ดิบเถื่อนกลางไร่ฝิ่น: รอยทมิฬมรดกเลือด•ตอนที่ 4

กลิ่นอายคาวบอย

ผลงานโดย ธานินทร์แดนเถื่อน
กลิ่นไอดินชื้นฝนผสมกับกลิ่นฉุนกึกของยางฝิ่นดิบ ลอยอวลอยู่ในห้องทำงานขนาดใหญ่ที่สร้างด้วยไม้สักทองทั้งหลัง แสงไฟจากตะเกียงน้ำมันสาดส่องกระทบใบหน้าครึ่งซีกของศิลา วรโชติเมธี ดวงตาคมกริบดั่งพญาอินทรีจดจ้องมองเอกสารสำรวจแผ่นดินบนโต๊ะทำงาน แต่ความคิดของเขากลับไม่ได้อยู่ที่ตัวเลขปริมาณแร่ธาตุเหล่านั้นเลยแม้แต่น้อย มันวนเวียนอยู่กับเรือนร่างระหงของนักธรณีวิทยาตัวแสบ ที่เวลานี้ถูกกักบริเวณไว้ให้อยู่ร่วมชายคาเดียวกันภายใต้เงื้อมมือของเขา รินรดานั่งกอดอกอยู่บนโซฟาหนังแท้สีเข้ม ปลายคางเชิดขึ้นอย่างไม่เกรงกลัวต่อบรรยากาศกดดันที่แผ่ออกมาจากตัวเจ้าของไร่ แม้รอบกายจะมีลูกน้องร่างยักษ์ยืนคุมเชิงอยู่ถึงสี่คน แต่แววตาของเธอกลับไม่มีความหวาดหวั่น มีเพียงประกายความดื้อรั้นที่ท้าทายอำนาจมืดของเขาอย่างเปิดเผย "คุณกักตัวฉันไว้แบบนี้มันผิดกฎหมายนะ คุณศิลา" เสียงหวานใสเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ น้ำเสียงราบเรียบแต่หนักแน่นสะท้อนความกล้าหาญที่หาได้ยากในดินแดนเถื่อนแห่งนี้ ศิลากระตุกยิ้มที่มุมปาก รอยแผลเป็นข้างแก้มขยับตามแรงยิ้มนั้นเพิ่มความน่าเกรงขามขึ้นเป็นทวีคูณ เขาวางปากกาในมือลง ช้า ๆ ทว่าทรงพลัง ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายกำยำภายใต้เสื้อเชิ้ตพับแขนเผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อและรอยสักลาง ๆ เดินตรงเข้ามาหาเธอทีละก้าว เสียงรองเท้าบูทกระทบพื้นไม้ดังสะท้อนก้องในความเงียบ "กฎหมายเหรอ..." ศิลาโน้มตัวลงใช้มือข้างหนึ่งยันท้าวพนักโซฟาไว้ กักร่างของเธอให้อยู่ในอาณัติ กลิ่นกายบุรุษเพศผสมกลิ่นบุหรี่ราคาแพงโชยเข้าจมูกของหญิงสาวจนเธอต้องกลั้นหายใจ "อยู่ที่นี่... กฎหมายสูงสุดคือคำพูดของผม รินรดา" "คุณมันพวกป่าเถื่อน ไร้เหตุผล!" เธอตวาดกลับทันควัน ดวงตากลมโตวาวโรจน์ด้วยความโกรธ "ใช่... ผมมันดิบเถื่อน" ศิลาโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนรดรินอยู่บนพวงแก้มเนียน "และคุณก็รู้ดีว่าคนดิบเถื่อนอย่างผม จะปฏิบัติกับ 'เชลย' ที่ดื้อด้านแบบคุณยังไง" บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนแทบจะระเบิดออกเป็นเสี่ยง ๆ แรงกดดันทางอารมณ์ระหว่างทั้งคู่พุ่งสูงถึงขีดสุด ศิลาจ้องมองริมฝีปากอิ่มที่เม้มเข้าหากันแน่นด้วยความเคืองโกรธ สัญชาตญาณดิบเถื่อนในกายพุ่งพล่าน ร่างกายของเขาร้อนรุ่มราวกับถูกไฟแผดเผา ยิ่งเห็นท่าทีดื้อรั้นไม่ยอมก้มหัวให้ เขาก็ยิ่งอยากจะปราบพยศหญิงสาวตรงหน้าให้ราบคาบคาอ้อมแขน มือหนายื่นไปคว้าต้นแขนเรียวของเธอไว้ บีบเบา ๆ แต่เต็มไปด้วยพละกำลังมหาศาลที่ไม่อาจขัดขืน รินรดาพยายามสะบัดออกแต่ไม่เป็นผล แรงดึงดูดอันรุนแรงและปะทะสังสรรค์กันด้วยศักดิ์ศรีทำให้หัวใจของทั้งสองดวงเต้นระรัว "ปล่อยนะ!" เธอร้องสั่งเสียงสั่นเล็กน้อยเมื่อเขาออกแรงดึงร่างของเธอให้ลุกขึ้นยืนประชิดตัว