ดิบเถื่อนกลางไร่ฝิ่น: รอยทมิฬมรดกเลือด•ตอนที่ 17

ศัตรูจากเมืองหลวง

ผลงานโดย ธานินทร์แดนเถื่อน
กลิ่นไอควันบุหรี่จางๆ ผสมผสานกับกลิ่นอายความเคร่งเครียดที่คุกรุ่นอยู่ในห้องนอนกว้าง โต๊ะทำงานไม้สักทองเนื้อแข็งถูกวางทับด้วยกองเอกสารลับจากสายสืบในพระนคร ศิลา วรโชติเมธี ยืนพิงขอบหน้าต่างบานใหญ่ สายตาคมกริบดั่งพญาอินทรีมองลอดผ่านกระจกออกไปยังแนวป่าทึบเบื้องล่างที่ทอดยาวสุดลูกหูลูกตา ไร้ซึ่งรอยยิ้ม ไร้ซึ่งความอ่อนโยนใดๆ หลงเหลืออยู่ มีเพียงความเหี้ยมเกรียมและดุดันที่แผ่ซ่านออกมาจากแผ่นหลังกว้างจนบรรยากาศรอบตัวแทบจะกลายเป็นน้ำแข็ง "มันกล้าดียังไง..." น้ำเสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันออกมาด้วยความเคียดแค้น มือหนาขยำกระดาษรายงานในมือจนยับยู่ยี่ในพริบตา รินรดาที่เพิ่งขยับตัวลุกขึ้นจากเตียงนอนกว้าง ผ้าห่มผืนหนาร่วงหล่นลงมาคลุมกายอ้อนแอ้น เปิดเผยผิวเนียนนุ่มที่เต็มไปด้วยร่องรอยสัมผัสอันเร่าร้อนจากบทรักเมื่อครู่ ดวงตากลมโตฉายแววระแวดระวังและตื่นตัว เธอมองแผ่นหลังหนาที่สั่นเทาด้วยแรงโทสะอย่างไม่ไว้วางใจ แม้ร่างกายจะยังคงระביบระบอบจากความเหนื่อยล้าทางอารมณ์ แต่สัญชาตญาณการเอาตัวรอดก็บอกให้เธอต้องสังเกตการณ์ทุกฝีก้าวของเจ้าพ่อแห่งไร่ฝิ่นผู้นี้ "เกิดอะไรขึ้น" รินรดาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแหบพร่าเล็กน้อย แต่ยังคงไว้ซึ่งความแข็งกระด้างในน้ำเสียง เธอไม่ยอมแสดงความอ่อนแอให้เขาเห็นเด็ดขาด ศิลาหันขวับกลับมามอง ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิดเตียงนอนด้วยความเร็วราวกับเสือดาวที่กำลังล่าเหยื่อ ดวงตาคมกริบสีดำสนิทจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ ราวกับต้องการจะกลืนกินวิญญาณ ร่างบอบบางถูกเงาของเขาทาบทับจนมิด รัศมีคุกคามแผ่ขยายออกมารอบตัวจนแทบจะหายใจไม่ออก "ศัตรูเก่าจากเมืองหลวง... มันเคลื่อนไหวแล้ว" ศิลาเค้นเสียงลอดไรฟัน มือหนายื่นออกไปบีบคางมนของเธออย่างถือวิสาสะ แต่นุ่มนวลพอที่จะไม่ให้เกิดรอยช้ำ "ไอ้เสี่ยกฤต... นักธุรกิจหน้าเลือดผู้มีเส้นสายในกระทรวง มันส่งคนเข้ามาป้วนเปี้ยนแถวชายแดนเขตอิทธิพลของฉัน มันต้องการสัมปทานที่ดินและเส้นทางขนส่งทั้งหมดที่ฉันสร้างขึ้นมาด้วยเลือดและหยาดเหงื่อ" รินรดาเบี่ยงหน้าหนีเล็กน้อยเพื่อขัดขืนการคุกคาม แต่ปลายนิ้วแข็งแกร่งของเขากลับตรึงใบหน้าเธอไว้แน่นบังคับให้สบตา "แล้วมันเกี่ยวอะไรกับฉันล่ะ ในเมื่อฉันเป็นแค่เชลย เป็นแค่นักธรณีวิทยาที่คุณกักขังไว้เพื่อผลประโยชน์ของคุณเอง" มุมปากของศิลาหยักยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ไร้ซึ่งความอบอุ่น มีเพียงความเจ้าเล่ห์และความกระหายอำนาจ "เกี่ยวสิ... รินรดา เพราะข้ออ้างที่ไอ้สารเลวนั่นส่งคนมาสอดส่องถึงในเขตไร่ของฉัน ก็คือการตามหาตัว 'นักธรณีวิทยาอิสระ' ที่หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยอย่างเธอยังไงล่ะ" หัวใจของรินรดากระตุกวูบ ดวงตาเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจ "คุณหมายความว่า..." "ใช่..." ศโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนที่เจือกลิ่นนิโคตินรดรินอยู่บนพวงแก้มเนียน "พวกมันไม่ได้สนใจแค่ผืนดิน แต่มันสนใจงานวิจัยใต้ดินของเธอ... และที่สำคัญ มันใช้การตามหาตัวเธอเป็นข้ออ้างในการประกาศสงครามกับฉัน" ความตึงเครียดในห้องพุ่งทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุด แรงดึงดูดทางเพศที่ยังคงค้างคาจากบทรักก่อนหน้านี้ บัดนี้กลับถูกผสมปนเปเข้ากับบรรยากาศแห่งอันตรายและการหักเหลี่ยมเฉือนคม ศิลาโน้มตัวลงมาทาบทับร่างเปลือยเปล่าของเธอที่อยู่ใต้ผ้าห่ม น้ำหนักตัวของเขาบด 𝕩 บังคับให้เธอนอนราบลงไปกับฟูกนุ่มอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ร่างกายที่กำยำเต็มไปด้วยมัดกล้ามและรอยแผลเป็นแนบชิดกับผิวเนื้อนุ่มนิ่มจนเกิดกระแสไฟฟ้าวาบหวามแล่นพล่านไปทั่วร่าง "ปล่อยฉันนะ..." รินรดาพยายามดันแผงอกกว้างของเขาออก แต่แรงของเธอกลับสู้อำนาจดิบเถื่อนของชายหนุ่มไม่ได้เลยแม้แต่น้อย "ปล่อยเหรอ? ในเวลาแบบนี้เนี่ยนะ?" ศิลาหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำสั่นพร่าด้วยแรงปรารถนาที่ถูกปลุกเร้าขึ้นมาอีกครั้งเมื่อได้แนบชิดเรือนร่างเย้ายวนนี้ "ในเมื่อศัตรูกำลังจะเข้ามาเหยียบจมูกฉันถึงถิ่น เธอก็ต้องอยู่ตรงนี้... อยู่ใต้ร่างของฉัน เพื่อเป็นเครื่องเตือนใจว่า ทุกสิ่งที่ฉันมี ฉันไม่มีวันยอมให้ใครหน้าไหนแย่งไปเด็ดขาด... รวมถึงตัวเธอด้วย" ริมฝีปากหนาร้อนระอุประกบจูบลงมาที่ริมฝีปากอิ่มอย่างดุดันและเอาแต่ใจ รินรดาพยายามเม้มปากขัดขืน แต่รสจูบอันเชี่ยวชาญและป่าเถื่อนของเขากลับบดขยี้ความตั้งใจทั้งหมดให้พังทลายลงในพริบตา ลิ้นร้อนสอดแทรกเข้าไปตักตวงความหวานล้ำภายในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ มือหนาปัดป่ายไปตามเรียวขาเนียนนุ่ม ลากไล้สัมผัสปลุกเร้าทุกอณูผิวจนสติสัมปชัญญะของหญิงสาวกระเจิดกระเจิง ความโกรธแค้นและความหวาดกลัวถูกแทนที่ด้วยคลื่นความเสียวซ่านที่โถมซัดเข้ามาอย่างไร้ความปรานี เสียงหอบหายใจกระชั้นชิดดังประสานกันไปทั่วห้องนอนกว้าง ศิลาไม่ได้เพียงแค่ครอบครองร่างกาย แต่เขากำลังประกาศความเป็นเจ้าเหนือหัวผ่านทุกสัมผัสและหยาดเหงื่อที่ไหลริน ร่างกายของทั้งคู่หลอมรวมเข้าหากันด้วยแรงขับเคลื่อนแห่งตัณหาและอำนาจ ความเร่าร้อนที่ไร้การผ่อนปรนทำให้รินรดาต้องแอ่นกายรับสัมผัสอันหนักหน่วงและลึกซึ้งนั้นด้วยความจำยอม ศักดิ์ศรีที่เธอเคยยึดมั่นถูกบดขยี้จนแหลکสลายใต้ร่างของมาเฟียหนุ่มผู้ไม่เคยยอมจำนนต่อใคร เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่มีใครล่วงรู้ จนกระทั่งเพลิงสวาทมอดดับลงเหลือเพียงเสียงลมหายใจหอบเหนื่อย ศิลายังคงนอนกอดก่ายร่างอรชรไว้แน่น ใบหน้าคมคายซบลงที่ซอกคอหอมกรุ่น ขณะที่รินรดานอนเหม่อมองเพดานด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนเกินกว่าจะบรรยาย ก๊อกๆๆ! เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างเร่งรีบจากด้านนอก ทำลายความเงียบงันภายในห้องลงในเสี้ยววินาที "นายครับ!" เสียงลูกน้องคนสนิทตะโกนผ่านประตูกระจกเข้ามาด้วยความร้อนรน "พวกมันมาแล้วครับ... รถยนต์ติดฟิล์มดำสามคันกำลังขับเข้ามาจอดที่หน้าเขตไร่ของเราแล้วครับ มันส่งคนลงมาพร้อมอาวุธครบมือ และบอกว่า... มาหาแขกคนสำคัญที่หลบซ่อนอยู่ข้างในนี้!" ศิลาชะงักกึก แววตาที่เพิ่งผ่อนคลายลงจากบทรักแปรเปลี่ยนเป็นความเหี้ยมเกรียมและดุดันขึ้นมาทันทีในเสี้ยววินาที ร่างสูงผุดลุกขึ้นจากเตียงอย่างรวดเร็วดั่งพายุหมุน มือหนาคว้าปืนพกคู่กายขึ้นมาปลดเซฟเสียงดังคลิก บรรยากาศรอบตัวเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลก รินรดาสะดุ้งเฮือก รีบดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมกายแล้วมองตามแผ่นหลังกว้างของศิลาที่เดินตรงไปยังโต๊ะทำงานเพื่อหยิบวิทยุสื่อสาร ศิลาหันกลับมามองเธอเป็นครั้งสุดท้าย รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏขึ้นที่มุมปาก พร้อมกับคำสั่งเด็ดขาดที่ไม่อาจปฏิเสธ "อยู่แต่ในห้องนี้ ล็อกประตูให้ดี..." ศิลาเอ่ยด้วยน้ำเสียงต่ำตลบตลอบด้วยอันตราย "ถ้าไม่อยากตายศพไม่สวย... ก็ภาวนาให้ฉันจัดการไอ้พวกสวะนอกคอกข้างนอกนั่นให้เสร็จเสียก่อน... แล้วฉันจะกลับมาสะสมบัญชีหนี้กับเธอต่อ" พูดจบ ศิลาก็หมุนตัวเดินหายออกไปจากห้อง ปล่อยให้รินรดานั่งเคว้งคว้างอยู่ท่ามกลางความเงียบงัน แต่แล้ว... ก่อนที่เธอจะได้ลุกขึ้นไปล็อกประตูตามคำสั่ง เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครอีกคนก็ดังขึ้นที่ระเบียงด้านนอกหน้าต่างห้องนอน ซึ่งอยู่สูงจากพื้นดินร่วมสามเมตร! รินรดาหันขวับไปมองตามเสียง หัวใจหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่มเมื่อเห็นเงาร่างสูงใหญ่ของชายแปลกหน้าคนหนึ่งกำลังใช้มือผลักกระจกหน้าต่างที่ไม่ได้ลงกลอนให้เปิดออกอย่างช้าๆ พร้อมกับรอยยิ้มเย้ยหยันที่ปรากฏขึ้นภายใต้แสงเงาสลัว "สวัสดีครับ คุณรินรดา... ผมมาตามหากลับบ้านครับ" ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "ธานินทร์แดนเถื่อน" เสมอมานะครับ
สารจากนักเขียน (ธานินทร์แดนเถื่อน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดิบเถื่อนกลางไร่ฝิ่น: รอยทมิฬมรดกเลือด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%