวันยอมแสดงความอ่อนแอให้ไอ้ฆาตกรสวมรอยเจ้าของไร่เถื่อนนี่เห็นเป็นครั้งที่สอง แผนที่แผ่นเก่าที่ซ่อนอยู่ในซับในกระเป๋าเป้คือไพ่ใบเดียวที่เธอกำไว้ และเธอกำลังจะใช้มันวางเดิมพันด้วยอิสรภาพของตัวเอง "คุณอยากได้มันคืนใช่ไหม... ไอ้แผนที่เขตสัมปทานใต้ดินที่พวกคุณพยายามขุดคุ้ยหามาครึ่งปี" เสียงหวานเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ ทุ้มต่ำแต่มั่นคงอย่างน่าประหลาด ศิลาแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นทุบทำลายบรรยากาศตึงเครียดให้หนักหน่วงยิ่งขึ้น เขาพ่นควันสีเทาจางออกจากปาก ช้าๆ ก่อนจะโน้มตัวไปข้างหน้า ข้อศอกวางพาดบนโต๊ะทำงาน ดวงตาดุดันคู่นั้นหรี่แคบลงอย่างพิจารณา "ปากดีไม่เบานี่ คุณอัครโยธิน... คิดว่ากระดาษแผ่นเดียวจะใช้ต่อรองกับผมได้งั้นเหรอ?" ศิลาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาใกล้ทีละก้าวอย่างคุกคาม "คุณน่าจะรู้ว่าผมมีวิธีจัดการกับพวกปากแข็งยังไง โดยไม่ต้องมานั่งต่อรองให้เสียเวลา" "ถ้าคุณทำอะไรฉัน แผนที่แผ่นนั้นจะถูกเผาทำลายจนไม่เหลือแม้แต่ขี้เถ้า" รินรดาก้าวถอยหลังไปชนชั้นหนังสือด้านหลัง ทว่าไม่มีความตื่นตระหนกในน้ำเสียงของเธอแม้แต่น้อย มีเพียงประกตาแข็งกร้าวที่ท้าทายกลับมา "ตระกูลวรโชติเมธีทุ่มเงินมหาศาลกว้านซื้อที่ดินแถบนี้ก็เพื่อแลกกับเส้นทางแร่ใต้ดินนั่นไม่ใช่หรือไง? คุณยอมเสี่ยงเอาพินัยกรรมเลือดมาเดิมพันกับความโกรธของฉันหรือเปล่าล่ะ... ศิลา" ชื่อของเขาหลุดจากริมฝีปากบางเฉียบด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมดั่งใบมีด ศิลาชะงักฝีเท้าลง ห่างจากเธอเพียงแค่ก้าวเดียว ร่างหนาแผ่ไอความร้อนและแรงกดดันมหาศาลจนอากาศรอบตัวแทบเจือจาง เขายื่นมือหนาขึ้นไปยันชั้นหนังสือเหนือหัวเธอ กักขังร่างบอบบางไว้ในวงแขนอย่างเบ็ดเสร็จ กลิ่นกายบุหรี่เจือกลิ่นอายบุรุษเพศอบอวลอยู่รอบตัวจนรินรดาต้องกลั้นหายใจ "กล้ามากนะที่เรียกชื่อผมห้วนๆ แบบนี้" ศิลาโน้มใบหน้าลงมาใกล้ จนปลายจมูกแทบจะชนกับเส้นผมหอมกรุ่นของเธอ เสียงกระซิบต่ำพร่าดังอยู่ชิดริมหู "รู้ไหมว่าผู้หญิงที่กล้าต่อรองกับผม จุดจบมักจะไปนอนครางอยู่ใต้ร่างผมอย่างไร้ทางสู้... ทุกคน" สัมผัสจากลมหายใจร้อนผ่าวที่เป่ารดต้นคอทำให้ผิวเนื้อของรินรดาลุกชัน แต่เธอกลับเชิดหน้าขึ้นสู้ สายตาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสสีดำสนิทที่เต็มไปด้วยไฟปรารถนาและอำนาจมืด "ถ้าฉันจะตาย ฉันก็ต้องลากคุณลงไปจมกองเลือดด้วยกัน... ปล่อยฉันออกไป แล้วฉันจะคืนแผนที่ให้เมื่อฉันออกไปพ้นเขตไร่นี้" ศิลาไม่ตอบคำถามนั้นทันที นิ้วหยาบกร้านเอื้อมขึ้นเกลี่ยปอยผมที่หลุดลุ่ยข้างแก้มเนียนอย่างถือวิสาสะ สัมผัสนั้นแผ่ซ่านความร้อนรุ่มราวกับเปลวไฟที่พร้อมแผดเผา รินรดาสั่นสะท้านในอก ไม่ใช่ด้วยความกลัว แต่เป็นเพราะแรงดึงดูดประหลาดที่ดึงเธอเข้าหาอันตรายตรงหน้าอย่างไม่น่าเชื่อ "ข้อเสนอของคุณน่าสนใจ..." ศิรากระซิบเสียงพร่า ริมฝีปากหยักลึกคลี่ยิ้มร้ายกาจ "แต่ผมไม่ชอบถูกใครเอาเปรียบ... ถ้าอยากได้อิสรภาพนัก งั้นเรามาลองเดิมพันกันด้วยวิธีของผมดูหน่อยเป็นไง?" ยังไม่ทันที่รินรดาจะได้เปล่งเสียงปฏิเสธ ศิลาตวัดแขนรวบเอวคอดกิ่วเข้าประชิดแนบเนื้ออย่างรวดเร็วดั่งเสือตะครุบเหยื่อ แรงปะทะทำให้ลมหายใจของเธอขาดห้วง ริมฝีปากหนาทาบทับลงมาปิดกั้นคำพูดทุกคำอย่างไร้ความปรานี จูบนั้นดิบเถื่อน เร่าร้อน และเอาแต่ใจ รุกไล่จนสติสัมปชัญญะของหญิงสาวหลุดลอย รินรดาพยายามทุบตีอกแกร่งเพื่อประท้วง แต่ยิ่งดิ้นรนเท่าไหร่ อ้อมแขนแกร่งก็ยิ่งรัดแน่นราวกับงูเหลือมที่กำลังรัดเหยื่อให้จมดิ่ง รสจูบที่เปลี่ยนจากความดุดันเป็นความลึกซึ้งวาบหวาม สั่นสะเทือนทุกอณูความรู้สึก แรงขับทางอารมณ์และสัญชาตญาณดิบหลอมรวมกันจนแทบแยกไม่ออกว่านี่คือการลงทัณฑ์หรือการเรียกร้อง สัมผัสจากมือหนาที่ลูบไล้ไปตามแผ่นหลังภายใต้เสื้อผ้าเนื้อบาง ทำให้รินรดารู้สึกเหมือนถูกไฟแผดเผาจนแทบละลายคาอ้อมอกของเขา ศักดิ์ศรีที่เธอพยายามปกป้องกำลังถูกสั่นคลอนด้วยความปรารถนาอันรุนแรงที่เขาเป็นผู้จุดชนวน ศิลาถอนริมฝีปากออกช้าๆ ปล่อยให้เธอยืนหอบหายใจโยนตัวด้วยความอ่อนแรง ใบหน้าเนียนแดงก่ำ ดวงตาฉ่ำน้ำด้วยแรงอารมณ์ ร่างกายแนบชิดจนรับรู้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวไม่เป็นส่ำของกันและกัน "เกมนี้คุณไม่มีทางชนะผมหรอก รินรดา..." เขากระซิบชิดริมฝีปากบวมเจ่อของเธอด้วยน้ำเสียงพร่าสั่น ขณะที่มือข้างหนึ่งล้วงหยิบบัตรคีย์การ์ดสีดำสนิทออกมาจากกระเป๋าเสื้อ เลื่อนมาวางไว้บนฝ่ามือของเธอที่สั่นเทา "ประตูห้องใต้ดินเปิดรอคุณอยู่... แต่อย่าลืมล่ะ ว่าของที่คุณถืออยู่ มันอยู่ในอาณาเขตของผม" พรึ่บ! เสียงประตูห้องทำงานเปิดผางออกอย่างแรง พร้อมกับเงาร่างของชายฉกรรจ์ในชุดลูกน้องคนสนิทที่ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าร้อนรน "นายครับ... พวกมันบุกเข้ามาทางแนวชายป่าด้านหลังแล้วครับ!" ศิลาผละออกจากรินรดาในเสี้ยววินาที แววตาที่เคยมีความปรารถนาเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความเหี้ยมเกรียมดั่งปีศาจร้ายในพริบตา เขากระชากปืนพกสั้นออกจากเอวขึ้นมาปลดล็อกไกเสียงดังคลิก ก่อนจะหันมามองหน้าหญิงสาวที่ยังคงยืนแข็งค้างอยู่กับที่ด้วยรอยยิ้มเยือกเย็นที่แขวนความตายเอาไว้ "ดูเหมือนว่าจะมีคนอยากมาแย่งชิงของเดิมพันของคุณตัดหน้าซะแล้วสิ... อยู่ในนี้ ล็อคประตูให้ดี ถ้าไม่อยากตายศพไม่สวย" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ห้วงเสน่หาอันดิบเถื่อนนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (ธานินทร์แดนเถื่อน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดิบเถื่อนกลางไร่ฝิ่น: รอยทมิฬมรดกเลือด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%