แรงปะทะระหว่างร่างสูงใหญ่กับสรีระบอบบางทำให้รับรู้ได้ถึงความร้อนระอุที่แผ่ออกมาจากตัวของเขา "ไม่ปล่อย... จนกว่าคุณจะเรียนรู้ที่จะเชื่อฟังผม" ศิลาไม่รอช้า เขาใช้มืออีกข้างประคองท้ายทอยของเธอไว้ บังคับให้แหงนเงยขึ้นรับสัมผัสที่เธอไม่ได้ตั้งตัว ริมฝีปากหนาประกบลงทาบทับเรียวปากนุ่มทันทีอย่างไร้ความปรานี รสจูบดุดัน เร่าร้อน และเต็มไปด้วยความกระหายหิว ราวกับเสือร้ายที่ตะครุบเหยื่อ รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เธยายามทุบอกแกร่งและเม้มปากแน่นเพื่อขัดขืน แต่มีหรือที่แรงอันน้อยนิดจะต้านทานมหาอำนาจของมาเฟียไร่ฝิ่นผู้นี้ได้ ศิลาขบเม้มริมฝีปากเธอบางเบาก่อนจะแทรกเรียวลิ้นร้อนเข้าไปกวาดต้อนความหวานภายในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ สัมผัสวาบหวามที่ลึกซึ้งและดุดันทำให้สมองของรินรดาขาวโพลน ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่ถูกแผดเผาจนมลายหายไป เหลือเพียงความสั่นสะท้านที่วิ่งพล่านไปทั่วไขสันหลัง ร่างกายของเธอบิดเกร็ง ยอมจำนนต่อรสสัมผัสอันเร่าร้อนที่เขาเป็นผู้ชี้นำอย่างไม่รู้ตัว มือแกร่งเลื่อนลงมาโอบกระชับเอวบางคอดกิ่ว รั้งร่างเธอเข้ามาชิดแนบแน่นจนแทบไม่เหลือช่องว่าง หัวใจของทั้งคู่เต้นกระหน่ำแข่งกัน เสียงลมหายใจหอบกระชั้นประสานไปกับเสียงฝนที่เริ่มโปรยปรายลงมาด้านนอกหน้าต่างไร่ ความตึงเครียดในตอนแรกแปรเปลี่ยนเป็นเพลิงสวาทที่ลุกโชนอย่างไร้การควบคุม เนิ่นนานกว่าศิลายอมผละริมฝีปากออกอย่างเสียดาย ดวงตาคมกريบมองดูใบหน้าแดงก่ำและริมฝีปากที่บวมเจ่อจากการจูบของเธอด้วยความพึงพอใจ นิ้วหยาบกร้านเกลี่ยไล้พวงแก้มเนียนอย่างแผ่วเบา ต่างจากความดุดันเมื่อครู่ลิบลับ "จำไว้... ว่าอย่าลองดีกับผมอีก รินรดา" เขา กระซิบเสียงต่ำพร่าข้างใบหูของเธอ ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดต้นคอจนหญิงสาวสะท้านเฮือก "เพราะครั้งต่อไป... ผมจะไม่หยุดแค่จูบแน่" ยังไม่ทันที่รินรดาจะได้กล่าวคำใดโต้ตอบ เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างเร่งรีบ ตามด้วยเสียงของลูกน้องคนสนิทที่ตะโกนแทรกเข้ามาด้วยความตื่นตระหนก "นายครับ! มีเรื่องใหญ่แล้วครับ... ทางการส่งคนเข้ามาตรวจค้นพื้นที่ไร่เราโดยไม่ทันตั้งตัว กำลังมุ่งหน้ามาที่เรือนใหญ่แล้วครับ!" ศิลาชะงัก แววตาดุดันเปลี่ยนเป็นความเหี้ยมเกรียมในเสี้ยววินาที เขากวาดสายตามองหญิงสาวในอ้อมแขนที่ตอนนี้หน้าซีดเผือดลงเล็กน้อย ก่อนที่มุมปากหยักจะยกยิ้มขึ้นอย่างท้าทายในความฉิบหายที่กำลังจะมาถึง ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามความเร่าร้อนและดาร์กโรมานซ์เรื่องนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (ธานินทร์แดนเถื่อน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดิบเถื่อนกลางไร่ฝิ่น: รอยทมิฬมรดกเลือด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%